วันที่ จันทร์ กันยายน 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ชีวิตและงาน สุภา ศิริมานนท์ ผู้อยู่เหนือเงื่อนไขในวงการสื่อ (1)


ภาพวาด อ.สุภา ศิริมานนท์ บนปกถนนหนังสือ

ละครแห่งชีวิตของคนทำหนังสือยุคแคปิตะลิสม์

ปี พ.ศ. 2526 นิตยสารเล่มหนึ่งได้ถือกำเนิดในบรรณพิภพ นามว่า “ถนนหนังสือ” ถือว่าเป็นนิตยสารของเพื่อนักเขียนและนักอ่านหรือ “หนอนหนังสือ” อย่างแท้จริง

ภายใต้ม็อตโต้ “เพื่อนักอ่าน นักเขียน และธุรกิจหนังสือ”

เจ้าของหนังสือ คือ บริษัท เคล็ดไทย จำกัด เครือเดียวกับร้านหนังสือและสายส่ง “ศึกษิตสยาม” ผู้เป็นบรรณาธิการอำนวยการ คือ หรินทร์ สุขวัจน์ และ เรืองเดช จันทรคีรี เป็นบรรณาธิการบริหาร

น่าเสียดายอย่างยิ่งที่ “ถนนหนังสือ” (ราคา 15 บาท) อหังการบนแผงหนังสือได้ไม่นานเท่าที่ควร เฉกเช่นเดียวกับชะตากรรมของนิตยสารรุ่นพี่อย่าง “โลกหนังสือ” ที่มี “สิงห์สนามหลวง” หรือ สุชาติ สวัสดิ์ศรี เป็น บ.ก.

เรื่องจากปกของ “ถนนหนังสือ” (ฉบับที่ 4) ประจำเดือนกันยายน 2526 นำเสนอสกู๊ปเรื่อง “เคล็ดไม่ลับของคนทำหนังสือยุคแคปิตะลิสม์ สุภา ศิริมานนท์” เจ้าของผลงานนวนิยายอิงประวัติศาสตร์ “ผู้อยู่เหนือเงื่อนไข” ที่จุดประกายปริศนาท้ายทายนักประวัติศาตร์ในประเด็นเขื่องว่า “แท้จริงแล้วพระเจ้าตากสินไม่ได้ถูกประหารชีวิต” !?

(อ่าน...ปมปริศนา พระเจ้าตาก ไม่ได้ถูกประหารชีวิต !?! http://www.oknation.net/blog/greenblog/2007/07/30/entry-1)

สกู๊ปชิ้นนี้เป็นข้อมูลที่ทรงคุณค่าอย่างยิ่งต่ออนุชนรุ่นหลัง “คนแซ่ลิ้ม” จำต้องขออนุญาตต่อผู้เขียนและผู้จัดทำ “ถนนหนังสือ” ในการนำมาเผยแพร่ต่อ (เป็นตอนๆ) เพื่อสดุดีเกียรติคุณความดีงามของ อาจารย์สุภา ศิริมานนท์ และเพื่อเป็นข้อคิดแบบอย่างในการดำเนินชีวิตที่ดีงามสืบไป

ด้วยจิตคารวะผู้เขียนและอาจารย์สุภา ศิริมานนท์

คนแซ่ลิ้ม (3 กันยายน 2550)

--------------------------

 

ถนนหนังสือ (ปีที่ 1 ฉบับที่ 4 ประจำเดือนกันยายน 2526)
ละครแห่งชีวิตของสุภา ศิริมานนท์

เขาเป็นนักหนังสือพิมพ์ ซึ่งเพิ่งได้รับพระราชทานปริญญาวารสารศาสตร์มหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นอดีตบรรณาธิการนิตยสาร “อักษรสาส์น” และ “นิกรวันอาทิตย์” อันลือชื่อ

นิกรวันอาทิตย์เคยเป็นหนังสือที่โก่งราคาขายกันในตลาดมืด !

อักษรสาส์นเคยเป็นหนังสือเสนอแนวคิดสังคมนิยมจนบรรณาธการโดนข้อหาขบกคราวที่เรียกกันว่า ขบกสันติภาพ !

