วันที่ อังคาร เมษายน 2563

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เหรียญโภคทรัพย์ หลวงพ่อสงฆ์ วัดเจ้าฟ้าศาลาลอย .....บล็อคกษาปณ์


เหรียญโภคทรัพย์ หลวงพ่อสงฆ์ วัดเจ้าฟ้าศาลาลอย .....บล็อคกษาปณ์

เหรียญพระบล็อคกษาปณ์ (เหรียญที่โรงกษาปณ์ใช้กำลังการผลิตที่เหลือจากการผลิตเหรียญกษาปณ์หมุนเวียน รับจ้างผลิตเหรียญพระ และเหรียญที่ระลึกต่างๆ  งานส่วนใหญ่ จะมีความสวยงามประณีต)

 

 

 “… ธรรมะในพุทธศาสนามีความหมดจดบริสุทธิ์และสมบูรณ์บริบูรณ์ด้วยเหตุผล ซึ่งบุคคลสามารถจะศึกษาและปฏิบัติด้วยปัญญาความเพ่งพินิจ ให้เกิดประโยชน์คือความเจริญความผาสุกแก่ตนได้อย่างแท้เที่ยง ตั้งแต่ประโยชน์ขั้นพื้นฐานคือการตั้งตัวได้เป็นปรกติสุข จนถึงประโยชน์ขั้นปรมัตถ์คือหลุดพ้นจากเครื่องเกาะเกี่ยวร้อยรัดทุกประการ ข้อนี้เป็นลักษณะพิเศษในพระพุทธศาสนาซึ่งทำให้พระพุทธศาสนามีคุณค่าประเสริฐสุด …”

พระบรมราโชวาทในหลวงรัชกาลที่9  เพื่อเชิญไปอ่านในการเปิดประชุมใหญ่ของสมาคมพุทธศาสนาทั่วราชอาณาจักร ครั้งที่ 29 ในวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ.2524

 

 

 

ด้านหน้าเหรียญ

 

 

 

 

ด้านหลังเหรียญ

  

ประวัติหลวงพ่อสงฆ์ จันทสโร วัดเจ้าฟ้าศาลาลอย

         หลวงปู่สงฆ์ เป็นนามที่ชาวกรุงเทพมหานครเรียกชื่อท่านด้วยความเคารพเลื่อมใสท่านเป็นพระคณาจารย์สมถวิปัสสนาที่ชาวจังหวัดชุมพรและชาวกรุงเทพๆภูมิใจเป็นหนักหนาหลวงปู่ท่านมีความเมตตาปรานีแก่ทุกๆคนไม่เลือกชั้นวรรณะถ้าแม้บุคคลใดไปขอพรจากท่านแล้วจะได้รับความสมหวังอย่างมั่นคงด้วยทุกคนเชื่อว่าท่านหลวงปู่สงฆ์มีวาจาศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนักหลวงปู่สงฆ์ท่านเป็นคนชาวจังหวัดชุมพรโดยกำเนิดท่านเกิดที่หมู่บ้านวิสัยเหนืออ.สวีจ.ชุมพรเมื่อวันอังคารเดือน๖ขึ้น๑ค่ำปีขาลพ.ศ.๒๔๓๓บิดาชื่อนางแดงมารดาชื่อนางนุ้ยมีอาชีพทำนา-ไร่สวนอายุได้๑๘ปีท่านได้บรรพชาเป็นสามเณรที่วัดสวีอันเป็นวัดใกล้ๆบ้านเกิดท่าน

 

 

 

