วันที่ พฤหัสบดี เมษายน 2563

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

แนะวิธีจะอยู่อย่างไรไม่เกิดวิกฤตโควิด-19รอบสอง /น้องคินคินทารกน้อยตีแล้ว


สวัสดีครับ

         การระบาดของไวรัส COVID- 19 แม้จะสงบลงแล้วก็ตาม แต่ยังจะเกิดเป็นรอบสองได้อีก ข่าวนี้ไม่ดีเลยครับ

 

'หมอศิริราช'แนะวิธีจะอยู่อย่างไรไม่เกิดวิกฤต'โควิด-19'รอบสอง

'หมอศิริราช'แนะวิธีจะอยู่อย่างไรไม่เกิดวิกฤต'โควิด-19'รอบสอง

วันพฤหัสบดี ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2563, 20.15 น.

เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2563 รองศาสตราจารย์นายแพทย์นิธิพัฒน์ เจียรกุล หัวหน้าสาขาวิชาโรคระบบการหายใจและวัณโรค ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า จากการระบาดของเชื้อโควิด-19 ในประเทศไทย ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2562 เป็นต้นมา จนสถานการณ์ถึงขั้นวิกฤตในช่วงก่อนปลายเดือนมีนาคม ที่มีผู้ป่วยวิกฤตโควิด-19 ในกรุงเทพและปริมณฑลจำนวนมาก จนเตียงไอซียูที่เตรียมไว้รองรับเกือบถูกใช้หมดแต่หลังจากที่ภาครัฐออกมาตรการที่เข้มงวด และประชาชนให้ความร่วมมือปฏิบัติตามมาตรการต่างๆ ของรัฐอย่างเข้มแข็ง ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยค่อยๆ ลดจำนวนลงจนอยู่ในระดับที่ถือว่า ควบคุมการระบาดได้ดีในปัจจุบัน ซึ่งทุกภาคส่วนหวังว่ารัฐบาลจะผ่อนปรนมาตรการทางกฏหมายและทางสังคม เพื่อประชาชนจะได้กลับไปใช้ชีวิตในรูปแบบใหม่ ที่ลดการสูญเสียในเชิงเศรษฐกิจของประเทศ โดยที่ยังสามารถควบคุมการแพร่กระจายเชื้อในชุมชนอย่างช้าๆ จนกว่าจะจัดหาวัคซีนที่มีประสิทธิภาพให้ได้เพียงพอ หรือจนกว่าประชากรส่วนใหญ่เริ่มมีภูมิคุ้มกันหมู่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติสมดุลใหม่ของการใช้ชีวิตที่จะเกิดขึ้นนี้ รัฐบาลและประชาชนจะต้องร่วมมือกัน เพื่อไม่ต้องเผชิญวิกฤต โควิด-19 รอบ 2 ประกอบด้วย

1.การเคร่งครัดในการรักษาระยะห่างทางกายภาพ (physical distancing) โดยต้องไม่มีการอยู่รวมกันของประชาชนหนาแน่นเกินกว่า 1 คน ต่อพื้นที่ 1 ตารางเมตร ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ศูนย์การค้า ระบบขนส่งมวลชน สถานศึกษา การประชุม หรือการรวมตัวของกลุ่มคนจำนวนมาก เช่น เกินกว่า 50 คนขึ้นไป เป็นต้น

2.ประชาชนต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าทุกครั้ง เมื่อออกนอกที่พัก และสวมใส่ถ้าพื้นที่ในที่พักอยู่กันแออัด หรือสวมใส่ทุกครั้งเมื่อเป็นหวัด

3.หมั่นล้างมือบ่อยๆ เมื่ออยู่ในที่พัก และทำความสะอาดมือทุกครั้งที่จับต้องวัตถุเมื่อออกนอกที่พัก

4.ใช้เวลาในที่สาธารณะให้สั้นที่สุด เพื่อการอุปโภคบริโภค และกิจกรรมที่จำเป็นส่วนบุคคล

5.ผู้ให้บริการทุกประเภท ที่มีการสัมผัสร่างกายผู้รับบริการ เช่น การตัดผม การนวดผ่อนคลายเส้น ต้องใส่หน้ากากอนามัยโดยเคร่งครัด มีการล้างมือให้สะอาดก่อนและหลังกิจกรรม ไม่ใช้สิ่งของร่วมกันระหว่างผู้รับบริการ สถานที่ให้บริการต้องมีระบบถ่ายเทอากาศที่ดี และมีแสงสว่างเพียงพอ และงดให้บริการกับผู้ที่มีอาการไข้หวัด

