วันที่ พุธ พฤษภาคม 2563

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

พาไปดูโรงงาน CP ในจีน ต้นแบบโมเดล “3 ประโยชน์ 4 ประสาน”


ในช่วงหลัง เรามักจะเห็นบทบาทของเจ้าสัวซีพี “ธนินท์ เจียรวนนท์” ในหน้าสื่ออยู่บ่อยๆ ทั้งการออกมาแสดงแนวคิด วิสัยทัศน์ในแง่มุมของนักธุรกิจที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการมานาน  หากจะเปรียบเป็นนักมวย ท่านเจ้าสัวก็เป็นนักมวยรุ่นใหญ่ ที่น่าจะหาคู่ต่อสู้ได้ยาก ด้วยทั้งประสบการณ์ ชั้นเชิง มิเช่นนั้นคงไม่พาเครือซีพีมาไกลจนเกือบอายุใกล้ครบ 100 ปีในเร็วๆนี้ 

ที่ฮือฮาที่สุดเมื่อเร็วๆนี้ ก็คือการตอบจดหมายนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ได้ส่งเทียบเชิญในฐานะท่านเป็นนักธุรกิจชั้นนำให้มาร่วมช่วยชาติฝ่าวิกฤต COVID-19 ซึ่งเจ้าสัวธนินท์ได้นำเสนอแนวคิดที่เป็นรูปธรรมหลายเรื่องต่อนายกรัฐมนตรี   ที่น่าสนใจคือ แนวคิดเรื่องการแก้ไขปัญหาด้านเกษตรของประเทศไทย ที่เจ้าสัวบอกว่า เกษตรกรบ้านเราต้องยกระดับรายได้ให้สูงขึ้น ซึ่งในเรื่องนี้โครงการที่ทางซีพี  คือ เกษตรผสมผสานในยุค 4.0 โดยจะทำโครงการต้นแบบแนวคิด “3 ประโยชน์ 4 ประสาน” ที่ซีพีได้ทำจริงมีประสบการณ์มาแล้ว ซึ่งเป็นรูปแบบความร่วมมือ 4 ฝ่าย คือ รัฐบาล เอกชน สถาบันการเงิน และเกษตรกร เพื่อรองรับการพัฒนาเกษตรกรรมทันสมัย ซึ่งก่อให้เกิดประโยชน์ 3 ประการ คือ ประโยชน์ต่อประเทศ ต่อประชาชน และสุดท้ายเป็นประโยชน์ต่อองค์กร

ซึ่งแนวคิด “3 ประโยชน์ 4 ประสาน" ได้เคยกรณีศึกษาหลายฉบับของ Harvard Business School ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 เกี่ยวกับบทบาทของภาคเอกชนที่มีต่อการพัฒนาเศรษฐกิจในภาคเกษตร ซึ่งผ่านไปถึง 25 ปี จวบจนปีเมื่อ พ.ศ. 2560 Harvard Business School ก็ยังได้เชิญเจ้าสัวธนินท์และผู้บริหารเครือซีพีไปบรรยายแนวคิดโครงการผิงกู่ที่เป็นเกษตรกรรมทันสมัยอีกครั้ง ภายใต้หัวข้อ “Rapid Development of China & CP Group’s Strategy” 

  

 ถึงขนาดที่คณะบริหารธุรกิจมหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ดมาเชิญเป็นวิทยากร

แสดงว่าโมเดลนี้ประสบความสำเร็จและสารถใช้งานได้จริงเป็นที่ประจักษ์  

 

ประสบความสำเร็จอย่างสูงในประเทศจีน

 
โครงการภายใต้โมเดล 3 ประโยชน์ 4 ประสานที่ทำสำเร็จในประเทศจีน ได้แก่ โครงการไก่ไข่ครบวงจร 3 ล้านตัวที่ผิงกู่ นครปักกิ่ง โครงการไก่เนื้อ 100 ล้านตัวต่อปี หมู 1 ล้านตัวต่อปี รวมถึงโครงการเกษตรกรรมทันสมัยฉือซี พัฒนาพื้นที่ 8,000 ไร่ มณฑลเจ้อเจียง ซึ่งเป็นเกษตรผสมผสานแบบทันสมัยครบวงจรที่อยู่ใกล้เมือง โดยให้ทุกอย่างอยู่ในจุดเดียวกัน ครบทั้งด้านพืชผักและปศุสัตว์ เป็นต้น
 
