วันที่ ศุกร์ พฤษภาคม 2563

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

สิวหัวช้าง วิธีรักษาสิวง่ายๆ ด้วยตัวเอง


สิวหัวช้าง คือ สิวอักเสบชนิดหนึ่งที่มีความรุนแรงมาก มีขนาดใหญ่กว่าสิวทั่วไป ลักษณะของสิวจะบวมแดงและเป็นไตแข็งๆ เมื่อจับดูจะรู้สึกเจ็บ สิวชนิดนี้จะรักษาได้ยาก หากจับหรือบีบสิวจะส่งผลให้มีอาการอักเสบมากขึ้น มีโอกาสที่จะเกิดรอยแผลเป็นจากสิวขนาดใหญ่ ผู้ที่มีปัญหาสิวประเภทนี้ควรรีบรักษาสิวตั้งแต่มีอาการแรกเริ่ม เพื่อป้องกันไม่ให้สิวมีขนาดใหญ่ขึ้นจนรักษาได้ยาก การรักษาสิวอาจต้องใช้หลายวิธีร่วมกันด้วยวิธีต่างๆ ดังนี้

 

วิธีรักษาสิวหัวช้างด้วยตนเอง

ดูแลสุขภาพตนเอง

  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย

การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะผักและผลไม้ และรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ จะช่วยให้ร่างได้รับสารอาหารที่ดี ช่วยให้การเสริมสร้างการเจริญเติบโตของร่างกายเป็นไปได้อย่างดี และช่วยซ่อมแซมแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับผิว ช่วยทำให้ผิวดีขึ้น ลดปัญหาการเกิดสิวและการอักเสบของสิว

  • หลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสจัด

ควรหลีกเลี่ยงอาหารรสจัดทุกประเภท ไม่ว่าจะอาหารรสเปรี้ยว รสหวาน รสเค็ม หรือรสเผ็ดก็ตาม เพราะอาหารรสจัดสามารถส่งผลให้ร่างกายผลิตน้ำมันได้มากขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อการอักเสบของสิว และทำให้ผิวเกิดสิวมากขึ้น

  • ดื่มน้ำวันละ 6-8 แก้ว

การดื่มน้ำให้เพียงพอกับความต้องการในแต่ละวัน จะช่วยให้ร่างกายของเรามีน้ำไปหล่อเลี้ยงผิว ช่วยให้ผิวมีความชุ่มชื้น ลดการผลิตน้ำมันบนใบหน้า ช่วยให้ปัญหาจากสิวลดลง

  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

การนอนหลับอย่างเป็นเวลา และนอนหลับอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมงต่อวัน จะช่วยให้ร่างกายสามารถหลั่งฮอร์โมนที่มีประโยชน์ต่อร่างกายได้อย่างเป็นปกติ ทำให้การทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกายดีขึ้น ส่งผลให้ผิวของเราดีขึ้น

ทำความสะอาดผิวหน้าและบำรุงผิวให้ถูกวิธี

  • ล้างหน้าให้สะอาดวันละ 2 ครั้ง

การทำความสะอาดผิวหน้าจะช่วยแก้ไขและลดปัญหาจากสิว ควรด้วยผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่อ่อนโยนที่ไม่ทำร้ายผิวหน้า และไม่ควรล้างหน้าเกินวันละ 2 ครั้ง การล้างหน้าบ่อยเกินไปจะส่งผลการผลิตน้ำมันบนผิวหน้า ยิ่งหน้าแห้งมาก ผิวก็จะยิ่งเร่งการผลิตน้ำมันมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลเสียต่อสิว นอกจากนี้ยังทำให้สิวเกิดความระคายเคืองและอักเสบมากขึ้น