         เมื่อบวชเป็นสามเณรแล้วท่านก็ได้ศึกษาพระธรรมวินัยอยู่๒ปีจึงได้ลาสึกออกไปช่วยบิดามารดาประกอบอาชีพทำงานท้องนาและไร่สวนครั้นอายุครบอุปสมบทท่านได้มาฝากตัวแก่พระอุปัชฌาย์ที่วัดสวีขอบวชเป็นพระภิกษุสงฆ์ได้รับความเมตตาจากพระอาจารย์ชื่นเป็นพระอุปัชฌาย์ให้ฉายาว่า "จันทสโรภิกขุ" หลังจากบวชเป็นพระแล้วท่านได้ไปอยู่จำพรรษาที่วัดควนอ.สวีจ.ชุมพร๑พรรษาในระหว่างพรรษาท่านได้ศึกษาพระธรรมวินัยเพิ่มเติมจนพอรู้แนวทางการดำเนินชีวิตในเพศพรหมจรรย์ออกพรรษาแล้วท่านมีความสนใจทางสมถกรรมฐานและวิปัสสนากรรมฐานแต่ในจังหวัดชุมพรไม่มีพระอาจารย์สอนทางด้านนี้เลยท่านจึงกราบลาพระอุปัชฌาย์ -อาจารย์ออกจากจังหวัดชุมพรมุ่งหาพระอาจารย์สอนกรรมฐานในถิ่นอื่นๆโดยได้ออกเดินทางไปท่ามกลางป่าเขาอย่างไม่มีจุดหมายปลายทางเพราะท่านยังไม่รู้จักคำว่า " เดินธุดงค์" ในสมัยนั้นแต่หลวงปู่สงฆ์มีความแน่ใจว่าการเดินทางอยู่ในป่าดงพงไพรนี้จะต้องพบกับพระผู้ปฏิบัติบ้างเพราะพระกรรมฐานชอบอยู่ป่าดงมากกว่าอยู่วัดวาอารามหลวงปู่สงฆ์รอดพ้นจากอันตรายรอบด้านเช่นสัตว์ป่าไข้ป่าอันดุร้ายไปได้ก็เพราะแรงใจที่มุ่งปฏิบัติธรรมกับพระอาจารย์องค์ใดองค์หนึ่งเมื่อพบก็จะมอบตัวเป็นศิษย์ขอฝึกอบรมด้วยเท่านั้น

 

         หลวงปู่สงฆ์ประสบความสมหวังเมื่อได้ทราบว่า .... พระอาจารย์รอดวัดโต๊ะแซหรือตอแซเป็นพระอาจารย์ที่ทรงฌานสมาบัติสูงองค์หนึ่งในจังหวัดภูเก็ตท่านจึงได้ไปฝากตัวเป็นศิษย์ขอฝึกอบรมปฏิบัติพระกรรมฐานอยู่กับพระอาจารย์รอด๒พรรษาหลวงปู่สงฆ์มีความพากเพียรอย่างคร่ำเคร่งมีสมาธิแก่กล้าสามารถในทางปฏิบัติมากแล้วท่านพระอาจารย์รอดได้ให้ออกเดินธุดงค์ไปอยู่ป่าช้าตามถ้ำผาป่าดงต่อไปเพื่อความรุ้แจ้งในจิตใจและจะได้ปรารภธรรมตามสติปัญญาหลวงปู่สงฆ์เดินธุดงคกรรมฐานไปจนถึงชายแดนด้านมาลายูจากนั้นท่านก็ได้เดินธุดงค์ย้อนกลับมาจนถึงจังหวัดเพชรบุรี

 

         หลวงปู่สงฆ์จนฺทสโรท่านมีความชำนาญในเรื่องสมถกรรมฐานและวิปัสสนากรรมฐานมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งสมัยก่อนโน้นทางภาคใต้นับตั้งแต่จังหวัดชุมพรลงไปครูบาอาจารย์ต่างๆมักจะสนใจปฏิบัติสมถกรรมฐานแล้วเดินจิตเล่นฤทธิ์กันเสียโดยส่วนมากสำนักเรียนวิชาต่างๆภายใน(จิต) สำนักเขาอ้อมีชื่อเสียงมากในเรื่องนี้แต่หลวงปู่สงฆ์ก็ดีหลวงปู่หมุนก็ดีตามที่มีชื่อเสียงโด่งดังอยู่ในปัจจุบันนี้ท่านสามารถหันเข้ามาดำเนินจิตสู่วิปัสสนากรรมฐานเสียเพราะเป็นหนทางออกจากความยึดมั่นในอำนาจจิตอำนาจฌานได้อย่างสิ้นเชิงเป็นความจริงดังนี้

 