ขณะเดียวกันมันกลายเป็นหนังสือที่นักศึกษารุ่นหลังค้นคว้ามาตีพิมพ์ใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

เขาได้ชื่อว่ามีความประณีตในการจัดรูปเล่มหนังสือจนร่ำลือกันว่าช่างเรียงทิ้งเคสใส่หน้า

ยังมีคุณค่าลึกลงไปกว่านั้นที่คนรุ่นหลังอาจศึกษาได้จากชายวัย 69 ปี ซึ่งหลังเริ่มงอ เรือนร่างค่อนข้างเล็กในส่วนสูงไม่เกิน 160 ซม. และน้ำหนักไม่เกิน 50 กก. ได้พบผ่านประสบการณ์โชกโชนคุ้มค่า

เขามีเคล็ดไม่ลับหลายข้อเกี่ยวกับการทำหนังสือ

มีบทเรียนของการเป็นนักศึกษามาร์กซิสต์ซึ่งใช้เวลาอ่าน Capital อยู่ถึง 9 ปี และใครจะคาดคิดได้เล่าว่าเมื่อไม่นานมานี้เขาไปยังอนุสาวรีย์ของคาร์ลมาร์กซ์ซึ่งอยู่ตอนเหนือของกรุงลอนดอน ไปยืนน้ำตาไหลอยู่ตรงหน้ารูปปั้นปรมาจารย์ของเขา

มีบทเรียนชีวิตในฐานะเสรีไทยผู้ซื่อสัตย์ต่อรัฐบุรุษที่ตนเคารพ ครองชีวิตสมถะไม่คลอนแคลน

และอีกส่วนหนึ่งของชีวิต เขาคลุกคลีในโลกนักเขียน ทั้งรุ่นอาวุโสและรุ่นเยาว์กว่า

ละครแห่งชีวิตของบุรุษผู้ศรัทธาในรอยเท้าของ วิสูตร ศุภลักษณ์ อันเป็นภาพปฏิมาที่หม่อมเจ้าอากาศดำเกิงนฤมิตรขึ้น ได้เปิดฉากแห่งความหลังแล้ว ณ บัดนี้

ลำดับฉากละครแห่งชีวิต

วัยดรุณของเด็กขี้โรค

“หนังสือพิมพ์คือละครโรงใหญ่ อะไรที่เกี่ยวกับชีวิตไม่ว่าสูงหรือต่ำ มีอยู่ในหนังสือพิมพ์ทั้งสิ้น”

เป็นตอนหนึ่งในหนังสือเล่มที่เด็กชายสุภา ศิริมานนท์ อ่านรวดเดียวจบในตอนดึกของคืนวันหนึ่งเมื่อ 50 กว่าปีที่แล้ว

สุภา แปลว่า ตุลาการ ในวัยเด็กได้ตระเวนตาม ท่านขุนชัยสุภา-ผู้เป็นบิดาไปอยู่ตามหัวเมืองแถวภาคกลาง (บิดาเป็นผู้พิพากษา ภายหลังเลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสัณหวุฒิ) ครั้งหนึ่งเมื่อตอนอยู่ที่กำแพงเพชร  เด็กชายสุภาวัยห้าขวบเป็นไข้ป่าเกือบเอาชีวิตไม่รอด นอกจากนี้ยังมีอาการโรคกระเพาะตั้งแต่สมัยเป็นนักเรียน และกลายเป็นโรคประจำตัวจวบจนวัยชรา ในช่วงวัยหนุ่มเคยเป็นวัณโรคอาการปางตาย ดีที่มิตรสนิทเป็นหมอและมีภรรยาเป็นพยาบาล จึงพ้นกรงเล็บมัจจุราช ที.บี.มาได้

หนุ่มน้อยนักอ่าน

เด็กชายสุภาเริ่มชอบอ่านหนังสือที่บิดารับประจำ เช่น เสนาศึกษาและแผ่วิทยาศาตร์, ไทยเขษม, ศรีกรุงรายเดือน

ฉากหลังของเขาคงเหมือนนักเขียนักหนังสือพิมพ์อีกหลายคนที่เริ่มต้นจากการแสดงฝีไม้ลายมือผ่านหนังสือกำแพงในโรงเรียน สุภาได้ฉายา “ไอ้ลิตเติ้ล” และ “บรรณาธิการ” ตั้งแต่เริ่มเรียนมัธยม 1 ชีวิตมาถึงทางแยกชัดเจนขึ้นสมัยเรียนมัธยม 4 เมื่อ คุณครูหลวงแจ่มวิชาสอน (เจ้าของยาสีฟันวิเศษนิยม) ให้ยืมหนังสือ ละครแห่งชีวิต ที่ท่านเพิ่งซื้อมาในราคาเล่มละ 2 บาท

