วันที่ อังคาร เมษายน 2563

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

การปิดเมือง กับ ภูมิคุ้มกันหมู่ herd immunity ในระดับควอนตัม (must read)


มาตราการปิดเมือง โดยหลักการจะเป็นการปิดความรู้สึกเพื่อเปิดความคิด/ลดความรู้สึกเพื่อเพิ่มความคิด และมาตรการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ herd immunity โดยหลักการจะเป็นการเปิดความคิดเพื่อปิดความรู้สึก/เพิ่มความคิดเพื่อลดความรู้สึก ซึ่งถ้าหากมองจากสถานการณ์ภายนอกเราจำเป็นต้องเลือกใช้มาตราการใดมาตราการหนึ่ง แต่ถ้าหากมองจากสถานการณ์ภายใน/ส่วนที่ซ้อนทับและพัวพันอยู่ภายใต้การเลือกใช้มาตราการใดมาตราการหนึ่ง เราจำเป็นต้องทำทั้งสองทางคือ ปิดความรู้สึกเพื่อเปิดความคิด/ลดความรู้สึกเพื่อเพิ่มความคิดและเปิดความคิดเพื่อปิดความรู้สึก/เพิ่มความคิดเพื่อลดความรู้สึก ซึ่งความน่าจะเป็นในโลกควอนตัมในระดับจุลภาคในทางฟิสิกส์หมายถึง สถานะของอนุภาคและคลื่น ถ้าหากเราจัดการทดลองให้ระบบแสดงสมบัติคลื่นก็จะได้คลื่น และถ้าจัดการทดลองให้ระบบแสดงสมบัติด้านอนุภาค ก็จะได้อนุภาค อย่างไรก็ตามระบบควอนตัมจะไม่แสดงคุณสมบัติทั้งสองอย่างพร้อมๆกัน เราจึงจำเป็นต้องนำเอาหลักการเติมเต็ม (complementarity principle) มาใช้ แต่ความน่าจะเป็นในโลกควอนตัมในระดับมหภาคที่หมายถึง สถานะของพลังงาน จะมีส่วนที่แสดงออกอยู่สองส่วนคือ ส่วนที่สามารถเปลี่ยนรูปไปเป็นอะไรก็ได้และส่วนที่ไม่สามารถเปลี่ยนรูปไปเป็นอะไรก็ได้ (ไม่ใช่ทั้งหมดของพลังงานในระบบจะสามารถถูกเปลี่ยนหรือถูกโอนโดยกระบวนการของงาน) ยกตัวอย่างเช่น โลกและมนุษย์ ทั้งสองต่างก็มีโครงสร้างหลักภายนอกและโครงสร้างหลักภายใน ที่แต่ละส่วนจะมีความน่าจะเป็นสองส่วนคือ สามารถเปลี่ยนรูปไปเป็นอะไรก็ได้และไม่สามารถเปลี่ยนรูปไปเป็นอะไรก็ได้ และแต่ละส่วนก็จะมีความน่าจะเป็นในส่วนของตัวเองและของกันและกัน ถ้าหากมองในด้านของพลังงานที่มีค่าเท่ากับ 0/1 หรือ การหมุนเวียนพลังงานคำว่า ไม่ใช่ทั้งหมดของพลังงานในระบบจะสามารถถูกเปลี่ยนหรือถูกโอนโดยกระบวนการของงาน จะมีการทำงานบนระบบไม่เชิงเส้น (nonlinear system) คือ ไม่สามารถและสามารถ ความหมายคือ พลังงานสามารถถูกเปลี่ยนหรือถูกโอนโดยไม่จำเป็นต้องผ่านกระบวนการของงานโดยตรง แต่ผ่านผลที่เกิดขึ้นทางอ้อมจากกระบวนการของงานที่ได้กระทำไปแล้ว ซึ่งทำให้พลังงานนิ่งเกิดมีมวลมากขึ้นส่งผลทำให้พลังงานเกิดมีการเคลื่อนที่โดยอัตโนมัติ วัตถุใด ๆ ที่มีมวลเมื่อหยุดนิ่ง (จึงเรียกว่ามวลนิ่ง) มีพลังงานนิ่งที่สามารถคำนวณได้โดยใช้สมการ ของ Albert Einstein E = mc2 การเป็นรูปแบบของพลังงานแบบหนึ่ง, พลังงานนิ่งสามารถถูกเปลี่ยนไปยังหรือจากรูปแบบอื่น ๆ ของพลังงาน ในขณะที่ปริมาณทั้งหมดของพลังงานไม่เปลี่ยนแปลง จากมุมมองนี้ จำนวนของสสารในจักรวาลก่อให้เกิดการรวมของพลังงานทั้งหมด (โลกยังมีสมการจากทฤษฎีควอนตัมอีกชุดหนึ่งที่มีคุณสมบัติในการสร้างและทำลายล้างสูงในลักษณะที่ย้อนกลับ/กลับด้านกันกับสมการของ Albert Einstein ในอนาคตสมการทั้งสองชุดนี้จะค่อยๆเข้ามามีส่วนร่วมอยู่ในชีวิตประจำวันของมนุษยชาติมากขึ้นๆ สมการจากทฤษฎีควอนตัมก็คือ จิ๊กซอว์ที่หายไป ที่จะเข้ามาเติมเต็มความรู้ความเข้าใจที่เกี่ยวกับแรงโน้มถ่วงให้มีความกระจ่างมากขึ้น)