6.ประชาชนที่มีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ ถ้าไข้ยังสูงลอยเกิน 48 ชั่วโมง หรือมีอาการหายใจเหนื่อย หรือหายใจติดขัด ให้รีบไปพบแพทย์เพื่อพิจารณาว่า จะส่งตรวจการติดเชื้อโควิด-19 หรือไม่ โดยเฉพาะผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงการติดเชื้อโควิด-19 แล้ว มีอาการรุนแรงได้ง่าย คือ อายุเกิน 60 ปี  อ้วนมาก มีโรคปอด โรคหัวใจ โรคไต และโรคตับเรื้อรัง หรือมีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง

7.สามารถเดินทางไปมาระหว่างพื้นที่ได้ ยกเว้นการเดินทางเข้าออกพื้นที่ที่ยังมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ จะต้องมีมาตรการคัดกรองที่เข้มงวด

ทั้งนี้ เมื่อเริ่มมีมาตรการการผ่อนคลายแล้ว หากเกิดมีการเพิ่มขึ้นของผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ โดยเฉพาะผู้ติดเชื้อแล้วป่วยขั้นวิกฤต ประชาชนต้องเตรียมพร้อมที่จะกลับไปใช้ชีวิตตามมาตรการที่เข้มงวดขึ้นตามลำดับ

เฮ! 'น้องคินคิน'ทารกน้อยติดโควิด-19หายดีแล้ว ชาวเน็ตดีใจเห็นหนูน้อยแข็งแรง-จ้ำม่ำ

เฮ! 'น้องคินคิน'ทารกน้อยติดโควิด-19หายดีแล้ว ชาวเน็ตดีใจเห็นหนูน้อยแข็งแรง-จ้ำม่ำ

วันพฤหัสบดี ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2563, 13.50 น.

23 เมษายน 2563 จากกรณี'น้องภาคิน'หนูน้อยวัย 1 เดือน 17 วันที่ติดเชื้อโควิด-19 จากแม่ ทารกน้อยถูกส่งตัวมาจากจังหวัดระยองเข้ารักษาที่สถาบันบำราศนราดูร ซึ่งอาการโดยรวมของทารกน้อยไม่น่าห่วงเท่าไหร่ในช่วงแรก แต่ด้วยวัยของทารกน้อยทำให้ทุกฝ่ายต่างกังวลเพราะถือได้ว่าเป็นผู้ป่วยโควิด-19ที่อายุน้อยที่สุด

ล่าสุดเฟสบุ๊คของ"สาธิต ปิตุเตชะ" รัฐมนตรีช่วยกระทรวงสาธารณสุขได้โพสต์เรื่องราวที่น่ายินดี เมื่อหนูน้อย'ภาคิน' หรือ 'คินคิน'หายดีแล้ว โดยข้อความระบุว่า...

วันนี้ ลุงหมอตี๋ มา ส่งเจ้าหนูน้อย ♥“ คินคิน “ ♥ ( ชื่อใหม่ที่พี่ๆพยาบาลตั้งให้ )กลับบ้านกับคุณพ่อคุณแม่ แต่เช้า หลังรักษาตัวจนหายดี ที่ รพ. บำราศนราดูร และ ได้ตรวจซ้ำ และ ผลเป็น Negative ถึง 3 ครั้ง จนแน่ใจว่าน้องหายดีแล้ว

ต้องบอกว่าน้องเป็นขวัญใจ ไม่ใช่เฉพาะของพี่ๆพยาบาล และคุณหมอที่นี้ แต่เป็นขวัญใจของพี่น้องประชาชนคนไทยที่ติดตาม และเอาใจช่วยให้ น้องหายดีและปลอดภัย

ด้วยครับด้วยความที่น้องเป็นเด็กเข้มแข็ง อารมณ์ดี และ น่ารัก จั้มม่ำ (พี่พยาบาลบอกว่า กลางวันจะรับแขกมาก อารมณ์ดี ไม่ร้องไห้ จะ ร้องเฉพาะตอนกลางจึงถ้าหิวนม ) ขอบอกว่า พี่ๆเลี้ยงดีมาก น้องน้ำหนักขึ้น 8 ขีด เลยทีเดียว จาก 5 กิโล เป็น 5.8 กิโล
ตอนนี้น้องมี แฟนคลับเยอะเลย

ซึ่งผู้ใช้เฟสบุ๊คต่างเข้ามาแสดงความยินดีและดีใจเป็นจำนวนมาก

  •  

 

โดย นายยั้งคิด

 

กลับไปที่ www.oknation.net