วันที่ เสาร์ พฤษภาคม 2563

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ราชดำเนิน ปฐมนามถนนสายประชาธิปไตย..จากภาพเก่าและแสตมป์ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยยุคจ


ถนนงามนามราชดำเนิน ปฐมนามถนนสายประชาธิปไตย..จากภาพเก่าและแสตมป์ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยยุคจอมพลป. ชม แสตมป์ชุดอากาศไปรษณีย์ ชุดที่ 3 ปี พ.ศ. 2485 - 2486แสตมป์ ภาพอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เก่าที่สุด

ภาพจากหนังสือ ไทยกู้เกียรติศักดิ์ เป็นหนังสือพิมพ์แจกในงานพระราชทานเพลิงศพ หลวงวิชิตสมรรถการ(รัตน์ ยมะสมิต) วันที่ ๔ เมษายน ๒๔๘๔..ผ่าพิสูจน์ประวัติศาสตร์..จากไทยกู้เกียรติศักดิ์..จนถึงสองมุมมองต่างขั้วกลางสภาจากประวัติศาสตร์เรื่องเดียวกัน!!!! 

 

อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ตั้งอยู่ใจกลางวงเวียนระหว่างถนนราชดำเนินกับถนนดินสอ โดยสร้างขึ้นในสมัยของรัฐบาล จอมพล ป. พิบูลสงคราม เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2482 หลังจากเจ็ดปีให้หลังจากที่มีเปลี่ยนแปลงการปกครอง โดยเป็นผลงานการออกแบบของหม่อมหลวงปุ่ม มาลากุล ซึ่งได้ออกแบบโดยการนำสถาปัตยกรรมแบบไทยมาผสมผสานเข้าด้วยกัน และควบคุมการก่อสร้างจนแล้วเสร็จโดยศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี บิดาแห่งศิลปะร่วมสมัยของไทย กลายเป็นสถานที่ที่มีความสวยงามและสำคัญแห่งหนึ่งในประเทศไทย

ทุกสิ่งที่ออกแบบนั้นล้วนมีความหมายในเชิงสัญลักษณ์ทั้งสิ้น โดยเริ่มจาก ปีกทั้ง สี่ด้าน แสดงถึงบุคคลในคณะราษฎร ประกอบด้วย ทหาร ตำรวจ พ่อค้า และประชาชน แต่ละปีกนั้นจะมีความสูงจากแท่นพื้น 24 เมตร หมายถึง วันที่เปลี่ยนแปลงการปกครอง ตรงกับวันที่ 24 มิถุนายน 2475 ส่วนฐานของปีกทั้ง 4 ด้านจะมีรูปปั้นลายนูนสูง เน้นถึงเรื่องราวความเป็นมาของคณะราษฎร ตรงกลางเป็นสมุดไทยที่สื่อถึงรัฐธรรมนูญประดิษฐานบนพานแว่นฟ้า ตัวอนุสาวรีย์มีความสูง 3 เมตร หนัก 3 ตัน หมายถึง เดือน 3 หรือ เดือนมิถุนายน นับตามแบบปฏิทินไทย ซึ่งตรงกับเดือนที่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองในสมัยนั้น นอกจากนั้นยังรวมหมายถึง อำนาจอธิปไตย ทั้ง 3 ภายใต้รัฐธรรมนูญ ได้แก่ นิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ อีกด้วย( รายละเอียดอ่านและชมภาพต่อที่... ถ้วยกาแฟ บอกเส้นทางบนถนนประชาธิปไตย..ราชดำเนิน)

 

ภาพถ่ายเก่าของสาวๆในยุคนั้น ซึ่งเป็นเพื่อนๆและญาติของพ่อ  ฝีมือถ่ายของพ่อข้าพเจ้า อายุ เกือบ70ปีแล้วคงเป็นช่วงหลังจากพ.ศ. 2485

ณ ที่ตรงนี้ ยังถูกใช้เป็นหลักกิโลเมตรที่ 0 ของกรุงเทพมหานคร เป็นจุดเริ่มต้นนับระยะทางไปยัง จังหวัด อำเภอ หรือสถานที่ต่างๆ ในประเทศไทยอีกด้วย

