วันที่ พุธ เมษายน 2563

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

พระราชทานกำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ สู้วิกฤตโควิด-19 //


สวัสดีครับ

          ปัจจุบันมีนักการเมืองหัวสมัยใหม่ที่เรียนจบมาจากเมืองนอก จนมาเคลื่อนไหวทางการเมือง มองว่าต้องทำให้

ความต้องการของคณะราษฎร์ 2475 สำเร็จลุล่วงไป โดยให้ฐานันดรของคนไทยอยู่ในระนาบเดียวกันทั้งหมด แต่เมื่อ

มองกันให้ลึกลงไปแล้วก็จะเห็นกันชัดๆทีเดียวว่า คณะบุคคลเหล่านั้นเองที่ต้องการฉวยโอกาสความเป็นผู้นำของสังคม

มาเป็นของตนมากกว่า ซึ่งผู้นำในกระบวนการก็บอกตามตรงว่าตัวเองต้องการเป็นนายกรัฐมนตรีในอนาคตอันใกล้

         แต่อย่างไรก็ตาม คนไทยยังเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขมากกว่า เพราะเอื้อ

อาทรต่อกันอย่างดีตลอดมา

 

 

 

เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ทรงห่วงใย  พระราชทานกำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ สู้วิกฤตโควิด-19

เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ทรงห่วงใย พระราชทานกำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ สู้วิกฤตโควิด-19

วันพุธ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2563, 08.42 น.

เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2563 สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงพระกรุณาโปรดให้ส่งข้อความพระราชทานกำลังใจ ต่อคณะแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ ได้ทำหน้าที่ในการต่อสู้กับการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่านี้ ความว่า

ในสถานการณ์การระบาดของโรคปอดอักเสบ COVID-19 โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ของเรา ก็เป็นหน่วยงานหนึ่ง ที่ต้องช่วยเหลือดูแลผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัส ภาระหน้าที่นี้ แพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ทุกคน ในโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ต้องรับภาระและความเสี่ยงสูง 

ทั้งนี้ ประชาชนผู้ติดเชื้อ ได้ฝากความหวังไว้กับพวกเรา ที่จะดูแลรักษา และช่วยขจัดความทุกข์ให้หมดไป

ข้าพเจ้าขอร่วมเป็นกำลังใจให้แพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ ของโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ รวมถึง แพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ทั่วประเทศ ให้มีกำลังใจต่อสู้เหตุวิกฤตนี้ ข้าพเจ้าจะใช้ทุกสรรพกำลังของข้าพเจ้า ให้ความร่วมมือช่วยเหลือเป็นกำลังหนุนให้แก่ทุกท่าน และขออำนวยพรให้ทุกท่านประสบความสำเร็จ ปราศจากโรคภัยทั้งปวง

บิ๊กตู่ขู่ถ้าคุมโควิด-19ไม่อยู่ ต้องใช้ยาแรง รอประเมินผลพรก.1เดือน

บิ๊กตู่ขู่ถ้าคุมโควิด-19ไม่อยู่ ต้องใช้ยาแรง รอประเมินผลพรก.1เดือน

วันพุธ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.

บิ๊กตู่ขู่ถ้าคุมโควิด-19ไม่อยู่

ต้องใช้ยาแรง

รอประเมินผลพรก.1เดือน

เล็งห้ามปชช.เข้าพื้นที่ระบาด

หยุดวิ่งรถโดยสารสาธารณะ

นายกฯ สั่งประเมินผล พ.ร.ก.ฉุกเฉินเดือนแรกก่อน หากไม่ได้ผลบังคับใช้ต่อพร้อมยกระดับเข้ม มอบ มท.มีอำนาจพิจารณาการปิดสถานที่ ชี้ราคาสินค้าสูงประชาชนแจ้งเจ้าหน้าที่ตามด่านตรวจจุดสกัดได้ทันที ขู่ใช้ยาแรงหยุดให้บริการรถสาธารณะ หากยังคุมไวรัสมรณะไม่ได้ ศบค.แถลงไทยติดเชื้อเพิ่ม 127 ราย เสียชีวิตอีก 1 รายส่วนมาตรการจะเพิ่มขึ้นหรือไม่ ขึ้นอยู่กับตัวเลขผู้ป่วย เตือนโพสต์โกหกเรื่องไวรัส ในวันที่ 1 เมษายน มีความผิด โทษจำคุก 5ปี ปรับ1แสนบาท เตรียมใช้แผนพิทักษ์มาตุภูมิสกัดการแพร่ระบาด

เมื่อเวลา 09.00น.วันที่ 31 มีนาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ผ่านวิดีโอคอนเฟอร์เรน โดยมีรองนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมประชุม ส่วนรัฐมนตรีคนอื่นๆ ประจำที่กระทรวงของตนเอง

พ่นยา-ปิดตึกสันติหลังใน4วัน

ขณะเดียวกัน เวลา 15.00 น.เจ้าหน้าที่จะพ่นยาฆ่าเชื้อที่ศูนย์ ศบค.และจะมีการปิดตึกสันติไมตรีหลังใน ซึ่งเป็นห้องทำงานของเจ้าหน้าที่ ศบค.เป็นเวลา 4 วัน โดยไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้าไปทำงานในบริเวณดังกล่าว ทั้งนี้ สำนักโฆษกสำนักเลขาธิการนายกฯรัฐมนตรีได้แจ้งว่า หากสื่อมวลชนยังคงประสงค์ที่จะเข้ามาทำติดตามสถานการณ์ข่าว ในส่วนของโทรทัศน์ จะอนุญาตให้เข้ามาทีมเดียวเท่านั้นเพราะไม่สามารถทำข่าวอะไรได้ สำหรับโฆษกรัฐบาล งดแถลงข่าวในวันเดียวกันนี้ ส่วนนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวผ่าน Live ไทยคู่ฟ้า ไม่อนุญาตสื่อมวลชนเข้าตึกบัญชาการ

