วันที่ พฤหัสบดี เมษายน 2563

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

อยู่ห่าง ๆ หิ้วปิ่นโต กันCovid-19


ช่วงเวลาแห่งการระวังรักษาตัวให้ปลอดภัยจากการติดเชื้อไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ COVID - 19

สื่อต่าง ๆ ประชาสัมพันธ์ถึงการปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันการติดเชื้อ

คือ การไม่รับประทานอาหารและใช้ภาชนะร่วมกับผู้อื่น ล้างมือบ่อย ๆ

หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับผู้อื่น เก็บตัวอยู่กับบ้าน

สถานที่ทำงานก็มีนโยบายให้ปิดบริการ

แต่คนทำงานก็ยังมาทำงานเช่นปกติ

ที่ทำงานฉันมีกันแค่สองคน เราก็แยกกันนั่งทำงานหน้าห้องกับหลังห้อง

เวลาจะหารือเรื่องงานเราก็ใช้ไลน์ติดต่อกัน

เวลามาทำงานแม่ที่ฉันเรียกว่า "ยาย" ตามเด็ก ๆ

 

(แกงเผ็ดไก่แบบน้ำพริกแกงใต้ ไข่ต้ม ข้าวสวยนิดหน่อยก็อร่อยแล้วค่ะ)

ก็จะทำกับข้าวใส่ปิ่นโตใบเล็กๆ น่ารักๆ

เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ ๔ นิ้ว

และบางแม่ก็ตักกับข้าวแยกใส่ถุงให้น้องที่นั่งทำงานแยกไปต่างหาก

เราต่างคนก็มีวิถีที่ต่างกันเด็กจบใหม่ก็จะ กิน นอน ไม่เป็นเวลา

และมาตรการป้องกันโควิด ก็ทำให้เราต่างคนต่างกิน

 

พอแกะเอาปิ่นโตออกมาวางบรรยากาศเก่า ๆ ตอนเราเด็ก ๆ ก็ไหลรี่เข้ามา

ตอนเรียนชั้นประถม ฉันจะเห็นเพื่อนคนจีน

เมื่อพักเที่ยงจะมีคนที่บ้านหิ้วปิ่นโตเอาข้าวกลางวันมาส่งให้ที่โรงเรียน

ด้วยความที่เรายังเด็กไม่ค่อยรู้ความ

ฉันมักรบเร้าให้แม่เอาข้าวกลางวันไปส่งให้เหมือนเพื่อนบ้าง 

แต่แม่ก็ต้องไปทำงานของแม่เห็นปิ่นโตทีไรนึกถึงเรื่องนี้ทุกทีเลยล่ะค่ะ

 

(แม่ทำขาหมูพะโล้ได้อร่อยมากค่ะ)

ฉันรู้สึกว่าการกินข้าวในปิ่นโตนี่ช่างอร่อยเสียจริง

และปิ่นโตนี้ทำให้หวนคิดถึงนิทานเรื่องก่องข้าวน้อยฆ่าแม่

เพราะปิ่นโตเมื่อมองด้วยสายตาแล้วเล็กนัก

แต่เมื่อหิ้วมาที่ทำงานแล้วบางครั้งก็กินไม่หมด เหลือกลับบ้านบ่อย ๆ 

(แกงคั่วหน่อไม้ดอง(ดองเอง)กับผักวุ้นเส้นใส่ไข่ใส่กระเทียมดอง)

ด้วยความที่แม่เป็นคนเหนือเป็นสาวงามเมืองแพร่

และพ่อของฉันเป็นคนปักษ์ใต้คือหนุ่มหล่อจากเมืองนครศรีธรรมราช

ฉันถามแม่บ่อย ๆ ว่าพ่อเป็นหนุ่ม ๆ หล่อมากไหม

แม่ตอบว่ามาก และเป็นคนช่างเจรจากล้าแสดงออก

งานฤดูหนาวของเชียงใหม่พ่อจะเป็นตัวแทนจากวิทยาลัยเกษตกรรมแม่โจ้(ชื่อสมัยนั้น)

รำมโนราห์บนเวทีของงานฤดูหนาว เห็นทีจะหล่อไม่เบา

พอเป็นแบบนี้กับข้าวบ้านเราเลยเป็นกับข้าวสองภาค

ฉันอร่อยทั้งสองภาคกินได้ทุกอย่างสบายท้องไป

และกับข้าวที่แม่ทำให้ก็แสนจะสวยงามและอร่อย

จนอดที่จะถ่ายรูปเก็บเป็นอัลบั้มไว้ไม่ได้

 

(ที่บ้านเรียกแกงแบบนี้ว่าแกงส้มค่ะ แกงส้มกุ้งกับไข่เจียวเข้ากันนะคะ)

เพราะฉันได้รับบทเรียนจากการเป็นลูกกำพร้าพ่อ

เมื่อสองสามเดือนที่ผ่านมา

พ่อของเราที่เราเห็นว่าแข็งแรงกระฉับกระเฉง

พ่อออกกำลังทุกวันในตอนเย็น แต่เราลืมนึกไปว่าพ่ออายุมากแล้ว

เมื่อพ่อหายไปเรารู้สึกว่าเราเก็บอะไรของพ่อไว้น้อยเหลือเกิน

ไม่ว่าจะเป็นรูปถ่าย หรือคลิปสั้น ๆ ก็น้อยนัก

 

(แกงโฮ๊ะ กับขาหมูค่ะ)

เดี๋ยวนี้เมื่อได้มาอยู่กับแม่ อะไรที่แม่อยากได้อยากทำจึงไม่เคยขัด

และรับรู้ถึงความไม่เที่ยงนี้อยู่เสมอ

 

อะไรที่เกี่ยวกับแม่ ฉันจึงเก็บรวบรวมเอาไว้แม้แต่สิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ

 

(ยำหน่อไม้ส้ม(หน่อไม้ดอง) กับปลาเค็มทอดค่ะ ปลาแบบนี้ที่บ้านเรียกปลาบ้วงค่ะ)

แม่ตื่นแต่เช้าทำกับข้าวไปถวายพระที่วัดอุทิศไปให้พ่อเกือบทุกวัน

ฉันพลอยได้อานิสงส์นี้ไปด้วย คือมีข้าวกลางวันกินฟรีใส่ปิ่นโตให้ทุกวัน

การประหยัดค่าอาหารกลางวันแบบนี้

คาดว่าฉันอาจจะมีเงินเก็บกับเขาบ้างในเร็ว ๆ นี้ก็เป็นได้ (ฮา)

...สวัสดีค่ะ...

โดย จิตราภรณ์

 

กลับไปที่ www.oknation.net