วันที่ พฤหัสบดี พฤษภาคม 2563

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

Saigon, the Last Day (วันสุดท้ายของกรุงไซ่ง่อน, 30เมษายน 1975)


Saigon, the Last Day (วันสุดท้ายของกรุงไซ่ง่อน, 30เมษายน 1975)

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ

.

ย้อนไปเมื่อ 45 ปีก่อน วันที่ 30 เมษายน คือ วันล่มสลายของสาธารณรัฐเวียตนามหรือเวียตนามใต้ รำลึกนึกถึงเหตุการณ์ดังกล่าวด้วยบทความที่แปลจากบันทึกของคุณ Loren Jenkins อดีตบรรณาธิการอาวุโสฝ่ายต่างประเทศของสำนักข่าว NPR นักข่าวของ Newsweek ผู้ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์

.

ในภาพอาจจะมี 1 คน, สถานที่กลางแจ้ง

บทความจาก Loren Jenkins อดีตบรรณาธิการอาวุโสฝ่ายต่างประเทศของสำนักข่าว NPR นักข่าวของ Newsweek ที่อยู่ในกรุงไซ่ง่อนขณะล่มสลายด้วยการยึดครองของกองทัพเวียดนามเหนือ และกองกำลังเวียตกง ปลายเดือนเมษายน 1975 เขาเล่าให้ฟังถึงชั่วโมงสุดท้ายที่สุดวุ่นวายในสถานเอกอัครรัฐทูตสหรัฐฯ ซึ่ง Loren Jenkins เขียนและเผยแพร่เมื่อ 15 ปีก่อน ขณะยังเป็นบรรณาธิการอาวุโสฝ่ายต่างประเทศของสำนักข่าว NPR)

.

สิ่งที่ผมจำได้เมื่อ 30 ปีก่อน วันสุดท้ายในเวียดนามผมตื่นขึ้นมาก่อนรุ่งสางจากเสียงและแรงระเบิด และในช่วงครึ่งหลับครึ่งเคลิ้มผมกลิ้งไปบนพื้น และดึงที่นอนที่อยู่ด้านบนแล้วนอนหลับต่อ ปฏิกิริยานั้นเป็นสัญชาตญาณ Pavlovian Reflex เพื่อหลีกเลี่ยงเศษกระจกที่แตกกระจายหากมีการระเบิดใกล้ ๆ

.

แต่แล้วผมก็ตื่นขึ้น และตระหนักว่า การระเบิดนั้นเป็นการระดมยิงด้วยปืนใหญ่ไปยังสนามบิน Ton Son Nhut กองกำลังเวียดนามเหนือเคลื่อนที่ไปทางใต้เป็นเวลาหลายสัปดาห์แล้ว และก่อนหน้านั้นคลื่นขนาดยักษ์ของผู้ลี้ภัย ซึ่งในที่สุดพวกเขาก็มาถึงกรุงไซ่ง่อน หลังจากเวลาผ่านไปสิบปีสงครามก็สิ้นสุดลง

.

เมื่อฝ่ายเวียตนามเหนือกำลังเข้าก็มีการพูดคุยกันไม่หยุดหย่อนในลานของโรงแรม Continental Palace ซึ่งเป็นที่พักของนักข่าวมากมาย เราควรอยู่เพื่อบันทึกการเข้ายึดครองกรุงไซ่ง่อนที่เราอยู่มานานของกองทัพเวียดนามเหนือเป็นครั้งสุดท้ายแล้วหรือไม่? หรือเราควรปฏิบัติตามแผนการของสถานทูตสหรัฐฯ ที่จะส่งรถบัสมารับไปยังสนามบิน Ton Son Nhut เพื่อขึ้นเครื่องบินอพยพไปยังเกาะกวมซึ่งบินแล้วหลายสัปดาห์หรือไม่?

.

แผนการอพยพของสหรัฐฯนั้นเป็นเรื่องที่น่ากลัวเหมือนการผจญภัยในสหรัฐอเมริกา แต่เกิดในเวียดนาม เมื่อมีการตัดสินใจที่จะดึงปลั๊กปฏิบัติการในเวียดนามใต้เป็นครั้งสุดท้าย เพลง "White Christmas" จะถูกเปิดในสถานีวิทยุของกองทัพ นั่นจะเป็นสัญญาณให้คนอเมริกันหลายพันคนที่ยังคงอยู่ในไซ่ง่อนรีบไปยังสถานที่ที่ได้รับการเตรียมการทั่วเมืองเพื่อรอรถบัสที่จะมารับพวกเขาและพาพวกเขาไปที่สนามบิน Ton Son Nhut

.