 

ในทำนองเดียวกัน พลังงานทั้งหมดจะปรากฏเป็นจำนวนสัดส่วนของมวล แต่ถ้าหากมองในด้านของพลังงานทั้งหมดที่มีค่าเท่ากับศูนย์จะเห็นว่า พลังงาน (ทั้งหมดของระบบสามารถเพิ่มหรือลดได้โดยการถ่ายโอนเข้าหรือออกจากระบบเท่านั้น รูปแบบใหม่ของพลังงานไม่สามารถกำหนดกฎเกณฑ์ตามใจได้ เพื่อที่จะให้ถูกต้องมันจะต้องถูก แสดงให้เห็นว่าสามารถเปลี่ยนรูปไปยังหรือจากจำนวนที่คาดการณ์ได้ของพลังงานบางรูปแบบที่รู้จักกัน นี่จึงแสดงให้เห็นว่าปริมาณพลังงานจะมากแค่ไหนที่มันเป็นตัวแทนในหน่วยเดียวกันที่ใช้ ในรูปแบบอื่นมันจะต้องปฏิบัติตามการอนุรักษ์พลังงาน ดังนั้นมันจะต้องไม่ลดหรือเพิ่ม ยกเว้น ผ่านการเปลี่ยนแปลง (หรือถ่ายโอนความหมายคือ สถานการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นจะมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของสถานการณ์ไปเรื่อยๆ แต่ภายใต้การเปลี่ยนรูปไปของสถานการณ์จะมีส่วนที่ซ้อนทับและพัวพันอยู่ ซึ่งทำให้สถานการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นล้วนมีที่มาที่ไป มันจะต้องปฏิบัติตามการอนุรักษ์พลังงาน มันจะต้องไม่ลดหรือเพิ่ม ยกเว้น ผ่านการเปลี่ยนแปลง(หรือถ่ายโอนมีคำที่รู้จักกันโดยทั่วไปกล่าวว่า ความไม่แน่นอนคือ ความแน่นอน และในทางกลับกันความแน่นอนคือ ความไม่แน่นอน แต่ในโลกควอนตัมที่ใช้หลักความน่าจะเป็นความแน่นอนคือ ความแน่นอนและความไม่แน่นอน ในขณะเดียวกันและหรือในทางกลับกันความไม่แน่นอนคือ ความไม่แน่นอนและความแน่นอนซึ่งจะมีกระบวนการทำงานบนระบบไม่เชิงเส้น nonlinear system ยกตัวอย่างเช่น ถ้าหากเราไม่นำเอาสิ่งที่เราคิด/นึกได้ณ.เวลาใดเวลาหนึ่งออกมาลงมือทำเลย ระบบการทำงานทางตวามคิดและความรู้สึกก็จะให้เราเกิดอาการลืมความคิด/นึกนั้นไปส่งผลทำให้ต้องเริ่มต้นกระบวนการทำงานทางตวามคิดและความรู้สึกใหม่ทั้งหมดซึ่งความน่าจะเป็นของระยะเวลาอาจเริ่มต้นได้ตั้งแต่ 0-ค่าอนันต์ 

 