“ผมอ่านจบตอนตีสอง และตั้งแต่บัดนั้น ผมตัดสินใจว่าจะไม่เรียนกฎหมายอย่างที่พ่ออยากให้เรียน”

หนทางชีวิตนักหนังสือพิมพ์มิได้โรยด้วยฟองเบียร์ มันย้ำเตือนตั้งแต่แรกเริ่มขณะเขาเรียนชั้น ม.5 - ม.6 โรงเรียนบ้านสมเด็จเจ้าพระยา พลาดพลั้งเขียนล่วงเกินเพื่อนคนหนึ่งซึ่งบังเอิญมีฐานนันดรเป็นหม่อมเจ้า ถูกลงโทษขังในห้องขังของโรงเรียนประจำบ้านสมเด็จฯ  นั่นแหละ แต่ก็มีคุณครูใจดีส่งข้าวส่งน้ำพร้อมที่นอนหมอนมุ้งให้

อุปสรรคต่อมาได้แก่บิดาผู้ซึ่งหมายมั่นจะปั้นลูกชายผู้เรียนเก่งให้เติบโตในสายตุลาการ เพียงแค่ลูกชายลาออกจากบ้านสมเด็จฯ  ไปเข้าสวนกุหลาบโดยพลการ และด้วยเหตุผลว่าตนว่าถนัดภาษามากกว่าคำนวณ ท่านขุนฯ พลันฉุนเฉียว

ความขัดแย้งระหว่างพ่อลูกมาแตกหักเมื่อสุภาจบมัธยม 8 แล้วไม่ยอมไปเรียนกฎหมาย แหกตระกูลไปเรียนอักษรศาสตร์ ปม.ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บิดาใช้มาตรการเด็ดขาดตัดพ่อตัดลูก ไม่ยอมส่งเสีย ช่วงนี้สุภามีมิตรอุปถัมภ์ชื่อ จินดา พรหมกสิกร ซึ่งมักแบ่งเงินให้ใช้สอยในยามยาก เรียนจุฬาฯ ได้ 2 ปีก็จำต้องกลับไปเรียนกฎหมายแต่เรียนไม่จบเพราะไม่ชอบ

สุภามาเรียนสำเร็จเรียบร้อยโรงเรียนฝรั่งเมื่อเรียนวิชาการหนังสือพิมพ์ทางไปรษณีย์กับสถาบัน “ลอนดอน สกูล อ๊อฟ เจอนะลิสท์" สมดังใจ “ผมไม่คิดอย่างอื่น อยากจริง อยากทำ อยากไปเมืองนอก อยากไปอยู่สำนักหนังสือพิพ์ อยากมาตั้งแต่อ่านวิสูตร ศุภลักษณ์ หมาผมชื่อบ็อบบี้หลายตัวนะ เป็นความผูกพันทางใจ"

วิสูตร ศุภลักษณ์ ตัวเอกในนิยายละครแห่งชีวิตของหม่อมเจ้าอากาศดำเกิงฯ วิสูตรมีชื่อเล่นว่า บ็อบบี้

สุภา ศิริมานนท์ เริ่มต้นชีวิตหนังสือพิมพ์เมื่ออายุ 20 ในหน้าที่ตรวจปรู๊ฟที่ หนังสือพิมพ์ประชาชาติ ซึ่งมี กุหลาบ สายประดิษฐ์ และ มาลัย ชูพินิจ เป็นเสาหลักคู่กัน ต่อจากนั้นสุภามาร่วมก่อตั้งหนังสือพิมพ์ สยามนิกร ของบริษัท ไทยพณิชการ ในปี 2480 โชติ แพร่พันธุ์ ผู้อำนวยการหนังสือพิมพ์สยามนิกรตกลงใจส่งสุภาไปเป็นผู้สื่อข่าวสงครามที่ประเทศจีน เป็นสงครามระหว่างจีนกับญี่ปุ่น