ตรวจเข้มทำให้พบติดเชื้อมากขึ้น

ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ถึงกรณีผ่านมา 7 วันหลังคนกรุงเทพฯ เดินทางกลับภูมิลำเนา และสถานการณ์ตัวเลขผู้ติดเชื้อเริ่มมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น จนมีเสียงเรียกร้องให้ห้ามเด็ดขาดในการเคลื่อนย้ายประชาชนข้ามเขตจังหวัด ว่า การที่พบผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นเป็นมาตรการหนึ่งที่อาจจะมองได้อีกแง่มุมว่า เราได้มีการตรวจสอบคัดกรองมากยิ่งขึ้น ประชาชนที่รู้ว่าตัวเองอยู่ในกลุ่มเสี่ยงก็มาพบแพทย์มากยิ่งขึ้นและมีโอกาสตรวจพบมากขึ้น ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกคนต้องเข้าใจตรงนี้ ขณะที่ใครไม่ได้อยู่ในกลุ่มเสี่ยงและดูแลตัวเองดีแล้วก็ไม่จำเป็นต้องไปตรวจเชื้อ ซึ่งขอให้เข้าใจด้วยว่าเราจำเป็นต้องมีมาตรการควบคุมการใช้จ่ายอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้เพียงพอสำหรับผู้ที่ติดเชื้อจริงๆและผู้ที่มีความเสี่ยงจริงๆ

กำชับจนท.ตรวจสอบเต็มที่

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ทั้งนี้ในส่วนของการปรับมาตรการต่างๆ เหล่านี้ได้ให้กระทรวงมหาดไทยที่รับผิดชอบตามกฎหมายและกระทรวงอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มีอำนาจในการพิจารณา ไม่ว่าจะเป็นการห้ามประชาชนเข้าออกในพื้นที่หรือจังหวัดที่มีตัวเลขติดเชื้อเพิ่มขึ้น แม้แต่ในพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดมาล่วงหน้า รวมถึงการปิดในหลายสถานที่ด้วยกัน ห้ามขายสุรา ห้ามเล่นกีฬาและห้ามเด็ดขาดในเรื่องของการพนัน ที่จะต้องถูกดำเนินคดีทางกฎหมายในทุกพื้นที่ไม่ว่าจะหนีไปเล่นที่ไหนก็ตาม โดยได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทั้งพลเรือน ตำรวจและทหาร มีการตรวจสอบในเรื่องเหล่านี้อย่างเต็มที่

สั่งแก้สินค้าแพง-หนี้นอกระบบ

นายกฯ กล่าวอีกว่า สำหรับปัญหาสินค้าที่อาจจะมีราคาสูงขึ้นในช่วงนี้เนื่องจากมีหลายร้านค้าและหลายผู้ประกอบการฉวยโอกาส เรื่องนี้ตนได้สั่งการไปแล้วและขอให้ประชาชนแจ้งมาได้โดยเจ้าหน้าที่ได้ทำงานตามด่านจุดตรวจจุดสกัดทั้งหมดก็สามารถรับเรื่องร้องเรียนได้ และเข้าตรวจสอบได้ในทันที เพราะมีอำนาจทางกฎหมาย ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน รวมไปถึงเรื่องหนี้นอกระบบที่กำลังแพร่หลายมากขึ้น โดยมองได้ว่าประชาชนมีความเดือดร้อนมาก จึงมีการปล่อยกู้ ดังนั้นต้องทำทีละขั้นทีละตอน โดยให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตามจุดตรวจสกัดทั้งหมดที่อยู่ในพื้นที่ให้รับเรื่องมา จากนั้นจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปตรวจสอบและดำเนินคดี อย่างไรก็ตามอยากขอร้องว่าในช่วงนี้ ยังไม่ให้มีการผ่อนชำระหรือให้เสียดอกเบี้ยตามที่กฎหมายกำหนด ไม่เช่นนั้นต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายทุกประการอย่างไม่ละเว้น

ผู้รับส่งสินค้าต้องปลอดไวรัส

นายกฯ กล่าวว่า สำหรับการเดินทางออกนอกจังหวัดหรือนอกเขต แม้กระทั่งกรุงเทพฯ ซึ่งขณะนี้หลายคนก็เป็นห่วงอยากให้มีการสั่งหยุดหรือปิดไปเลย แต่สิ่งเหล่านี้เราต้องดูผลกระทบที่จะเกิดขึ้นหลายอย่างด้วย โดยเฉพาะในเรื่องการจับจ่ายและซื้อสินค้า ดังนั้นทุกคนต้องระมัดระวังตัวเองด้วย ขณะเดียวกันรัฐบาลเน้นย้ำในเรื่องให้บริการแกร็บหรือไลน์แมนต่างๆ ที่ต้องมีการตรวจสอบเชื้อไวรัสจากผู้ให้บริการเหล่านี้ด้วยและอย่าไปแออัดที่ร้านค้าก่อนจะรับของไปส่ง เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อไปสู่ผู้บริโภค ดังนั้นทุกคนต้องรับผิดชอบตัวเองและรับผิดชอบผู้อื่นเสมอ

ขู่ใช้ยาแรงหยุดวิ่งรถสาธารณะ

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ในส่วนของการเดินทาง วันนี้ได้ให้กระทรวงคมนาคมไปพิจารณาในกรณีหากยังมีการเคลื่อนย้ายจำนวนมากอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งเราเข้าใจถึงความสะดวกแต่บางคนก็ไม่จำเป็นที่ต้องเดินทาง ดังนั้นให้ไปดูว่าการให้บริการขนส่งต่างๆ ของภาครัฐจะทำอย่างไร จำเป็นต้องลดจำนวนเที่ยวลงหรือไม่ในการให้บริการ ซึ่งหากยังไม่เรียบร้อยหรือยังไม่สามารถควบคุมได้ก็อาจต้องเจอสถานการณ์การลดการให้บริการทั้งหมด ไม่ว่าจะรถไฟฟ้า รถไฟ รถโดยสาร และรถเมล์ต่างๆ ที่จำเป็นต้องลดเที่ยวในการบริการลงจนกว่าสถานการณ์จะเรียบร้อย แต่หากยังไม่เรียบร้อยอีกก็คงต้องหยุดการให้บริการทั้งหมด เพื่อลดการเคลื่อนย้ายไปมาและลดการแพร่เชื้อ

