วันที่ เสาร์ เมษายน 2563

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

โปสการ์ดซุ้มรับเสด็จรัชกาลที่๕ กับหน้าไม้ขีดไฟพระรูปทรงม้า


ราชดำเนิน Timeline ..โปสการ์ดซุ้มรับเสด็จรัชกาลที่๕ พ.ศ. ๒๔๕๑  กับหน้าไม้ขีดไฟรูปพระรูปทรงม้าของข้าพเจ้า 


การเสด็จประพาสยุโรปครั้งที่ ๒ เป็นการเสด็จประพาสแบบส่วนพระองค์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๐ เพื่อรักษาพระวรกายแบบสปาบำบัดตามคำแนะนำของแพทย์ส่วนพระองค์ชาวต่างชาติที่เมืองบาเดิน-บาเดินและบาทฮ็อมบวร์ค ประเทศเยอรมนี 

นอกจากนี้พระองค์ยังได้เสด็จประพาสยุโรปเพื่อทรงลงพระนามเป็นสัตยาบันในสนธิสัญญาฉบับ พ.ศ. ๒๔๕๐ กับฝรั่งเศสที่กรุงปารีสเมื่อวันศุกร์ที่ ๒๑มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๕๐เพื่อแลกเปลี่ยนดินแดนจันทบุรีและตราดกับพระตะบอง เสียมราฐและศรีโสภณ เพราะดินแดนที่ต้องเสียให้แก่ฝรั่งเศสไปนั้นเป็นดินแดนที่ กษัตริย์กัมพูชาซึ่งทรงอยู่ภายใต้การปกครองของฝรั่งเศสมีพระประสงค์ให้มาขึ้นอยู่กับพระองค์ เนื่องจากเมืองดังกล่าวมีชาวเขมรอาศัยเป็นจำนวนมาก และเพื่อทรงติดต่อโรงหล่อซุสแฟร์เพื่อหล่อพระบรมรูปทรงม้า ต่อจากนั้นได้เสด็จประพาสอังกฤษในการเจรจาเรื่องการกู้เงินเพื่อก่อสร้างทางรถไฟจากประจวบคีรีขันธ์ไปยังหัวเมืองมลายู หลังจากนั้นได้เสด็จประพาสเพื่อเยี่ยมชมความเป็นอยู่ของชาวยุโรปและเพื่อทอดพระเนตรสถานที่สำคัญและศิลปวัฒนธรรม 

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพระราชดำเนินออกจากพระนครพร้อมด้วยผู้ตามเสด็จเมื่อวันที่ ๒๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๕๐ ที่ท่าราชวรดิฐและเสด็จประพาสประเทศในยุโรปถึง 10 ประเทศ ใช้เวลานานถึง ๗ เดือน รวมทั้งสิ้น ๒๒๕ วัน ก่อนจะเสด็จนิวัติพระนครเมื่อวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๕๐(วิกิพีเดีย)

พสกนิกรชาวไทยได้ร่วมมือร่วมใจกันสร้างซุ้มขนาดมหึมาขนาดสูงเท่าตึก ๗ ชั้น จำนวนกว่า ๑๐ ซุ้ม ที่บริเวณถนนราชดำเนิน เพื่อถวายการต้อนรับแก่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ เนื่องในโอกาสที่เสด็จนิวัตพระนครจากการ งานต้อนรับการเสด็จครั้งนี้ เรียกได้ว่าสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับประชาชนเป็นอย่างยิ่งโดยเฉพาะที่ “ซุ้มกรมยุทธนาธิการ” หรือ “ซุ้มช้าง” ซึ่งหนังสือพิมพ์บางกอกไทม์ได้กล่าวถึงไว้ว่า “เป็นซุ้มที่คนส่วนใหญ่เห็นว่าเป็นซุ้มที่สวยงามที่สุด” นอกจากนี้ก็ยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่า “เข้าใจว่าซุ้มนี้ได้รับการออกแบบโดยสมเด็จเจ้าฟ้ากรมทหาร (สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยาภาณุพันธุวงษ์วรเดช)”