ถนนแห่งการประชันกันทางความคิด

ตลอดเวลาที่ผ่านมาอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยจึงกลายเป็นพื้นที่สำคัญของการชุมนุมทางการเมือง แสดงออกเชิงสัญลักษณ์เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยอยู่หลายครั้ง อาทิ การชุมนุมของประชาชนและนักศึกษาใน เหตุการณ์ 14 ตุลา

การชุมนุมของประชาชนในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ

การชุมนุมของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ พ.ศ. 2553

การชุมนุมคัดค้านร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมฯ พ.ศ. 2556 เป็นต้น

ทราบหรือไม่ เคยอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เกือบถูกรื้อ

จากบทความ “การเมืองว่าด้วยอนุสาวรีย์พระปกเกล้าฯ กับแนวคิดกษัตริย์นักประชาธิปไตยหลังการรัฐประหาร พ.ศ. 2494” โดย ศรัญญู เทพสงเคราะห์  นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ใน ศิลปวัฒนธรรม ฉบับ ธันวาคม 2556

ซึ่งระบุว่า กรมประชาสัมพันธ์ได้ประกาศในเดือนกรกฎาคม 2495 ว่า ทางคณะรัฐมนตรีได้มีมติจัดสร้างอนุสาวรีย์ให้กับ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยที่สี่แยกถนนราชดำเนินตัดกับถนนดินสอ ซึ่งก็ต้องรื้อถอนอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยออก เพื่อก่อสร้างอนุสาวรีย์ของพระปกเกล้าฯ ขึ้นแทนที่

ที่น่าแปลกใจก็คือ คณะรัฐมนตรีที่เสนอให้มีการก่อสร้างอนุสาวรีย์ของรัชกาลที่ 7 เป็นคณะรัฐมนตรีในรัฐบาลของจอมพล ป. พิบูลสงคราม ที่เพิ่งก่อรัฐประหารในปี พ.ศ. 2494 เพื่อลดบทบาทของกลุ่มอำนาจเก่าที่มีอิทธิพลมากขึ้นด้วยผลของรัฐธรรมนูญฉบับกษัตริย์นิยม พ.ศ. 2492 ซึ่งศรัญญูกล่าวว่า เป็นรัฐธรรมนูญที่ “เปิดโอกาสให้ฝ่ายนิยมเจ้าเข้ามามีบทบาทในวุฒิสภาและขัดขวางการทำงานของรัฐบาลอย่างสม่ำเสมอ

 

การก่อรัฐประหารในปี พ.ศ. 2494 คณะผู้ก่อการได้ประกาศให้นำรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. 2475 มาใช้แทนรัฐธรรมนูญฉบับกษัตริย์นิยมโดยอ้างถึงความสำคัญทางแบบพิธีในฐานะที่รัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. 2475 เป็นรัฐธรรมนูญที่ได้รับพระราชทานจากรัชกาลที่ 7

แนวคิดอันเป็นที่มาของการสร้างอนุสาวรีย์ของพระปกเกล้าฯ นั้น   ก็เพื่อลดกระแสต่อต้านจากราชสำนักหลังจากการรัฐประหาร พ.ศ. 2494 ที่นำรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. 2475 กลับมาใช้แทน” พร้อมกับสดุดีพระปกเกล้าฯ ในฐานะผู้พระราชทานรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าว

 

โดยแรกทีเดียวแผนโครงการต้องการให้สร้างอนุสาวรีย์ของพระปกเกล้าฯ บริเวณสนามหญ้าด้านหน้าพระที่นั่งอนันตสมาคมมุขตะวันออก แต่คณะกรรมการฯ มองว่า พื้นที่ดังกล่าวคับแคบไม่สะดวกแก่ประชาชนที่จะเข้าไปสักการะ พล.ต.บัญญัติ ประธานคณะกรรมการฯ จึงเสนอว่า

 

“ควรจะสร้างตรงอนุสสาวรีย์ประชาธิปตัยปัจจุบันนี้ เพราะเท่าที่เป็นอยู่ขณะนี้เป็นอนุสสาวรีย์ซึ่งเป็นของสิ่งหนึ่งคือรัฐธรรมนูญ ที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทาน เหตุใดจึงไม่เอาพระบรมรูปของพระองค์ท่านตั้งแทน”