สั่งประเมินผล1เดือนแรกก่อน

“สำหรับการพิจารณาการประเมินผลนั้น ก็มีการประเมินผลการทำงานทุกสัปดาห์อยู่แล้วในการประชุม ครม.หรือการประชุมคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง รวมถึง ศบค. ซึ่งนายกรัฐมนตรีเป็นผู้นำตรงนี้อยู่แล้ว โดยมีการทบทวนทุกสัปดาห์ในส่วนของมาตรการ ซึ่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน อำนาจตามกฎหมาย จะใช้ได้ 3 เดือน แต่วันนี้ผมให้ประเมิน 1 เดือนแรกก่อนถ้าจำเป็นก็ต่อไปเดือนที่ 2 เดือนที่ 3 โดยมาตรการจะต้องเข้มข้นขึ้นตามลำดับ ดังนั้นยังไม่มีแนวโน้มจะยกเลิกสถานการณ์ฉุกเฉินเว้นแต่ให้ไปพิจารณาว่าอะไรทำแล้วได้ผลและดีขึ้น ซึ่งอาจจะมีผ่อนผันอะไรก็ว่ากันไปแต่หากไม่ดีขึ้นก็จะเข้มข้นมากยิ่งขึ้น”นายกฯ กล่าว

ขอบคุณให้กำลังใจหมอ-พยาบาล

เวลา 11.30น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธินโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.แถลงว่า วันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ประชุม ครม.โดยใช้ระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์เป็นครั้งที่ 2 โดยนายกฯ ได้ขอบคุณประชาชนที่สร้างปรากฏการณ์ปรบมือให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ สธ.ทั่วประเทศ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่ค่อยเห็นบ่อยนัก ต้องขอบคุณกำลังใจจากคนไทย ซึ่งมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ท่านให้ความสำคัญทุกข้อมูล ทุกข้อความ และนำมาสู่มาตรการที่จะไปสู่การจัดอุปกรณ์ทางการแพทย์ และนำส่งมอบถึงมือบุคลากรทางแพทย์กับประชาชนในเร็ววันนี้

พบผู้ป่วยเพิ่ม127เสียชีวิตอีก1

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า สถานการณ์ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศไทย มีผู้ป่วยเพิ่ม 127 ราย กลุ่มใหญ่ 62 ราย มาจากสนามมวย สถานบันเทิง สัมผัสผู้ใกล้ชิด และผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้านี้ ส่วนอีก 49 ราย เป็นคนไทยที่เดินทางกลับจากกต่างประเทศ และคนต่างชาติเดินทางมาจากต่างประเทศ โดยมีกลุ่มอาชีพเสี่ยง รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ จำนวน 3 ราย ซึ่งเกี่ยวโยงกับสัมผัสผู้ป่วย ซึ่ง สธ.จะหามาตรการป้องกันส่วนนี้ และอีก 16 คน รอสอบสวนโรค ส่วนยอดผู้ป่วยสะสม 1,651 ราย กระจายใน 61 จังหวัด เสียชีวิตเพิ่ม 1 คน เป็นผู้ป่วยชาย อายุ 48 ปี เป็นนักดนตรีทำงานใน กทม. มีโรคเบาหวาน และมะเร็ง เริ่มป่วยตั้งแต่ 20 มีนาคม มีอาการไอ มีไข้ หลังกลับจาก กทม.ไปต่างจังหวัด โดยมีอาการรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนระบบหายใจล้มเหลว รวมยอดผู้เสียชีวิต 10 ราย อย่างไรก็ตาม ตัวเลขผู้ป่วยใน กทม.และนนทบุรี ยังเป็นตัวเลขที่สูงอยู่ 869 ราย ภาคตะวันออกเฉียง 77 ราย ภาคเหนือ 55 ราย ภาคกลาง 172 ราย ภาคใต้ 206 ราย

ย้ำตัวเลขติดเชื้อลดไม่เพิ่มมาตรการ

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า หลังจากประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 7 วัน หากร่วมมือดี ตัวเลขติดเชื้อใหม่ควรจะลดลง สำหรับ 3 วันนี้ที่ลดลงต่อเนื่อง นายกฯ พอใจในระดับนึง แต่ไม่นิ่งนอนใจ ยังไม่สามารถไว้วางใจสถานการณ์ทั้งหมดได้ ยังต้องติดตามตัวเลขอย่างใกล้ชิด และสั่งให้ปลัด สธ.ติดตามตัวเลขอย่างใกล้ชิด และมารายงานสม่ำเสมอ การปรับเปลี่ยนมาตรการอะไรจะเป็นไปตามข้อมูลของ สธ. ถ้าประชาชนให้ความร่วมมือ ตัวเลขลดลง จะไม่เพิ่มมาตรการ แต่ถ้าตัวเลขเพิ่มขึ้นมาตรการก็ต้องเข้มขึ้นเพื่อคุมให้เป็นศูนย์ให้หมด อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ขอร้องให้งดเว้นไม่ให้มีการร่วมสังสรรค์หรือทำกิจกรรมบันเทิงทั้งสิ้น สำหรับการขอความร่วมมือถ่ายทอดสดมวย แข่งเรือเจ็ตสกี และกองถ่ายละคร เป็นการขอความร่วมมือและหาวิธีการลดความเสี่ยง ซึ่งเป็นไปตามคำสั่งผู้ว่าฯกทม. ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม ย้ำว่าเป็นการขอความร่วมมือเพื่อลดความเสี่ยง แต่ถ้าท่านยังทำอยู่ถือว่ามีความเสี่ยง