การถ่ายภาพในการรับเสด็จนิวัติพระนครในครั้งนี้ ช่างภาพส่วนใหญ่จะเป็นชาวต่างชาติที่เข้ามารับราชการ เพราะในช่วงเวลาดังกล่าวยังมีผู้นิยมเล่นกล้องเป็นจำนวนน้อยอยู่ ส่วนใหญ่จึงมีแต่ชาวต่างชาติและเจ้านายชั้นสูงเท่านั้นที่มีความชำนาญในเรื่องนี้ ในครั้งนั้นสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงเรียกประชุมผู้มีความสามารถในการถ่ายภาพและช่างภาพในพระนคร โดยมีตำแหน่งและรายชื่อของช่างภาพ ปรากฏในหนังสือพิมพ์บางกอกไทม์ เฉพาะตลอดแนวถนนราชดำเนิน ดังนี้

 เวลาเสด็จออกกระบวนแห่ออกจากวัดพระแก้ว พระมนตรีพจนกิจ ถ่ายบนโรงเรียนมหาดเล็ก ประตูวิเศษไชยศรีชั้นใน มิสเตอรสวาสป้อมเขื่อนเพชร มิสเตอรเบียด เวิสบนป้อมเผด็จดัษกร (ถ่ายเมื่อเวลาเสด็จเข้าประตูซุ้ม) มิสเตอรบรุสท้องที่ปรำกรมทหารบก กรมยุทธนาธิการ ท้องสนามหลวง และกรมเสนาธิการ เชิงสะพานผ่านพิภพลีลา มิสเตอรคลาก มิสเตอรเบลน่าห้างแบดแมนที่สร้างใหม่ มิสเตอรฮุกก้อ มิสเตอรเบลโฮม มิสเตอรเยกบซันท้องที่ปรำกระทรวงกลาโหม พระนรินทรราชเสนี หลวงนาวาท้องที่ปรำกรม พระยานริศราชกิจ หลวงจิตรจำนงค์วานิชท้องที่ปรำกระทรวงมหาดไทย พระยาจ่าแสนบดี พระยาอมรินทร พระยาราชเสนา พระยามหิบาล พระมนตรีพจนกิจท้องที่ปรำกระทรวงยุติธรรม พระยาเจริญราชไมตรี หลวงสุนทรา หลวงสุวพิทย์สะพานผ่านฟ้าลีลาศ มิสเตอรแมกเบตท้องที่ปรำกรมเมือง มิสเตอรแบลโฮม มิสเตอรเวดสท้องที่ปรำกรมศึกษา หมอแมกฟาแลน หมอวิลเลมส์ท้องที่ปรำกระทรวงเกษตร์ มิสเตอรทอมซัน มิสเตอรเดอรดัมเบิลตันท้องที่ปรำกระทรวงคลัง กรมหมื่นจันทบุรี หม่อมอนุวงษ์ท้องที่ปรำกระทรวงโยธาธิการ มิสเตอรเดอรลาโรกา มิสเตอรปราวเกอรปรำท้องที่กระทรวงวัง หลวงบุรีวราษฐ หลวงจันทรามาตย์ จมื่นราชานุบาล นายเม (https://www.silpa-mag.com/old-photos-tell-the-historical-story/article_19302)

งานรำลึกครบ ๑๐๐ ปีพระบรมรูปทรงม้า ณ สวนอัมพร 

 

นึกหวนถึงเมื่อครั้งมีโอกาสไปงานรำลึกครบ ๑๐๐ ปีพระบรมรูปทรงม้า ณ สวนอัมพร  เมื่อ ๑๒ปีก่อน

