วันที่ จันทร์ มิถุนายน 2563

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

สต๊อกบ้าน-คอนโด ไม่ใช่ 1.7 แสน แต่เป็น 2.24 แสน


      ตามที่มีข่าวลงในหนังสือพิมพ์หลายฉบับบอกว่ามี “สต็อกบ้าน-คอนโด” เหลือ 1.7 แสน เป็นข้อมูลที่ต่ำกว่าความเป็นจริง ดร.โสภณมาแจงชัดๆ ถึงข้อมูลล่าสุดว่ามีถึง 2.24 แสน ทุกคนพึงสังวร

           ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส (www.area.co.th) กล่าวว่า ตามที่มีข่าวลงในหนังสือพิมพ์ต่างๆ ทำนองว่า “เปิดสต็อกบ้าน-คอนโด พุ่ง 1.7 แสนหน่วย 7.65 แสนล้านบาท 4 หมื่นหน่วยสร้างเสร็จรอขาย จับตาสต็อกใหม่กำลังสร้างเสร็จปลายปีนี้อีก 6 หมื่นหน่วยซ้ำเติมตลาด เป็นคอนโด ถึง 1.9 หมื่นหน่วย” <1> และต่อมาก็มีข้อความที่แย้งกันเองว่า “สรุปผลการสำรวจอุปทานและอุปสงค์ของโครงการที่อยู่อาศัยที่อยู่ระหว่างการขายในช่วงครึ่งหลังปี 2562 ในพื้นที่กรุงเทพฯ - ปริมณฑล มีที่อยู่อาศัยเสนอขายจำนวนรวม 209,868 หน่วย” <2> ข้อมูลดังกล่าวคลาดเคลื่อนและต่ำกว่าความเป็นจริง อาจทำให้รัฐบาล สถาบันการเงิน และภาคเอกชนวางแผนผิดพลาดได้ 

      

 ดร.โสภณ ชี้แจงดังนี้:

           1. จากการสำรวจภาคสนามจริง (ไม่ใช่การคาดการณ์) ณ ไตรมาสที่ 1/2563 (ไม่ใช่ถึงแค่สิ้นปีที่แล้ว) ยังมีที่อยู่อาศัยในมือของผู้ประกอบการพัฒนาที่ดินอยู่ 223,519 หน่วยรอผู้มาซื้ออยู่ มีมูลค่ารวมกัน 954,121 ล้านบาท หรือเฉลี่ยเป็นเงินหน่วยละ 4.269 ล้านบาทเฉพาะในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล หากประมาณการรวมทั่วประเทศ คาดว่าน่าจะมีจำนวนรวมถึง 368,806 หน่วย รวมเป็นเงิน 1,354,940 ล้านบาท หรือเฉลี่ย 3.674 ล้านบาทต่อหน่วย
           2. ห้องชุดเป็นสินค้าที่เหลือขายอยู่มากที่สุดโดยห้องชุดเหลือขายอยู่ 95,558 หน่วย หรือ 43% ของสินค้าทั้งหมด รองลงมาคือ ทาวน์เฮาส์ จำนวน 69,482 หน่วย (31%) และบ้านเดี่ยว 37,129 หน่วย (17%) ห้องชุดที่มีหน่วยรอขายมากที่สุดอยู่ที่ระดับราคา 2-3 ล้านบาท จำนวน 30,546 หน่วย ในมูลค่ารวม 74,991 ล้านบาท ส่วนทาวน์เฮาส์ที่เหลือขายมากที่สุดคือทาวน์เฮาส์ในระดับราคา 2-3 ล้านบาทเช่นกัน จำนวนทั้งสิ้น 34,255 หน่วย รวมมูลค่าถึง 85,955 ล้านบาท และบ้านเดี่ยวเหลือขายอยู่มากที่สุดในระดับราคา 5-10 ล้านบาท จำนวน 14,598 หน่วย มูลค่ารวม 101,225 ล้านบาท
           3. ในจำนวน 223,519 หน่วยที่รอขายอยู่นี้ สร้างเสร็จ 100% มีเพียง 16% หรือ 35,763 หน่วย ในกรณีห้องชุดอย่างเดียวที่รอขายอยู่ 95,558 หน่วยนั้น ที่เสร็จ 100% มี 23% หรือ 21,978 หน่วยเท่านั้น ที่เหลือหากมีวิกฤติเกิดขึ้น ก็คงสร้างค้างเติ่งไว้ และอาจกลายเป็นอาคารสร้างค้างเช่นที่เคยเกิดขึ้นในปีวิกฤติ 2540
           4. ในปี 2563 การเปิดตัวโครงการใหม่ในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2563 มีเพียง 89 โครงการ จำนวนหน่วยที่เปิดตัวใน 4 เดือนแรกก็ลดลงจาก 35,639 หน่วยในปี 2562 เหลือ 20,249 หน่วย ในปี 2563 หรือลดลง 43% มูลค่าการพัฒนาของโครงการเปิดใหม่ก็ลดลง 35% โดยใน 4 เดือนแรกของปี 2562 เปิดตัวมีมูลค่ารวมกัน 121,925 ล้านบาท แต่ในปี 2563 เปิดตัวเพียง 79,162 ล้านบาทหรือลดลงถึง 35% บ้านเดี่ยวก็เปิดตัวลดลง 28% ห้องชุดเปิดตัวลดลงมากที่สุด คือเปิดใหม่เพียง 6,919 หน่วยหรือลดลงถึง 69% อย่างไรก็ตามในกรณีทาวน์เฮาส์ กลับมีจำนวนหน่วยขายเพิ่มขึ้นเป็น 9,419 หน่วยหรือเพิ่มขึ้นถึง 21%
           5. สำหรับสินค้าใหม่ที่จะเกิดในปี 2563 ทั้งปีนั้นคาดว่า จำนวนหน่วยเปิดใหม่ อาจลดลงเหลือ 75,731 หน่วย หรือลดลงถึง 36% จากการเปิดตัวในปี 2562 ส่วนมูลค่าการพัฒนาของสินค้าเปิดใหม่รวมกันอาจมีราคา 296,067 ล้านบาท ลดลงกว่าที่เปิดในปี 2562 ถึง 38% อย่างไรก็ตามราคาแทบไม่เปลี่ยนแปลงคือลดลงเพียง 2% แสดงว่าสินค้าราคาถูกนั้นยังเปิดตัวน้อยเพราะในภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำแบบนี้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยจะซื้อได้น้อยลง

      ดร.โสภณ ขอให้สื่อต่างๆ ช่วยเผยแพร่ข่าวสารที่สอดคล้องกับความเป็นจริงและทันสมัยที่สุดเพื่อประโยชน์ของผู้อ่านและสาธารณชนจริงๆ

โดย sopon

 

กลับไปที่ www.oknation.net