แต่ในฐานะผู้สื่อข่าวของ Newsweek ซึ่งติดตามปฏิบัติการครั้งสุดท้ายของอเมริกาในเวียดนาม การไปสนามบินเป็นความคิดที่ทิ้งไป ขณะที่กรุงไซ่ง่อนล่มสลายสิ่งสุดท้ายที่ผมอยากทำ เมื่อประธานาธิบดีฟอร์ดสั่งให้การอพยพของชาวอเมริกันในกรุงไซ่ง่อนเริ่มต้น เนื่องจากการโจมตีสนามบินผมเลือกที่จะบันทึกนาทีสุดท้ายของปฏิบัติการของสหรัฐฯในเวียดนามที่สถานทูตสหรัฐฯในกรุงไซ่ง่อนแทน

.

สถานทูตสหรัฐฯ ล้อมรอบด้วยกำแพงคอนกรีตสีขาวยาว 15 ฟุต เสริมด้วยขดลวดหนาม อาคารสถานทูตหกชั้นเป็นป้อมปราการที่ทันสมัยตั้งตระหง่านอยู่เหนืออาคารทรงเตี้ยที่ล้อมรอบ ที่นั่นนโยบายของสหรัฐฯ ถูกนำมาปฏิบัติมายาวนาน และที่นี่ในที่สุดเอกอัครรัฐทูตประจำสาธารณรัฐเวียตนาม Graham Martin ผู้ซึ่งต้องปฏิบัติตามนโยบายฯ เป็นคนสุดท้าย

.

ในภาพอาจจะมี 3 คน, ผู้คนอยู่บนเวที และ สถานที่ในร่ม

ผมจำได้ว่า เมื่อเช้านั้นได้พบกับ David Greenway แห่ง The Washington Post ที่แผนกต้อนรับของ Continental Palace เขาค่อย ๆ ควักเงินเวียดนามที่กำลังจะหมดค่าออกมาจ่ายค่าโรงแรม โดยพูดว่า ไม่มีสุภาพบุรุษคนไหนออกจากโรงแรมโดยไม่จ่ายบิล และเราขับรถไปที่สถานทูตด้วยรถยนต์โตโยต้าของ The Washington Post ซึ่ง David ทิ้งไว้พร้อมกับกุญแจ ไปตามถนนที่ไม่มีการจราจรซึ่งผิดปกติ บนถนนเกลื่อนไปด้วยเครื่องแบบและรองเท้าบู๊ทของทหารเวียตนามใต้ที่ถอดทิ้งแล้ว เมื่อเรามาถึงสถานทูตประตูปิดอยู่ และนาวิกโยธินติดอาวุธยืนเฝ้าอยู่เหนือกำแพงคอนกรีต เมื่อชาวเวียดนามนับพันเริ่มร้องขอให้นำอพยพออกมาพร้อมกับชาวอเมริกัน เราทั้งผลักทั้งดันกลุ่มคนเวียดนาม แสดงหนังสือเดินทางของสหรัฐอเมริกา และกดบัตรที่ประตู มีคนเปิดและให้พวกเราเข้าไป

.

ภายในมีความวุ่นวาย ไร้ระเบียบ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยนาวิกโยธิน เจ้าหน้าที่ซีไอเอ และอาสาสมัครของกระทรวงการต่างประเทศเดินไปมาทั่วบริเวณ และจัดวางกำลังพร้อมอาวุธหลากหลายประเภท ตั้งแต่ปืนกลมือทอมสันโบราณไปจนถึงมีดล่าสัตว์ติดกับเข็มขัด ชาวเวียตนามหลายพันคนที่กำลังสิ้นหวัง กรีดร้อง และกำลังพยายามปีนกำแพง และมุดผ่านขดลวดหนาม ซึ่งก็ถูกผลักกลับเข้าไปในถนนด้วยปืน M16 อย่างไร้ความปราณี

.

ในภาพอาจจะมี หนึ่งคนขึ้นไป, ผู้คนกำลังยืน และ สถานที่กลางแจ้ง

ต้นมะขามขนาดใหญ่ที่บังเงาให้รถของเอกอัครรัฐทูตพึ่งถูกตัดและลากไปไว้ด้านข้าง เพื่อเปลี่ยนที่จอดรถให้เป็นลานจอดเฮลิคอปเตอร์ ยิ่งไปกว่านั้นมีคนหลายร้อยถูกปล่อยให้เข้ามา เพราะทำงานร่วมกับชาวอเมริกันรวมตัวกันอยู่กลางกองกระเป๋าเดินทาง กล่องกระดาษแข็งและเสื้อผ้า มีนายพลเวียตนามใต้อย่างน้อยสามนายในชุดเครื่องแบบกับครอบครัว นักการเมืองเวียตนามใต้ อดีตนายกเทศมนตรีกรุงไซ่ง่อน หัวหน้าหน่วยดับเพลิงและคนของเขาอีกสิบคนยังคงสวมหมวกเหล็ก ชาวเวียดนามคนอื่น ๆ บุกเข้าไปในโรงอาหารของสถานทูตเพื่อค้นหาเครื่องดื่ม และอาหารเท่าที่พวกเขาสามารถหาได้

ในภาพอาจจะมี หนึ่งคนขึ้นไป และ สถานที่กลางแจ้ง

.