กว่า 30 ปีหลังจากประเทศจีนเปิดประเทศ สังคมเมืองได้รับประโยชน์จากการพัฒนามากกว่าชีวิตชาวชนบท รัฐบาลจีนมุ่งเน้น เร่งพัฒนาด้านเกษตร พัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนแถบชนบทตามนโยบาย “3 เกษตร”
 
1. ปัญหาภาคการเกษตร (การผลิต)
2. ปัญหาภาคชนบท (ฐานการผลิตทางการเกษตร) 
3. ปัญหาภาคประชากร (เกษตรกร)
 
ยุทธศาสตร์ของประเทศจีนในทศวรรษต่อไป คือการร่วมมือกับเอกชนปฏิรูปภาคเกษตร พัฒนาภาคเกษตรแบบดั้งเดิมของจีนให้เป็นหมู่บ้านเกษตรกรรมใหม่ภายใต้เทคโนโลยีและการจัดการที่ทันสมัย ซึ่งจะยกระดับรายได้และความเป็นอยู่ของเกษตรกรที่มีอยู่เกือบ 800 ล้านคน ทั้งยังเป็นการสร้างความมั่นคงทางอาหาร และวางรากฐานให้จีนกลายเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมอาหารของโลก
 

ด้วยในขณะนั้น ซีพีเองเป็นบริษัทด้านการเกษตรมากด้วยความรู้ ประสบการณ์และนโยบายของ ซี.พี.ที่ยึดมั่นใน “3ประโยชน์” คือ ประโยชน์แก่ประเทศชาติ ประชาชน และองค์กร จึงทำให้ได้รับความไว้วางใจจากรัฐบาลจีนให้ดำเนินการพัฒนาด้านเกษตรกรรมทันสมัยหลายโครงการภายใต้รูปแบบความร่วมมือที่เรียกว่า “4 ประสาน” หรือ “Four in One” ได้แก่ รัฐบาล บริษัทเอกชน สถาบันการเงิน และเกษตรกร ร่วมมือกันพัฒนาเกษตรกรรมทันสมัยในจีน
 
โครงการเกษตรกรรมทันสมัย Dongying (ตงอิ๋ง)-เครือเจริญโภคภัณฑ์ เป็นโครงการภายใต้รูปแบบความร่วมมือ “4 ประสาน” กำเนิดขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2555 โดยรัฐบาลเมือง Dongying และ ซี.พี. ลงนามในข้อตกลงเชิงกลยุทธ์เพื่อร่วมกันพัฒนาที่ดินงอกที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติราว 3.4 หมื่นไร่ในเมืองนี้ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญทางภาคตะวันออกของจีน อยู่ใต้กรุง Beijing 360 กิโลเมตร ให้เป็นโครงการเกษตรกรรมเชิงนิเวศน์ทันสมัยระดับโลกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในจีน ภายในประกอบด้วย
 
1. ศูนย์กลางการเพาะปลูก เปลี่ยนดินเค็มให้ปลูกข้าวได้ ตั้งเป้าผลิตให้ได้ถึง 1,800 กิโลกรัมต่อไร่
2. ศูนย์กลางการผลิตและแปรรูปครบวงจร พัฒนาห่วงโซ่การผลิตสุกรขุน 1 ล้านตัว โดยใช้เทคโนโลยีการปรับปรุงพันธุ์จากไทยเพื่อสร้างฟาร์มหมูเชิงนิเวศน์ ตั้งแต่กระบวนการผลิตอาหารสัตว์ การเลี้ยง การใช้มูลผลิตก๊าซชีวภาพและการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ การแปรรูป และการขนส่ง
3. ศูนย์วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเกษตรชั้นสูง จะเน้นไปที่การเพิ่มผลผลิต ทดสอบ สาธิต รวมถึงหาทางออกที่เหมาะสมสำหรับการเพาะปลูกบนพื้นที่ดินเค็มชายฝั่งทะเล ภายใต้เทคนิคการเพาะปลูกใหม่ ๆ โดยจะพัฒนาความร่วมมือกับสถาบันวิจัยในประเทศและต่างประเทศ
4.ศูนย์กลางการผลิตเมล็ดพันธุ์และต้นกล้า ทั้งไม้ผล ไม้ดอก ผัก เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรนำไปเพาะปลูกเพื่อสร้างรายได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดี
5.ศูนย์กลางการท่องเที่ยวทางการเกษตรเชิงนิเวศ โดยมุ่งเน้นไปที่ความสำเร็จใหม่ ๆ ได้แก่ พันธุ์ใหม่ ผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีใหม่ ๆ รวมถึงจำหน่ายผลิตภัณฑ์ให้นักท่องเที่ยวที่เยี่ยมชมโครงการ
 