เตือนโพสต์โกหก1เม.ย.มีความผิด

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า สำหรับข้อกังวลเรื่องการใช้จ่ายงบกลางที่นำมาแก้ไขปัญหาโควิด -19 นั้น นายกฯให้ความสำคัญมาก โดยการจัดสรรงบกลางจะเป็นการเพิ่มค่าตอบแทนบุคลากรทางการแพทย์ ทั้งค่าเสี่ยงภัย ค่าล่วงเวลา และการจัดสรรอุปกรณ์ทางการแพทย์ โดย สธ.ได้รับไปดำเนินการในการจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ และเตรียมโรงพยาบาลสนาม นอกจากนี้ นายกฯ ยังได้ชื่นชมเพจ อีเจี๊ยบเลียบด่วน ที่ออกมาโพสต์เตือนล่วงหน้าว่า วันที่ 1 เมษายน เป็นวัน April Fool’s Day หรือวันโกหก ซึ่งเป็นวัฒนธรรมของฝรั่ง แต่ของไทยอย่ามาโกหกในเรื่องที่เกี่ยวกับโควิด -19 เช่น โพสต์ว่าตัวเองติดเชื้อ ตัวเองป่วยอยู่ ซึ่งจะมีความผิด โทษจำคุก 5 ปี ปรับ 100,000 บาท

สำหรับบริษัทเอกชนที่ยังให้ลูกจ้าง พนักงาน ยังมาทำงานตามปกติ ทั้งที่บางงานสามารถทำที่บ้านได้นั้น ขอให้ประเมินว่าการนำคนมารวมกันกับการกระจายงานให้ไปทำอันไหนมีความเสี่ยงกว่ากัน เชื่อว่าผู้บริหารคงเข้าใจตรงนี้ และพิจารณาได้ว่าทำแบบไหนจะมีผลเสียมากกว่ากัน

จ่อใช้แผน”พิทักษ์มาตุภูมิ”สกัด

ที่กองบัญชาการกองทัพบก มีรายงานข่าวว่า พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รองผู้บัญชาการทหารบก(รองผบ.ทบ.) เป็นประธานการประชุมศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบกเพื่อรับทราบสถานการณ์โควิด-19 โดยเน้นย้ำ ให้ทุกหน่วยต้องติดสถานการณ์ และสร้างการรับรู้ความเข้าใจ การสื่อสารผ่านทางไลน์ หน่วยขึ้นตรงกองทัพบก(นขต.ทบ.)บางเรื่องมีความสำคัญสามารถนำมาศึกษาและปฏิบัติได้เลย นอกจากนี้ รัฐบาลได้ใช้มาตราการต่างๆในการแก้ไขปัญหาโควิด-19 ตามลำดับ ซึ่งมีแนวทางการปฏิบัติโดยใช้แผนพิทักษ์มาตุภูมิ ซึ่งจะใช้กำลังประจำถิ่น กำนัน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.)โรงพยาบาลสุขภาพประจำตำบล ตำรวจและทหาร ใช้ส่วนรวมในการตรวจคัดกรอง

สำรวจที่พัก-โรงแรมใช้กักผู้ป่วย

ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะประธานศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.)เห็นความสำคัญของประชาชนในพื้นที่ และหลีกเลี่ยงมาตรมการจะส่งผลกระทบต่อประชาชนที่หาเช้ากินค่ำ เนื่องจากบางกลุ่มต้องการให้รัฐบาลใช้มาตรการเด็ดขาด เพื่อให้ปัญหาคลีคลายโดยเร็ว แต่ปัญหาที่ตามมาคือประชาชนที่ได้รับผลกระทบมีจำนวนมาก จึงปรับเปลี่ยนมาตราการมารองรับ ให้เหมาะสมกับสถานการณ์

พร้อมกันนี้ให้ ผู้บังคับหน่วย ลงพื้นที่สำรวจ ที่พัก โรงแรม ว่า สามารถดัดแปลงเพื่อเป็นโรงพยาบาลในการกักตัวผู้ป่วย จำนวน 14 วันได้หรือไม่ หากดำเนินการได้ก็ขอให้สนับสนุนในการปรับปรุง โดยใช้แนวทาง จ.ชลบุรี เป็นโมเดล ขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการและภาคีในพื้นที่ เพื่อระดมทุนเป็นค่าใช้จ่ายให้ผู้ที่ถูกกักตัวอยู่ที่บ้าน รวมถึง อสม.ที่ทำหน้าที่ดูแลควบคุมผู้ได้รับผลกระทบโควิด-19

เช็ควุ่นผู้โดยสารดับบนรถไฟ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังเกิดเหตุ นายอนันต์ สาเหาะ อยู่บ้านเลขที่ 15 ซ.4 ถ.ทรายทอง ต.สุไหงโกลก อ.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส อายุ 57 ปี เสียชีวิตปริศนาบนรถไฟ ขบวนที่ 37 (กรุงเทพฯ-หาดใหญ่) เมื่อวันที่ 30 มีนาคม ที่ผ่านมา จนต้องมีการนำศพลงที่สถานีทับสะแก ประสานแพทย์และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตว่าจากโรคประจำตัว หรือเสียชีวิตจากโควิด-19

นายวรวุฒิ มาลา รักษาการผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กล่าวว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายการเดินรถเร่งประสานกับแพทย์ในพื้นที่แจ้งให้การรถไฟฯ ทราบโดยด่วน หากผู้โดยสารเสียชีวิตเพราะ Covid 19 ก็ให้พิจาณางดขบวนรถปฏิบัติงานและเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องหรือกักตัว 14 วัน ตามมาตรการฯ ของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขต่อไป

รฟท.แจ้งงดให้บริการ22ขบวน

ทางด้าน เพจเฟซบุ๊กไทยคู่ฟ้าโพสต์แจ้งว่า การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ประกาศงดเดินขบวนรถโดยสารเชิงพาณิชย์ รวมทั้งสิ้น 22 ขบวน ประกอบด้วย สายเหนือ 6 ขบวน สายตะวันออกเฉียงเหนือ 6 ขบวน และสายใต้ 10 ขบวน ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.63 เป็นต้นไป เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 หรือจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย โดยผู้โดยสารสามารถขอรับคืนเงินค่าตั๋วได้เต็มจำนวน นอกจากนี้ ผู้ที่ซื้อตั๋วและจองที่นั่งเพื่อเดินทางในช่วงสงกรานต์แล้วไม่ประสงค์จะเดินทาง สามารถนำตั๋วไปขอคืนเงินได้ที่สถานีรถไฟทุกแห่ง หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง

บิ๊กป้อมกำชับลุยล้างยาเสพติด

พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) เปิดเผยว่า ปัจจุบันแม้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่ในขณะเดียวกัน สถานการณ์ยาเสพติด ยังมีความพยายามลักลอบขนย้ายลำเลียงยาเสพติดทางอากาศจากยุโรปและผ่านชายแดนทางบกและทางน้ำเข้าไทยอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ในชุมชนเมืองยังพบการลักลอบมั่วสุมกันในหลายพื้นที่ โดยตั้งแต่เดือนมกราคม-มีนาคม 2563 เจ้าหน้าที่สามารถนำสืบจับกุมและยึดยาเสพติดได้จำนวนมากในแต่ละครั้ง เป็นยาบ้าจำนวนถึง 41 ล้านเม็ด ยาไอซ์ 2,457 กิโลกรัม รวมทั้งเฮโรอีน ฝิ่น กัญชาและกระท่อมอีกจำนวนมาก โดย พล.อ.ประวิตร กล่าวชื่นชมการปฏิบัติงานของ ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และ ป.ป.ส. และได้กำชับให้เพิ่มความเข้มข้นบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังมากขึ้น

ปชช.ฮือค้าน'บิ๊กตู่' จ่อสั่งรถเมล์หยุดวิ่งสกัด'โควิด' ชี้ยังต้องทำงาน-ถามรัฐเยียวยาไหวหรือ

ปชช.ฮือค้าน'บิ๊กตู่' จ่อสั่งรถเมล์หยุดวิ่งสกัด'โควิด' ชี้ยังต้องทำงาน-ถามรัฐเยียวยาไหวหรือ

วันอังคาร ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2563, 19.34 น.

เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2563 จากกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยตอนหนึ่งระบุว่า ในส่วนของการเดินทาง ได้ให้กระทรวงคมนาคมไปพิจารณาในกรณีหากยังมีการเคลื่อนย้ายจำนวนมากอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งเข้าใจถึงความสะดวกแต่บางคนก็ไม่จำเป็นที่ต้องเดินทาง ดังนั้น ให้ไปดูว่าการให้บริการขนส่งต่างๆ ของภาครัฐจะทำอย่างไร จำเป็นต้องลดจำนวนเที่ยวลง หรือไม่ในการให้บริการ

ซึ่งหากยังไม่เรียบร้อยหรือยังไม่สามารถควบคุมได้ ก็อาจต้องเจอสถานการณ์การลดการให้บริการทั้งหมด ไม่ว่าจะรถไฟฟ้า รถไฟ รถโดยสาร และรถเมล์ต่างๆ ที่จำเป็นต้องลดเที่ยวในการบริการลงจนกว่าสถานการณ์จะเรียบร้อย แต่หากยังไม่เรียบร้อยอีกก็คงต้องหยุดการให้บริการทั้งหมด เพื่อลดการเคลื่อนย้ายไปมาและลดการแพร่เชื้อโควิด-19 นั้น

ทั้งนี้ พบว่าประชาชนจำนวนมากใช้ช่องทางออนไลน์คัดค้านแนวคิดของ พล.อ.ประยุทธ์ เนื่องจากยังต้องทำงาน พร้อมกับตั้งคำถามว่า หากหยุดจริงรัฐบาลจะสามารถเยียวยาผลกระทบได้หรือไม่

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : 'บิ๊กตู่'สั่งประเมินผลพ.ร.ก.ฉุกเฉิน 1 เดือน ขู่ปิดระบบขนส่งมวลชนถ้ายังไม่ดีขึ้น

 
 
 
 
สิ้นแล้ว!! ‘ประจวบ ไชยสาส์น’ เจ้าของฉายาผู้โด่งดัง‘อีดี้อีสาน’

สิ้นแล้ว!! ‘ประจวบ ไชยสาส์น’ เจ้าของฉายาผู้โด่งดัง‘อีดี้อีสาน’

วันพุธ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2563, 09.39 น.

เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2563 นายประจวบ ไชยสาส์น อดีตรัฐมนตรีหลายกระทรวง เสียชีวิตแล้วเมื่อเวลา 7.10 น ที่โรงพยาบาลศิริราชปิยมหาการุณย์ ด้วยโรคมะเร็งปอด และวันนี้ จะมีการเคลื่อนศพไปบำเพ็ญกุศล ที่วัดเทพศิรินทราวาสศาลา 14 โดยจะสวดศพ 3 วันและเก็บศพไว้

สำหรับประวัติโดยสังเขป นายประจวบ ไชยสาส์น เกิดเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2487 สำเร็จการศึกษา จาก คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สมรสกับนางทองพูน ไชยสาส์น มีบุตร 4 คน คือ จารุภรณ์ ไชยสาส์น จักรพรรดิ ไชยสาส์น ต่อพงษ์ ไชยสาส์น จิราภรณ์ ไชยสาส์น 

เคยดำรงตำแหน่งมีบทบาทที่สำคัญ อาทิ นายกสภามหาวิทยาลัยรามคำแหง อดีตหัวหน้าพรรคเสรีธรรม อดีตเลขาธิการพรรคชาติพัฒนา อดีตรัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัย ในรัฐบาลของนายชวน หลีกภัย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอื่น ๆ อีกหลายกระทรวง เป็นบิดาของนายต่อพงษ์ ไชยสาส์น และนายจักรพรรดิ ไชยสาส์น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย

ในอดีต นายประจวบ ไชยสาส์น เป็นที่รู้จักกัน ในฉายา “อีดี้อีสาน”

 
'ภัทราวดี มีชูธน'ยกอพาร์ทเม้นท์ ให้'แพทย์-พยาบาล'ศิริราชพัก ตอบแทนความเสียสละ

'ภัทราวดี มีชูธน'ยกอพาร์ทเม้นท์ ให้'แพทย์-พยาบาล'ศิริราชพัก ตอบแทนความเสียสละ

วันพุธ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2563, 08.28 น.