ความน่าจะเป็นในโลกควอนตัมก็คือ การเพิ่มและหรือลดพลังงานที่ความน่าจะเป็นเกิดจากการเปลี่ยนแปลง/ถ่ายโอนเข้าหรือออกจากระบบสองทางคือ ทางตรงและทางอ้อม หรือ เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติและไม่ได้เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติในสิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกัน —->สิ่งเดียวกันใช่และไม่ใช่สิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกัน—->เวลาเดียวกันใช่และไม่ใช่ในเวลาเดียวกันในเวลาเดียวกัน ดังตัวอย่างเช่น มาตราการปิดเมือง โดยหลักการจะเป็นการปิดความรู้สึกเพื่อเปิดความคิด/ลดความรู้สึกเพื่อเพิ่มความคิด และมาตรการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ herd immunity โดยหลักการจะเป็นการเปิดความคิดเพื่อปิดความรู้สึก/เพิ่มความคิดเพื่อลดความรู้สึก***สถานการณ์สามารถเปลี่ยนไปเป็นอะไรก็ได้ แต่หลักการจะคงอยู่ตลอดไป

 

ในอดีตจนถึงปัจจุบันเรามักมีความเข้าใจที่เกี่ยวกับการเพิ่มและลดพลังงานว่า เป็นการสร้างความสมดุลระหว่างตัวเรากับคนอื่น (โลกเมื่อคนหนึ่งร้อนคนหนึ่งต้องเย็นชีวิตจึงจะมีความสมดุล หรือ เมื่อมีผู้รับก็ต้องมีผู้ให้ แต่ในโลกอนาคตการสร้างความสมดุลจะมีความแตกต่างออกไปคือ การเพิ่มและลดพลังงานจะหมายถึงการสร้างความสมดุลระหว่างความรู้สึก-ความคิด (สมองส่วนท้าย และหรือ RNA) และ ความคิด-ความรู้สึก(สมองส่วนหน้า และหรือ DNA) ของเราเอง ถ้าหากเราทุกคนสามารถสร้างสภาวะความสมดุลให้เกิดมีขึ้นกับภายนอกของตัวเราเองโดยใช้/นำเอาหลักการทำงานเดียวกันกับกระบวนการทำงานของอวัยวะภายในของเราเองออกมาลงมือปฏิบัติภายนอก โลกก็จะเกิดมี/เป็นสภาวะความสมดุลโดยอัตโนมัติ ซึ่งจะส่งผลทำให้ทุกสิ่งที่เราเคยคิดและเข้าใจว่าเป็นปัญหาจะไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป 

 

การสร้างความสมดุลให้กับชีวิตในรูปแบบใหม่ง่ายๆคือ เมื่อมีความคิด-ความรู้สึก (สมองส่วนหน้า และหรือDNA) เพิ่มขึ้น ความรู้สึก-ความคิด (สมองส่วนท้าย และหรือ RNA) ต้องลดลง ดังตัวอย่างการทำงานที่ตั้งอยู่บนหลักความแน่นอนระหว่าง DNA และ RNA เมื่อ DNA หมุนตามเข็มนาฬิกา RNA ต้องหมุนทวนเข็มนาฬิกาและในทางกลับกันเมื่อ RNA หมุนตามเข็มนาฬิกา DNA ต้องหมุนทวนเข็มนาฬิกา และจากข้อมูลที่มีความเป็นไปได้มากมายที่หมุนเวียนเข้าออกภายในสมองทั้งสามส่วน แต่เวลาเรานำพาตัวเราเข้าไปทำการสังเกต เราจะมองเห็นเฉพาะข้อมูลที่เราต้องการเห็นก่อนเสมอ ส่วนข้อมูลอื่นๆจะยุบหายไป ซึ่งข้อมูลส่วนที่ยุบหายไปจากภายในของแต่ละคนจะถูถส่งออกมาสู่ภายนอกโดยอัตโนมัติ และจะปรากฏในรูปแบบต่างๆตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นของแต่ละคน จะเห็นได้ว่าข้อมูลทั้งหมดจะมีความน่าจะเป็นสองทางคือ เราเป็นผู้นำเอาข้อมูลจากภายในออกสู่ภายนอกด้วยตัวของเราเอง และอีกส่วนหนึ่งจะถูถส่งออกมาสู่ภายนอกโดยอัตโนมัติตามกระบวนการทำงานตามธรรมชาติ (การเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติและไม่ได้เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติในสิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกัน—->สิ่งเดียวกันใช่และไม่ใช่สิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกัน—->เวลาเดียวกันใช่และไม่ใช่ในเวลาเดียวกันในเวลาเดียวกัน) ***มีรายละเอียดปลีกย่อยอีกมากมาย

 

#change

โดย Enlightened

 

กลับไปที่ www.oknation.net