 
โครงการเกษตรกรรมหนองหว้า โมเดลความสำเร็จในประเทศไทย
 
โมเดล 3 ประโยชน์ 4 ประสาน ได้มีการทดสอบแล้วว่าสามารถพลิกชีวิตเกษตรกรไทย ให้ลืมตาอ้าปากได้อย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นต้นแบบการเรียนรู้เพื่อยกระดับเกษตรกรอย่างยั่งยืน โครงการเกษตรกรรมหนองหว้า ตั้งอยู่ที่อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา จากพื้นดินรกร้างว่างเปล่ากว่า 1 พันไร่ นับเป็นเวลากว่า 37 ปีแล้ว ที่หมู่บ้านเกษตรกรรมหนองหว้า ส่งเสริมอาชีพให้เลี้ยงสุกร จนถึงปัจจุบันเติบโตกลายเป็นตัวอย่างชุมชนที่ประสบความสำเร็จ มีความเข้มแข็งสามารถเลี้ยงชีพได้ด้วยตัวเอง มีผู้เดินทางมาศึกษาดูงานจากทั่วโลก
 

โครงการ “หมู่บ้านเกษตรกรรมหนองหว้า”  มีการส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงสุกรแก่เกษตรกรที่ยากจน โดยมีนายอำเภอจะเป็นผู้คัดเลือกเกษตรกรเหล่านี้ ถึงแม้ผู้ที่ร่วมโครงการจะไม่มีผู้ค้ำประกัน แต่ธนาคารซึ่งเป็นผู้ปล่อยกู้เงินทุนค่อนข้างมั่นใจว่า หากเกษตรกรมีซีพีเป็นผู้ให้คำปรึกษาแล้วทุกอย่างจะราบรื่น เพราะซีพีเป็นทั้งตลาดรับซื้อ และค้ำประกันวงเงินกู้ของเกษตรกรกับธนาคาร

ดังนั้น ซีพีจึงนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดในสมัยนั้นซึ่งเป็นเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลกมาถ่ายทอดให้กับเกษตรกร โดยเริ่มจากผู้นำเกษตรกร ที่เปิดรับการเรียนรู้และการดำเนินการในรูปแบบใหม่ สร้างการมีส่วนร่วม ความเข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา จากนั้นบริษัททำหน้าที่หาพันธุ์สัตว์ชั้นเยี่ยมจากสหรัฐอเมริกา หลังจากได้ผลผลิตมา บริษัททำหน้าที่หาตลาดให้กับเกษตรกร เท่ากับโครงการนี้เอาความเสี่ยงทั้งหมดมาอยู่ที่ซีพี

 

 

นี่เป็นเพียงโมเดลตัวอย่างที่ทางซีพี ทำมาตลอดระยะเวลาหลายสิบปี ซึ่งในทัศนะของเจ้าสัวธนินท์ในสเตปต่อไปที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรไทยนั้น จะคัดเลือกพื้นที่ต้นแบบเกษตรผสมผสาน 3 ประโยชน์ 4 ประสานในอีก 4 จังหวัด เพื่อเป็นเสมือนโรงเรียนให้เกษตรกรมาดูงาน มาศึกษาได้ และพื้นที่ต้นแบบต้องยั่งยืน ต่อยอดได้ มีการใช้เทคโนโลยี การมีส่วนร่วม และกระจายรายได้ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งแก่เศรษฐกิจฐานราก สร้างความมั่นคงทางอาหาร และความปลอดภัยในอาหารในระยะยาวให้กับประเทศไทย

 

ขอบคุณข้อมูล forbesthailand , Positioningmag

 

 

โดย ยี่สิบแปดกันยา

 

กลับไปที่ www.oknation.net