วันที่ 1 เมษายน 2563  ครูเล็ก-ภัทราวดี มีชูธน ศิลปินแห่งชาติสาขาศิลปะการแสดง (ละครเวที ภาพยนตร์) และผู้ก่อตั้งมูลนิธิละครธรรมะในพระสังฆราชูปถัมภ์ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า 

"คุณแม่ ของฉัน ผูกพันกับโรงพยาบาล ศิริราช มายาวนาน เนื่องในยามวิกฤติเช่นนี้ ครอบครัวจึงขอยกตึก apartment PSB1 ทั้งตึก ซึ่งอยู่ใกล้ รพ.ศิริราชให้แพทย์ และพยาบาล ที่ไม่สามารถกลับบ้านพักผ่อน จนกว่าภารกิจของท่านสิ้นสุด เพื่อตอบแทน ความเสียสละของท่าน 

ขอบคุณลูกๆ ที่พร้อมใจกันทำสิ่งนี้ ขอบคุณคุณแม่ ขอบคุณ แพทย์และพยาบาลทุกท่าน #covid-19"

 
 
ก้าวไกล แนะรัฐใช้แผน‘งบประมาณฐานศูนย์’หั่นโครงการเปลี่ยนอาวุธเป็นยารักษาโรค

ก้าวไกล แนะรัฐใช้แผน‘งบประมาณฐานศูนย์’หั่นโครงการเปลี่ยนอาวุธเป็นยารักษาโรค

วันพุธ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2563, 10.54 น.

“วิโรจน์” สอนรัฐ ใช้แผน “งบประมาณฐานศูนย์”  หลังงบกลางเหลือน้อย ตัดโครงการจำเป็นรายกระทรวงออก  เปลี่ยนความมั่นคงทางการทหารเป็นความมั่นคงทางสาธารณสุข เปลี่ยนอาวุธมาเป็นยารักษาโรค 

เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2563 นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร โฆษกพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์ถึงการจัดสรรงบกลางของรัฐบาลว่า เรื่องนี้เราต้องให้ความเป็นธรรมกับทางรัฐบาล งบกลางที่มีจำนวน 5.2 แสนล้านบาทนั้น ไม่ได้วางไว้ให้ใช้กับภารกิจฉุกเฉินหรือจำเป็นอย่างเดียว แต่ถูกจัดวางไว้ให้ใช้กับเบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญแก่ข้าราชการ ประมาณ 2.66 แสนล้าน ค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาลข้าราชการ ลูกจ้าง และพนักงานของรัฐ ประมาณ 7.12 หมื่นล้าน เงินช่วยเหลือข้าราชการ ลูกจ้าง และพนักงานของรัฐ 4.94 พันล้าน และอื่นๆ อีกประมาณ 6.3 หมื่นล้าน ส่วนงบประมาณที่นำมาใช้กับสถานการณ์วิกฤตฉุกเฉิน ที่อยู่ในงบกลางมีชื่อว่า เงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น มีอยู่ 9.6 หมื่นล้าน ซึ่งถือเป็นจำนวนไม่มาก ดังนั้นเวลาที่เราคิดถึงงบกลาง เราต้องคิดถึงจำนวน 9.6 หมื่นล้าน ไม่ใช่ 5.2 แสนล้าน จากการที่ตนได้ตรวจสอบการใช้จ่ายเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินของรัฐบาลพบว่า ถูกใช้ไปในมาตรการดูแลเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 แล้วประมาณ 9.4 หมื่นล้าน ดังนั้นการที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีบอกว่า งบกลางจะหมดแล้วก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ แต่การใช้งบประมาณของรัฐบาลจะเป็นที่พอใจของประชาชนหรือเกิดประสิทธิผลหรือไม่นั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง  

วันนี้เราจึงเรียกร้องให้รัฐบาลโอนงบประมาณในส่วนที่ไม่จำเป็นจากกระทรวงต่างๆ มาใช้ในการกู้วิกฤต ล่าสุดรัฐบาลแจ้งว่าจะตัดงบประมาณ 10% จากทุกระทรวง ซึ่งการโอนงบแบบนี้ถือว่าไม่ถูกหลักการ เพราะหากกระทรวงหรือหน่วยงานใดมีความจำเป็นต้องใช้เงินจริงๆ ก็จะไม่สามารถนำไปใช้ดำเนินการตามที่วางแผนได้ เราจึงแนะนำให้บริหารงบแบบ Zero-based budgeting (การตั้งงบประมาณฐานศูนย์ ) การโอนงบประมาณแบบ Zero-based budgeting คือการเรียกงบประมาณที่ยังไม่มีการเบิกจ่ายมาทั้งหมด ทั้งงบลงทุน งบดำเนินงาน และงบร่ายจ่ายอื่น เช่น งบรายจ่ายที่ปรึกษา งบเดินทางไปราชการต่างประเทศ และงบจัดงานมหกรรม นิทรรศการ อบรม งานประชาสัมพันธ์ งบส่วนนี้เราเสนอให้ตัดทั้งก้อน ไม่จำเป็นต้องตัด 10% เพราะไม่สามารถนำงบมาใช้ได้อยู่แล้วในสถานการณ์เช่นนี้

งบส่วนที่ไม่ควรตัดแม้แต่บาทเดียวอย่างเช่น งบดูแลผู้สูงอายุ หรือผู้พิการของกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ สรุปการตั้งงบประมาณฐานศูนย์ คือการนำงบประมาณที่เหลือยู่ทั้งหมด ลบด้วยรายจ่ายประจำ เช่นเงินเดือนข้าราชการ เงินบำเหน็จบำนาญ จากนั้นเหลือเท่าไหร่ก็มาพิจารณาทีละโครงการ หากไม่จำเป็นก็ตัดทั้งโครงการ นี่คือสิ่งที่รัฐบาลควรทำ 

