วันที่ อังคาร พฤษภาคม 2563

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

โอกาสท่ามกลางวิกฤต เมื่อ New Normal กำลังยกระดับการใช้เทคโนโลยีของคนไทย


หากจะนับระยะเวลาที่วิกฤติ COVID-19 ระบาดเข้ามาเปลี่ยนวิถีชีวิตผู้คนทั่วโลก ปัจจุบันก็ล่วงเข้าสู่เดือนที่ 5 แล้ว และมีแนวโน้มว่าจะยังคงเป็นเช่นนี้ต่อไปสักพัก จนกว่าโลกจะคิดค้นวัคซีนป้องกันได้ ซึ่งระยะระหว่างนี้มนุษย์ได้ปรับวิถีชีวิตเพื่อดำรงอยู่ ทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า “New Normal” หรือ “ความปกติใหม่” ทั้งในด้านพฤติกรรมในชีวิตประจำวันในรูปแบบใหม่ การหันมาใช้เทคโนโนโลยีกันมากขึ้นแบบก้าวกระโดด  วิถีชีวิตผู้คนส่วนใหญ่เปลี่ยนแปลงไปไม่เหมือนเดิมทั้งในวันนี้ และหลัง COVID-19 สิ้นสุดลง

ซึ่งเมื่อเร็วๆนี้ ทางศูนย์วิจัยอนาคตศึกษาแห่งแรกในภูมิภาคอาเซียนภายใต้บริษัทแมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น ได้ทำการศึกษา และวิเคราะห์ข้อมูลถึง 10 พฤติกรรม Next Normal ของอนาคตคนเมือง หลังพ้นวิกฤต COVID-19 ทั้งในแง่มุมพฤติกรรมการใช้ชีวิต การอยู่อาศัย  เทคโนโลยี การเดินทาง และการดูแลสุขภาพ ตลอดจนแนวโน้มของนโยบายภาพใหญ่ของรัฐบาล ประกอบด้วยเรามาดูตัวอย่างพฤติกรรมและไลฟ์สไตล์ของคนไทยในช่วง COVID-19 กันว่าความปกติใหม่ที่จะติดตัวคนไทยไปหลังจากหมดวิกฤติโควิดมีอะไรบ้าง 

 

จะเห็นได้ว่าหลายพฤติกรรมที่ยกตัวอย่างมา ในปัจจุบันเริ่มมีให้เห็นบ้างแล้ว และคาดว่าทิศทางต่อจากนี้คนจะปรับพฤติกรรมข้างต้นกันจนเกิดเป็น “ความปกติใหม่” ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าวิกฤตโควิทในครั้งนี้ทำให้คนไทยเข้าถึงเทคโนโลยีได้มากขึ้นจริงๆ ผู้สูงอายุบางคนที่ไม่สนใจเทคโนโลยี แต่เพราะโควิดทำให้ต้องหัดเรียนรู้และปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น กดสั่งอาหารออนไลน์ เด็กนักเรียนนักศึกษา หรือคนทำงาน เมื่อต้องอยู่บ้านก็ต้องใช้เทคโนโลยี ประชุมทางไกลแบบออนไลน์  ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทำให้ประเทศไทยเราสู่ระบบเศรษฐกิจใหม่ หรือ New Economy ที่เป็นเศรษฐกิจ 4.0 ได้อย่างแท้จริง ซึ่งแต่เดิมนั้นบ้านเราเคยผลักดันกันมานานแล้วว่าอยากเป็นประเทศ 4.0 แต่ไม่ได้รับความร่วมมือจากประชาชาชนเท่าที่ควร แต่เมื่อเจอวิกฤติโควิดนี้ เรียกได้ว่า วิกฤติกลายเป็นโอกาสเลยทีเดียว ซึ่งจากการสำรวจจริตใหม่ของผู้คนจากผลสำรวจ ที่นำมาเป็นอันดับหนึ่งแรงสุดคือ การสั่งสินค้าเดลิเวอรี่มากขึ้น รองลงมาก็อาทิเช่น พูดคุยติดโลกโซเชียลมากขึ้น, หันมาดูแลสุขภาพตนเองมากขึ้น ,ศึกษาเล่าเรียนออนไลน์มากขึ้น และทำงานจากที่บ้าน (Work from Home) 

 

 

พฤติกรรมเหล่านี้จะเห็นได้ว่า ล้วนแล้วแต่พึ่งพาเทคโนโลยีเป็นตัวขับเคลื่อนแทบทั้งสิ้น ทำให้เราคิดว่า นี่อาจเป็นโอกาสที่ดี ที่จะสามารถพลิกวิกฤตเป็นโอกาสยกระดับประเทศไทยให้พัฒนาด้านเทคโนโลยี ซึ่งในเรื่องนี้นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์  ในฐานะประธานสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทยมีแผนจะตั้งเป้าให้ไทยเป็นศูนย์กลางด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีในเวทีโลก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นรัฐบาลต้องกล้าที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงนี้ให้เกิดขึ้นด้วย โดยทางสภาดิจิทัลได้เสนอยุทธศาตร์แนวทางในการขับเคลื่อนประเทศด้านเทคโนโลยีดิจิทัลหลายประการ อาทิเช่น ต้องกำหนดตัวชี้วัดใหม่ด้าน Digital Infrastructure , การสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาควิชาการ  ,การเร่งสร้างคนด้านดิจิทัลเพิ่มขึ้น ธุรกิจรายย่อยอย่างสตาร์ทอัพ ก็ต้องตื่นตัว และสำรวจตัวเอง ให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงที่จะปรับตัวอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในองค์กร และสุดท้ายคือการสร้างประเทศไทยให้เป็น Hub ด้านการค้าการลงทุน ดึงคนเก่งจากทั่วโลกเข้ามาประเทศไทย ต้องวางยุทธศาสตร์ให้ประเทศไทยเป็น Hub ในระดับภูมิภาคเพื่อดึงดูดนักลงทุนจากทั่วโลก เป็นต้น 

ซึ่งหากใครสนใจรายละเอียด  ยุทธศาสตร์ฉบับเต็มสามารถติดตามได้จากบทสัมภาษณ์ในคลิปด้านล่างจาก thestandard

 

 

 

ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก Facebook:ใส่สีตีข่าว,the standard

โดย ยี่สิบแปดกันยา

 

กลับไปที่ www.oknation.net