  • ซับหน้าเบาๆ ทุกครั้งหลังจากล้างหน้า

เมื่อเราล้างหน้าเสร็จแล้วควรเช็ดหน้า เพื่อที่จะได้ใช้ผลิตภัณฑ์ในการทำความสะอาดผิวหน้า หรือผลิตภัณฑ์ในการดูแลผิวอื่นๆ ต่อไป หลีกเลี่ยงการเช็ดหน้าแรงๆ ซึ่งจะส่งผลเสียต่อผิวหน้าและส่งผลเสียต่อปัญหาสิวที่เป็นอยู่

  • ใช้โทนเนอร์เช็ดหน้าหลังจากล้างหน้า

การใช้โทนเนอร์ทำความสะอาดผิวหน้าจะช่วยให้เราสามารถมั่นใจได้ว่า ผิวหน้าของเราได้รับการทำความสะอาดอย่างหมดจด ช่วยป้องกันและลดปัญหาที่เกิดจากสิวได้ ทั้งนี้ ควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำหอม หรือแอลกอฮอล์ เพื่อป้องกันการแพ้และการระคายเคืองผิว

  • ใช้ครีมบำรุงผิวหน้า

การใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า ควรเลือกที่เหมาะกับผู้มีปัญหาสิวโดยเฉพาะ และควรมีส่วนผสมที่สามารถช่วยลดปัญหาการอุดตันรูขุมขนได้ เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวหน้าเกิดสิวมากขึ้น และช่วยแก้ไขและลดปัญหาสิว

ใช้ยาสำหรับรักษาสิวโดยเฉพาะ

  • ยากลุ่มเบนซอยล์ เปอร์ออกไซด์ (Benzoyl peroxide)

ยาในกลุ่มนี้จะมีคุณสมบัติในการรักษาสิวที่ดี และช่วยในการผลัดเซลล์ผิว สามารถแก้ไขและลดปัญหาสิวอุดตัน สิวอักเสบได้ โดยใช้ทาบางๆ ทิ้งไว้ 5-10 นาที แล้วล้างออก ไม่ควรทาทิ้งไว้นานเกิดไปเพราะอาจทำให้เกิดอาการระคายเคือง ทำให้ผิวแห้ง และแสบได้

  • ยาปฏิชีวนะ หรือ ยาฆ่าเชื้อ

สามารถช่วยลดปัญหาสิวอักเสบได้ แต่ทั้งนี้ต้องระวังในการใช้ เพราะมีโอกาสเกิดการดื้อยาสูง บางครั้งอาจมีการใช้ร่วมกับยากลุ่มเบนซอยล์ เปอร์ออกไซด์ เพื่อป้องกันการดื้อยา

  • ยากลุ่มวิตามินเอ หรือ เรตินอยด์

ยาในกลุ่มนี้จะช่วยลดการผลิตน้ำมันของผิว และกระตุ้นให้มีการผลัดเซลล์ผิว ช่วยลดปัญหาสิวอุดตัน ลดการอักเสบของสิวได้เป็นอย่างดี แต่ควรใช้ในปริมาณน้อย เพื่อป้องกันผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้จากยา

ปัญหาสิวหัวช้างเป็นปัญหาสิวที่สร้างความกังวลใจให้แก่ใครหลายๆ คน การรักษาสิวด้วยวิธีข้างต้นจะช่วยลดปัญหาที่เกิดจากสิวประเภทนี้ได้ กรณีที่ใช้ยาเพื่อรักษาสิวอาจมีการปรึกษาแพทย์หรือเภสัชเพื่อรับคำแนะนำในการใช้ยา ซึ่งจะช่วยป้องกันการเกิดผลข้างเคียงที่เกิดขึ้น หรือหากลองรักษาสิวด้วยตนเองแล้วยังไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาและทำการรักษาสิวกับคลินิกรักษาสิวด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในด้านผิวหนัง เพื่อให้ผิวได้รับการรักษาถูกต้องต่อไป เพื่อผิวที่สวยใส ห่างไกลสิว

ที่มาข้อมูล : https://www.mvitaclinic.com/

โดย Cz

 

กลับไปที่ www.oknation.net