“หากใช้มาตรฐานตัดงบ 10% เราก็จะตัดงบจากกระทรวงกลาโหมได้น้อย ซึ่งข้อมูลจากกรมบัญชีกลางเปิดเผยว่า อัตราการเบิกจ่ายของงบลงทุนของกระทรวงกลาโหมต่ำมาก และอยากให้ย้อนหลังไปดูงบ 2562 หากมีสัญญาการซื้ออาวุธใดๆ แม้ว่ารัฐบาลจะอ้างว่ามีการทำสัญญาไปแล้ว ก็ต้องรื้อมาดู ตราบใดก็ตามที่ยังไม่มีการส่งมอบ ก็ควรจะไปเจรจาเพื่อลดออเดอร์ลง ขอแก้ไขสัญญาซื้อสินค้าชนิดอื่น หรือเลื่อนการซื้อขาย ดังนั้นหลักคิดในการโอนงบ 2563 คือ ใช้งบประมาณฐานศูนย์ คือ อะไรที่จำเป็นไม่ตัด แต่อะไรที่ไม่จำเป็นต้องตัดให้เหี้ยน โยกมาทั้งก้อน อย่ามาถือโอกาสใช้แนวคิดเท่าเทียม ตัด 10% เหมือนกันหมด” นายวิโรจน์ กล่าว 

นายวิโรจน์ กล่าวว่า ดังนั้นสิ่งที่เราอยากเห็นในงบประมาณปี 2564 คือ การมีงบความมั่นคงใหม่ เปลี่ยนความมั่นคงทางการทหารมาเป็นความมั่นคงทางสาธารณสุข เปลี่ยนอาวุธมาเป็นยารักษาโรค วันนี้ไอเอสประกาศยุติการก่อการร้าย และขบวนการบีอาร์เอ็นประกาศยุติการยิง เพราะต่างฝ่ายก็ทราบอย่างชัดเจนแล้วว่า วันนี้ความมั่นคงที่ทุกคนต้องเผชิญคือความมั่นคงด้านสาธารณสุข ไม่ใช่ความมั่นคงด้านการทหารอีกต่อไป และไวรัสไม่เลือกชนชั้นวรรณะ ไม่ว่าคุณจะมีชื่อเสียงหรือไม่ก็ตาม 

นายวิโรจน์ กล่าวถึงการทำงานของพรรค ก.ก. ว่า เรากำลังจะเสนอแนวทางการโอนงบประมาณ 2563 และการจัดสรรงบประมาณ 2564 ซึ่งส.ส.ที่อยู่ในกรรมาธิการงบประมาณ จะติดตามการทำงานของรัฐบาลอย่างใกล้ชิด หากรัฐบาลยังใช้วิธีบวกๆ ลบๆ งบประมาณ 2563 ถือว่ารัฐบาลยังส่งการบ้านแบบเดิม ทั้งที่สถานการณ์ไม่เหมือนเดิม ดังนั้นหากยังไม่แก้ไข การพิจารณาในวาระ 1 คงโหวตให้ผ่านไม่ได้ โดยสิ่งที่เราอยากจะเตือนคือ กระทรวงกลาโหมเป็นกระทรวงที่มีสัดส่วนของงบผูกพันสูงมาก ในปี 2564 เราคาดหวังว่า จะไม่เห็นงบผูกพันใดๆ ของกระทรวงกลาโหม ยกเว้นเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับความเป็นความตายและชีวิตของประชาชน เราไม่อยากเห็นงบการจัดซื้ออาวุธที่ไม่จำเป็น รวมไปถึงไม่อยากเห็นงบอีเว้นท์ สัมมานา นิทรรศการ อบรม การเดินทางไปต่างประเทศ เพราะสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ไม่จบในเร็วๆ นี้แน่

กลางกรุง!ตม.ล่อซื้อจับ6เวียดนาม ผลิตและขาย‘เจล-หน้ากาก’ ของกลาง1.4แสนชิ้น

กลางกรุง!ตม.ล่อซื้อจับ6เวียดนาม ผลิตและขาย‘เจล-หน้ากาก’ ของกลาง1.4แสนชิ้น

วันพุธ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2563, 10.58 น.

“ผบช.สตม.” นำทีมลุยจับ 6 เวียดนามกลางกรุง ลอบนำเข้า ผลิตและจำหน่าย “เจลแอลกอฮอล์-หน้ากากอนามัย” ของกลาง 1.4 แสนชิ้น อ้างธุรกิจทัวร์กิจการซบเซา เลยหันมาขายทำกำไร

1 เมษายน 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อช่วงค่ำวันที่ 31 มีนาคม 2563 ที่ผ่านมา พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) , พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง ผบช.สตม. และโฆษก สตม. , พล.ต.ต.พรชัย ขจรกลิ่น ผบก.สส.สตม. , พ.ต.อ.ฤทธี ปานดำ ผกก.สน.คลองตัน พร้อมเจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง , สน.คลองตัน และกรมการค้าภายในกระทรวงพาณิชย์ เข้าทำการจับกุมชาวเวียดนาม 6 ราย ที่บริเวณบ้านเช่าในซอยพัฒนาการ 29 แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ

ทั้งนี้ ชาวเวียดนามดังกล่าว ประกอบด้วย นางทราน ทุย อาน อายุ 39 ปี , นางเหงียน ทิ เฮวียน อายุ 34 ปี , นายโฮ ไท ดวน อายุ 35 ปี , นายเหงียน แวน ฮุง อายุ 35 ปี , นายฮวง เซียน ซุง อายุ 34 ปี , นายเหงียน ดุย นำ อายุ 32 ปี พร้อมของกลางหน้ากากอนามัย 9 ลัง ลังละ 50 กล่อง , เครื่องผลิตเจล 3 เครื่อง , แอลกอฮอล์ 13 ถัง , แอลกอฮอล์เจล 1 ลัง รวมหน้ากากอนามัย 142,500 ชิ้น , แอลกอฮอล์เจล 12,000 ขวด , อาวุธปืน 2 กระบอก , ยาไอซ์ 20 ถุง , ยาอี 7 เม็ด และรถบรรทุกหน้ากากอนามัย 1 คัน

พล.ต.ท.สมพงษ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากชุดสืบสวนตำรวจตรวจคนเข้าเมืองได้ทำการล่อซื้อหน้ากากอนามัย 1 ลัง ในราคา 32,500 บาท เฉลี่ยชิ้นละ 14-15 บาท จึงทำการนัดเจอกับบริเวณซอยพัฒนาการ 29 ก่อนแสดงตัวเข้ามาตรวจค้นบ้านเช่าของผู้ต้องหาในซอยพัฒนาการ 29 ซึ่งเปิดเป็นบริษัทประกอบธุรกิจนำเที่ยว