         ต่อมาหลวงปู่สงฆ์ท่านเกิดสติปัญญามองเห็นภัยในวัฎสงสารที่มันเคยแปรปรวนหมุนเวียนไม่รู้จบท่านเกิดเบื่อหน่ายคิดดำเนินชีวิตในป่าดงพงไพรทำจิตเร่งบำเพ็ญเพียรเพื่อความพ้นทุกข์ การเดินธุดงคกรรมฐานของครูบาอาจารย์นั้นมิใช่ว่าจะเดินไปในที่แห่งหนึ่งแล้วไปในที่แห่งหนึ่งพึงรีบเดินเพื่อให้ถึงเร็วๆนั้นหาไม่แต่การเดินธุดงค์ก็เหมือนการเดินแบบปกติหรือเดินจงกรมนั่นเองท่านเดินอย่างมีสติ .... คือขณะที่ก้าวเดินไปนั้นท่านกำหนดคำบริกรรมหรือพิจารณาธรรมไปเรื่อยๆโดยไม่นับก้าวแต่อย่างใดท่านเดินด้วยสติแม้อะไรจะเกิดขึ้นมาในช่วงนั้นท่านก็รู้ชัดไม่มีอาการของจิตแส่ส่ายไปมาเพราะสติเป็นกำลังอันสำคัญขณะทำความเพียรเช่นอิริยาบถยืนเดินนั่งนอนหลวงปู่สงฆ์จนฺทสโรท่านได้อาศัยชีวิตอยู่ในป่าดงเป็นเวลาหลายปีอาศัยโคนไม้ถ้ำผาต่างๆเป็นที่พักผ่อนไม่มีความอาลัยในชีวิตว่าจะสุขหรือทุกข์ท่านมุ่งปฏิบัติธรรมเพื่อความรู้ธรรม

 

         เมื่อรู้ธรรมแล้วท่านก็นำธรรมะนั้นมาสอนจิตสอนใจตนเองขัดเกลากิเลสตัณหาอุปาทานซึ่งเป็นสมบัติประจำสันดานมนุษย์ให้หลุดให้ลอกออกไปจากจิตใจชำระจิตใจด้วยธรรมเพื่อความสะอาดหมดจดแห่งชีวิต๗ปีแห่งการทรมานกิเลสภายในจิตใจของท่านซึ่งไม่เคยออกจากป่าสู่เมืองเลยทำให้สภาพจิตสดใสแจ่มแจ้งในธรรมะแต่สภาพสังขารดูออกจะเป็นฤาษีชีไพรหนวดเครารุงรังผมเผ้ายาวจีวรสบงขาดรุ่งริ่งนั่งภาวนาในป่าเมืองชุมพรคล้ายกับวาสนาท่านจะต้องมาอยู่วัดเจ้าฟ้าศาลาลอยจึงมีชาวบ้านป่าเดินตามนกตัวหนึ่งที่ร้องเป็นภาษามนุษย์ว่า " หนักก็วางเสีย ! หนักก็วางเสีย " ชาวบ้านป่าเดินตามนกจนพบหลวงปู่สงฆ์และได้นิมนต์มาอยู่วัดร้างแห่งนั้นหลวงปู่สงฆ์จนฺทสโรท่านเป็นพระภิกษุสงฆ์ที่มีความอดทนค้นคว้าสัจธรรมความเป็นจริงของพระพุทธเจ้าด้วยชีวิตเป็นเดิมพัน๑๐พรรษาท่ามกลางป่าดงท่านอาศัยภูเขาลำเนาไพรมาโดยตลอดการบิณฑบาตท่านโคจรไปในหมู่บ้านชาวป่าได้บ้างอดบ้างตามอัตภาพจนมีความพอดีแก่จิตใจปล่อยวางของหนักได้หมดสิ้นแล้วอย่างมั่นใจ

 

         ท่านจึงออกจากป่าสู่วัดร้างแห่งหนึ่งท่านได้จำพรรษาก่อสร้างวัดร้างแห่งนั้นจนเจริญรุ่งเรืองในปัจจุบันโดยขนานนามว่าวัดเจ้าฟ้าศาลาลอยอ.เมืองจ.ชุมพรหลวงปู่สงฆ์จนฺทสโรท่านเป็นพระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบองค์หนึ่งในจังหวัดชุมพรบัดนี้ท่านได้วางแล้วซึ่งขันธ์อันหนักหน่วงของท่านและได้ทิ้งรากฝากความดีงามให้แก่ชนรุ่นหลังระลึกถึงณวัดเจ้าฟ้าศาลาลอย 

 

 

  

ข้อมูล/ภาพ

http://www.itti-patihan.com/ประวัติ-หลวงพ่อสงฆ์-จันทสโร-วัดเจ้าฟ้าศาลาลอย.html

http://3king.lib.kmutt.ac.th/King9CD/chapter11/page2.html

http://www.nanacollections.com

https://th-th.facebook.com/tuKammatanclub

โดย opads

 

กลับไปที่ www.oknation.net