ชีวิตนักหนังสือพิมพ์ว้นวรรคหน่อยหนึ่งด้วยถูกเกณฑ์ทหารและถูกระดมติดต่อกันเพื่อประจำสมรภูมิอินโด-จีน และกองทัพพายับในสงครามมหาเอเชียบูรพา ก่อนะถูกปลดพิการเมื่อโรคเก่ากำเริบจนต้องตัดกระเพาะทิ้งไปครึ่งหนึ่ง

สุภากลับคืนค่ายไทยพณิชการ คราวนี้มาร่วมก่อตั้ง นิกรวันอาทิตย์ และเป็นบรรณาธิการเต็มตัวโดยทางปฏิบัติ เริ่มงานที่นิกรหลังจากแต่งงานเพียง 2 วัน และในปีสุดท้ายของสงครามโลกครั้งที่ 2 ก็ต้องไปทำหน้าที่ทหารติดต่อของเสรีไทยที่อินเดีย

เสร็จสงครามกลับมาะทำหนังสือพิมพ์ บริษัทไทยพาณิชยการเห็นใกล้ชิดท่านปรีดี จึงให้เป็นบรรณาธิการสยามนิกร เบียดที่บรรณาธิการคนเก่าออกไป สุภาเห็นท่าไม่เข้าทีจึงเลี่ยงมาทำหนังสือ สุภาพบุรุษ-ประชามิตร  กับ กุหลาบ สายประดิษฐ์ เมื่อเกิดกรณีสวรรคตของรัชกาลที่ 8 สุภาถูกเรียกตัวไปเป็นกรรมการตรวจและพิจารณาข่าวและบทความหนังสือพิมพ์

จากนั้นก็เข้ารับราชการกระทรวงต่างประเทศ ถูกส่งไปประจำมอสโคว์และอีกหลายแห่งในทวีปยุโรป ชีวิตหักเหอีกครั้งเมื่อเกิดรัฐประหาร 2490 ปรีดี พนมยงค์ สิ้นอำนาจ สุภาถูกย้ายอย่างไม่มีสาเหตุ สุดท้ายย้ายไปอยู่ปารีสจึงลาออกจากราชการ กลับประเทศไทยพร้อมกับคืนสู่อาชีพหนังสือพิมพ์

ทำอักษรสาส์นถึงปี 2495 ก็ถูกจับไปขังและสอบสวนอยู่ 60 วันคราวขบกสันติภาพ ออกจากคุกมาทำหนังสือพิมพ์ไทยใหม่ของ บุญชู โรจนเสถียร และ ประสิทธิ์ กาญจนวัฒน์ ระยะสั้นๆ แล้วไปทำงานเป็นนักวิชาการของ บริษัท อาคเนย์ประกันภัย เรื่อยมาจนเกษียณเมื่อปี 2512 ในตำแหน่ง ผอก.สำนักงาน

สุภาเคยเขียนคอลัมน์ “หนังสือพิมพ์และนักหนังสือพิมพ์” ในเดลินิวส์ ยุค สนิท เอกชัย อยู่นานถึง 7 ปี และระยะ 5 ปีหลังสุดนี้ไปเป็นอาจารย์พิเศษสอนวิชาการหนังสือพิมพ์ที่คณะวารสารศาสตร์ ธรรมศาสตร์

ผลงานชิ้นสำคัญมี 1. แคปิตีลิส์  2. มาร์กจงใจพิสูจน์อะไรและอย่างไร 3. ศิลปะภายใจ้ระบบเผ็ดการ 4. ทำไมและเพราะอะไรญี่ปุ่นจึงพยายามเข้าครอบเอเซีย 5. วิธีการแก้ปัญหาชนกลุ่มน้อยในสหภาพโซเวียต 6. คอร์รัปชั่นในวงการหนังสือพิมพ์ ฯลฯ

ยังใช้นามปากกา Anonymous แปลเรื่องสั้นของ วิคเตอร์ ฮูโก้ และอนาโตล ฟรังค์ หลายเรื่อง นวนิยายที่แปลค้างอยู่คือ วรรณะจัณฑาลของ มุลก์ ราช อานันท์

สุภามีงานเขียนนิยายเรื่องเดียวและยังไม่ค่อยเผยแพร่ ชื่อเรื่อง “ผู้อยู่เหนือเงื่อนไข”

(โปรดติดตามตอนต่อไปเร็ว ๆ นี้)

 

โดย คนแซ่ลิ้ม

 

กลับไปที่ www.oknation.net