ทั้งนี้ บ้านหลังดังกล่าวเป็นทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น เปิดเป็นออฟฟิศ จากการตรวจค้นพบอาวุธปืน เครื่องกระสุน และยาเสพติด ห่างออกไปที่บ้านอีกหลังหนึ่ง จากการเข้าตรวจสอบพบเป็นแหล่งผลิตบรรจุเจลแอลกอฮอล์ และเป็นโกดังเก็บหน้ากากอนามัย โดยพบเครื่องผสมบรรจุขวดอยู่ในห้องน้ำของบ้านหลังดังกล่าว

ยอดผู้ป่วย'โควิด-19'ทั่วโลกทะลุ8แสน สหรัฐฯนำโด่งกว่า1.6แสนราย

ยอดผู้ป่วย'โควิด-19'ทั่วโลกทะลุ8แสน สหรัฐฯนำโด่งกว่า1.6แสนราย

วันพุธ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2563, 09.24 น.

1 เม.ย.63 สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ข้อมูลล่าสุดจากศูนย์วิทยาศาสตร์และวิศวกรรมเชิงระบบ (CSSE) แห่งมหาวิทยาลัยจอห์นส ฮอปกินส์ ระบุว่าจำนวนผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) จากทั่วโลก ทะลุ 800,000 ราย

รายงานระบุว่าจนถึงเวลา 07:00 น. ตามเขตเวลาตะวันออกของสหรัฐฯ มีผู้ป่วยโรคโควิด-19 ที่ได้รับการยืนยันผลแล้ว 800,049 รายทั่วโลก เป็นผู้เสียชีวิต 38,714 ราย ขณะผู้ป่วยมากกว่า 166,768 รายได้รับการรักษาจนหายดีแล้ว

ขณะนี้สหรัฐฯ เป็นประเทศที่พบผู้ป่วยโรคโควิด-19 มากที่สุดในโลก ทะลุ 164,610 ราย ขณะที่อิตาลีมีรายงานผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 11,591 ราย ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดในทุกภูมิภาคและประเทศทั่วโลก

(2)ไม่แจ้งต้นทุน ราคาซื้อ ราคาจำหน่ายปริมาณการผลิตและส่งออก ของเจลล้างมือ (3)เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาตทำงาน

(4)มีเสพเสพติดให้โทษประเภท 1 ยาไอซ์  (5)มีเสพเสพติดให้โทษประเภท 2 ยาอี (6)มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไม่ได้รับอนุญาต นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนสน.คลองตัน เพื่อดำเนินคดี และส่งของกลางไปตรวจสอบว่าได้มาตรฐานหรือไม่ ส่วนรายละเอียดอื่นๆ จะทำการสืบสวนขยายผลต่อไป

พล.ต.ท.สมพงษ์ กล่าวอีกว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. ให้ดำเนินการออกสืบสวนติดตามจับกุมผู้กักตุนสินค้าจำเป็นและสินค้าไม่ได้มาตรฐาน เช่น หน้ากากอนามัย เจลฆ่าเชื้อ เป็นต้น โดยให้บูรณาการทุกหน่วยราชการ พล.ต.อ.จักรทิพย์ และ พล.ต.อ.สุวัฒน์ จึงได้สั่งการให้ สตม. พร้อมชุดสืบสวนออกสืบสวน จนนำมาซึ่งการจับกุมดังกล่าว

ด้าน พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รองผบช.สตม. และโฆษก สตม. , พ.ต.อ.ภัคพงศ์ สายอุบล รองโฆษก สตม. , พ.ต.อ.เชิงรณ ริมผดี รองโฆษก สตม. และ พ.ต.อ.หญิง เอกอาภา ตันศิริ รองโฆษก สตม. ร่วมกันเปิดเผยว่า หากประชาชนผู้ใดมีเบาะแสการกระทำความผิดเกี่ยวกับชาวต่างชาติ หรือความผิดอื่นๆที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของตำรวจตรวจคนเข้าเมือง สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน สตม.1178 หรือที่ตรวจคนเข้าเมืองทุกจังหวัดทุกจุดที่มีที่ทำการอยู่ หรือเข้าแจ้งได้ที่เว็บไซต์ www.immigration.go.th ได้ทันที

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ยอดผู้ป่วย'โควิด-19'ทั่วโลกทะลุ8แสน สหรัฐฯนำโด่งกว่า1.6แสนราย

ยอดผู้ป่วย'โควิด-19'ทั่วโลกทะลุ8แสน สหรัฐฯนำโด่งกว่า1.6แสนราย

วันพุธ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2563, 09.24 น.

1 เม.ย.63 สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ข้อมูลล่าสุดจากศูนย์วิทยาศาสตร์และวิศวกรรมเชิงระบบ (CSSE) แห่งมหาวิทยาลัยจอห์นส ฮอปกินส์ ระบุว่าจำนวนผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) จากทั่วโลก ทะลุ 800,000 ราย

รายงานระบุว่าจนถึงเวลา 07:00 น. ตามเขตเวลาตะวันออกของสหรัฐฯ มีผู้ป่วยโรคโควิด-19 ที่ได้รับการยืนยันผลแล้ว 800,049 รายทั่วโลก เป็นผู้เสียชีวิต 38,714 ราย ขณะผู้ป่วยมากกว่า 166,768 รายได้รับการรักษาจนหายดีแล้ว

ขณะนี้สหรัฐฯ เป็นประเทศที่พบผู้ป่วยโรคโควิด-19 มากที่สุดในโลก ทะลุ 164,610 ราย ขณะที่อิตาลีมีรายงานผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 11,591 ราย ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดในทุกภูมิภาคและประเทศทั่วโลก

 ..............................................................
 
1 เม. ย. 2563
 
 

โดย นายยั้งคิด

 

กลับไปที่ www.oknation.net