ในภาพอาจจะมี หนึ่งคนขึ้นไป และ สถานที่กลางแจ้ง

จากชั้นบนสุดของอาคารซึ่งจัดเก็บเอกสาลับสุดยอดไว้ เอกสารที่ถูกฉีกเป็นชิ้น ๆ เรียงซ้อน และทิ้งออกนอกหน้าต่างออก มีควันจากสำนักงานบางแห่งที่มีการเผาเอกสารอื่น ๆ และจนถึงจุดหนึ่งเจ้าหน้าที่ซีไอเอสามคนในเสื้อแจ็กเก็ตเลื่อนรถเข็นที่เต็มไปด้วยธนบัตรร้อยดอลลาร์จากตู้เซฟ และทิ้งลงในเตาเผาขยะด้านนอก

.

จากนั้นก็มีเสียงของใบพัดเฮลิคอปเตอร์ที่บินลงมาจากท้องฟ้าสีคราม เฮลิคอปเตอร์ CH-46 ขนาดใหญ่ที่จากกองเรือที่ 7 ที่ลอยลำในทะเลจีนใต้ เป็นเช่นนั้นตลอดทั้งวัน และจากนั้นในตอนกลางคืน ความวุ่นวายในตอนเช้าเป็นกิจวัตร เฮลิคอปเตอร์บินมาและรับผู้อพยพออกไป

.

ในภาพอาจจะมี ต้นไม้, ท้องฟ้า, ต้นพืช และ สถานที่กลางแจ้ง

ในที่สุดเวลา 18 ชั่วโมงหลังจากการอพยพเริ่มขึ้นประธานาธิบดี Ford ก็สั่งให้ยุติการอพยพ ทีมเฮลิคอปเตอร์ 80 ลำที่บินแล้ว 495 เที่ยว จนหมดแรงแล้ว การบอกกล่าวเงียบ ๆ กระจายออกไปว่ามีเพียงชาวอเมริกันที่เหลือเท่านั้นที่จะอพยพ นาวิกโยธินบนกำแพงถอยกลับเข้าไปในอาคารสถานทูต ประตูถูกปิดและพวกเราภายในขยับขึ้นไปบนหลังคา

.

ในภาพอาจจะมี หนึ่งคนขึ้นไป และ ชุดสูท

ในที่สุดประมาณตี 4 ท่านทูต Graham Martin ปรากฏตัวเงียบ ๆ พร้อมกับทีมงานบนหลังคาอาคารของเขาเงียบ ๆ และอย่างเหน็ดเหนื่อยอิดโรย มือจับธงที่พับแล้วของสถานทูตใต้วงแขนของเขา ผมเข้าไปร่วมกับเลขานุการส่วนตัวของเขาและ Nitnoy สุนัขพุดเดิ้ลสีดำสัตว์เลี้ยงของเขา (น่าจะเป็นชื่อไทย “นิดหน่อย” ด้วยท่านทูต Graham Martin เคยเป็นเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย) ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ CH-46 ลำหนึ่งบนหลังคา

.

ในขณะที่เฮลิคอปเตอร์ CH-46 ยกตัวออกมา มุมมองสุดท้ายต่อประเทศที่เขาเป็นดั่งอุปราชอเมริกันคือ ภาพของพลุดอกไม้ไฟขนาดยักษ์ที่เกิดจากบรรดากระสุนที่ทิ้งไว้ที่ Bien Hoa ทางทิศเหนือเกิดระเบิดขึ้น และแสงไฟจากรถบรรทุกที่ยาวเหยียดไกลสุดสายตา ซึ่งสามารถเห็นได้ว่า ขบวนรถของกองทัพเวียดนามเหนือมุ่งลงใต้เพื่อไปสู่ชัยชนะ

.

ในภาพอาจจะมี 1 คน, ท้องฟ้า และ สถานที่กลางแจ้ง

 

ทหารอเมริกันช่วยกันผลักเฮลิคอปเตอร์ UH-1 ทิ้งทะเลเพื่อให้เรือรบสหรัฐฯ มีพื้นที่สำหรับผู้อพยพ

ในภาพอาจจะมี หนึ่งคนขึ้นไป

.

ในภาพอาจจะมี ท้องฟ้า และ สถานที่กลางแจ้ง

 

เฮลิคอปเตอร์ CH-46 ลำที่พาเอกอัครรัฐทูตสหรัฐฯ ประจำสาธารณรัฐเวียตนามคนสุดท้าย Graham Martin ออกมา ตั้งแสดง ณ the Flying Leatherneck Aviation Museum ใน San Diego, California.

 

โดย สิงห์นอกระบบ

 

กลับไปที่ www.oknation.net