 

ด้านจอมพล ป. เมื่อได้ทราบว่าคณะกรรมการฯ ต้องการรื้ออนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เพื่อสร้างอนุสาวรีย์พระปกเกล้า ก็มิได้ออกมาเคลื่อนไหวคัดค้าน แต่เป็น พล.ต.ประยูร ภมรมนตรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังในขณะนั้น และหนึ่งในสมาชิกแรกเริ่มของคณะราษฎรที่ทำหนังสือถึงจอมพล ป. ขอให้หาทำเลใหม่ในการจัดสร้างแทน แต่ก็ไม่เป็นผล

 

ทว่าโครงการประสบปัญหาขาดงบประมาณ แม้ฝ่ายราชสำนักจะพยายามผลักดันให้มีการสร้างอย่างเร่งด่วน แต่ กระทรวงการคลังที่พล.ต.ประยูร นั่งเก้าอี้เป็นรัฐมนตรีอยู่ด้วยนั้นไม่อาจจัดหาเงินมาได้ และเสนอให้ใช้งบในปี พ.ศ. 2496 แทน คณะกรรมการฯ จึงไปขอให้จอมพล ป. นำงบจากกองสลากมาใช้ แต่จอมพล ป. อ้างว่า เงินสลากกินแบ่งรัฐบาลได้ใช้ไปหมดแล้ว

 

สุดท้าย  ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2496 ให้ระงับการจัดสร้างไว้ก่อนเนื่องจากติดขัดเรื่องงบประมาณ ซึ่งจอมพล ป. รับทราบ พร้อมแสดงความเห็นว่า “เมื่อยังไม่มีเงินก็ให้รอไปก่อน ส่วนการสร้างที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนินกลางนั้น ดูจะไม่เหมาะสม”

โครงการก่อสร้างอนุสาวรีย์ของพระปกเกล้าฯ ได้เงียบหายไป จนกระทั่งถึงสมัยรัฐบาลของจอมพลถนอม กิตติขจร ในปี พ.ศ. 2512 ซึ่งมีการเสนอให้สร้างรัฐสภาแห่งใหม่พร้อมกับให้สร้างอนุสาวรีย์ของพระปกเกล้าฯ ร่วมอยู่ด้วย แต่คณะรัฐมนตรีกลับมีมติให้รื้ออนุสาวรีย์ประชาธิปไตยตามแนวทางเดิมอีกครั้ง

 

อย่างไรก็ดี โครงการรื้อถอนอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยของรัฐบาลถนอมก็มิได้เกิดขึ้น และเกิดเหตุการณ์ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2516 ที่ประชาชนออกมาขับไล่รัฐบาลถนอมก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การก่อสร้างอนุสาวรีย์ของพระปกเกล้าฯ ประสบผลสำเร็จ (แล้วเสร็จในปี 2523 หลังรัฐบาลสัญญา ธรรมศักดิ์ อนุมัติในปี 2517) ซึ่งศรัญญูกล่าวว่า เป็นเพราะอุดมการณ์กษัตริย์ประชาธิปไตยของพระปกเกล้าคือพลังสำคัญในการโค่นล้มรัฐบาลเผด็จการทหาร

แสตมป์ชุดอากาศไปรษณีย์ ชุดที่ 3 ปี พ.ศ. 2485 - 2486 พิมพ์ที่กรมแผนที่ทหารบก


คลิป ถนนงามนามราชดำเนิน ปฐมนามถนนสายประชาธิปไตย..จากภาพเก่าและแสตมป์ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยยุคจอมพลป. 

เครดิต:เสวนาวิชาการพระปกเกล้าศึกษา เรื่อง " 120 ปี ถนนงามนามราชดำเนิน" โดย ศาสตราจารย์พิเศษธงทอง จันทรางศุ และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พีรศรี โพวาทอง

วันพฤหัสบดีที่ 22 สิงหาคม 2562

เวลา 13.00 - 16.00 น. ณ ห้องกระจก ชั้น 2 ลานกิจกรรม อาคารรำไพพรรณี พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว

https://mgronline.com/travel/detail/9580000135732

https://www.silpa-mag.com/history/article_1937

 

โดย feng_shui

 

กลับไปที่ www.oknation.net