เมื่อวันพุธที่ ๑๑ พ.ย. ร.ศ.๑๒๗ หรือปี ๒๔๕๑ รูปหล่อพระบรมรูปทรงม้า ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เดินทางจากประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นสถานที่หล่อพระบรมรูป มาถึงเมืองไทย อันเป็นเวลาพอดีกับงานพระราชพิธีรัชมังคลาภิเษกเนื่องในโอกาสเถลิงถวัลย์ราชสมบัติ ๔๐ ปี มีการอัญเชิญพระบรมรูปทรงม้าประดิษฐานประดิษฐานบนแท่นรอง หน้าพระราชวังดุสิตโดยพระองค์ทรงเสด็จพระราชดำเนินและทรงทำพิธีเปิดด้วยพระองค์เอง

 ประจวบเหมาะกับอีก ๒ ปีเศษๆ ก็จะถึงอภิลักขิตมงคลทรงครองแผ่นดินครบ ๔๒ ปี รัชกาลยืนนานยิ่งกว่ากษัตริย์องค์ใดจึงมีการจัดงานพระราชพิธีรัชมังคลาภิเษกขึ้น โดยมีการบอกบุญราษฎร ได้เงินพระขวัญเนื่องในโอกาสมิ่งมงคลนี้ถึง๑ ล้าน ๒ แสนบาท

สืบราคาพระบรมรูปสมัยนั้นก็ราว ๒ แสนบาท คณะกรรมการฯเสนาบดีจึงมีมติถวายเงินทั้งหมดเพื่อแบ่งเบาค่าใช้จ่ายในการสร้างพระบรมรูปทรงม้า และทูลขอพระราชวินิจฉัยพระราชทานพระบรมรูปทรงม้า เป็นสัญลักษณ์ในงานรัชมังคลาภิเษก ซึ่งจะมีขึ้นในเพลาที่พระบรมรูปทรงม้าเสร็จพอดี พระองค์ทรงพระราชทานพระบรมราชานุญาต  จึงเกิดมีพระบรมรูปทรงม้าขึ้นด้วยเหตุนี้

วันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๔๕๑ เวลา ๘.๐๐น. เป็นศุภฤกษ์อันดี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงประทับ ณ ปะรำพิธีเบื้องหน้าพระบรมรูปทรงม้า ทรงกล่าวขอบพระทัยประชาชน ที่ได้ร่วมแรงร่วมใจจัดงานถวายฉลองสิริราชสมบัติ ปิดท้ายด้วย พระพจนารถอันกินใจตอนท้ายว่า

 

"เราขอแสดงความขอบใจท่านทั้งหลาย พร้อมกันกับด้วยพระบรมวงษานุวงศ์ ทั้งอาณาประชาราฎรของเรา ในการที่ได้ยกย่องให้เกียรติอันยิ่งใหญ่แก่ตัวเราแต่เวลายังมีชีวิต จะเปนที่ตั้งแห่งความพอใจของเราอยู่เปนนิจนิรันดร

 

บัดนี้เรามีความยินดีรับคำเชื้อเชิญของท่านทั้งหลายแล้ว และจะได้เปิดถาวรนุสาวรี อันเปนเครื่องหมายแห่งความสโมสรสามัคคีของชาติ ชาวสยาม ขอให้ตั้งอยู่เปนเครื่องหมายน้ำใจของชาติอันใหญ่ อันจะมีสืบไปทุกชั่วทุกชั้นในกาลภายน่า" 

 

คลิกอ่านต่อ พระบรมรูปทรงม้า..ถาวรนุสาวรีย์อันเป็นเครื่องหมายแห่งความสโมสรสามัคคีของชาติ

 

 

 

สูจิบัตรแผ่นพับของงานมี ๒ แบบด้วยกัน เนื่องจากงานมีการเลื่อนวันจัดส่วนใหญ่จะได้แบบด้านขวามือ

โปสการ์ดที่ระลึก ซึ่งต้องเข้าแถวต่อกัน ยาวเหยียด มีทั้งหมด ๕แบบ โดยแจกวันละแบบเท่านั้น 

 

 

 

 

โดย feng_shui

 

กลับไปที่ www.oknation.net