วันที่ อังคาร มิถุนายน 2563

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ตอนที่ ๑ สร้างมูลค่าเพิ่มบนที่ดินรกร้างว่างเปล่า : ไปคลองสองแล้วระลึกถึงล้นเกล้า


ตอนที่ ๑ สร้างมูลค่าเพิ่มบนที่ดินรกร้างว่างเปล่า : ไปคลองสองแล้วระลึกถึงล้นเกล้ารัชกาลที่ ๙ 

นานมาแล้ว ผู้เขียนได้ซื้อที่ดินแปลงหนึ่งกับเพื่อนและน้องชาย ซึ่งแบ่งขายแปลงละ ๒ ไร่ ที่ตำบลคลองสอง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี โดยมีสัญญากับบริษัทขายที่ดินในการให้เช่าเพื่อปลูกมะม่วง

โดยบริษัทเป็นผู้ปลูกมะม่วงและดูแลรักษาบนที่ดินของผู้เขียน และเมื่อมะม่วงมีผลผลิตก็วางแผนส่งมะม่วงไปขายต่างประเทศ โดยเฉพาะที่ประเทศญี่ปุ่น แล้วแบ่งรายได้ระหว่างกัน

คลองหลวง ปทุมธานี ในระยะนั้นโด่งดังเพราะส้มบางมดด้วย เพราะแม้ส้มบางมดโด่งดังมาจากตำบลบางมด ฝั่งธนบุรี แต่เมื่อบางมดเกิดน้ำท่วมใหญ่ สร้างความเสียหายให้สวนส้มบางหมดอย่างหนัก จนกระทั่งต้องย้ายทำเลไปปลูกที่อำเภอคลองหลวงแทน

เคราะห์กรรมของส้มบางมดยังไม่หมด เพราะน้ำก็ตามมาท่วมใหญ่ที่คลองหลวง ผู้เขียนจำปีที่น้ำท่วมหนักไม่ได้ ทราบเพียงว่านอกจากน้ำท่วมไร่ส้มบางมดแล้ว สวนมะม่วงของผู้เขียนก็ไม่เหลือ  สัญญาการแบ่งผลประโยชน์จากการขายมะม่วงระหว่างบริษัทกับผู้เขียนก็หมดไป

ที่ดินของผู้เขียนจึงกลายเป็นที่ว่างเปล่า แม้ประกาศขายในราคาประเมินหลายครั้งแล้ว แต่ไม่มีผู้ใดขอซื้อ ตอนแรกคิดจะสร้างสวน แต่ระยะทางไกลกว่าที่บางใหญ่ จึงสร้าง “สวนสะสม” ที่บางใหญ่แทน

สำหรับที่ที่คลองหลวง ๒ ไร่ จึงจำเป็นก็ต้องปล่อยไว้เช่นนั้น จนกระทั่งมีการประกาศใช้พระราชบัญญัติ ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๒  

พระราชบัญญัติดังกล่าวให้จัดเก็บภาษีที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ทิ้งไว้ว่างเปล่าหรือไม่ได้ทำประโยชน์ตามควรแก่สภาพ โดยเริ่มเก็บตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป โดยให้เก็บภาษีภาษีในอัตราไม่เกินร้อยละหนึ่งจุดสองของฐานภาษี โดยประเมินราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดินเป็นเกณฑ์ในการคำนวณ

ส่วนที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรม ให้มีอัตราภาษีไม่เกินร้อยละศูนย์จุดหนึ่งห้าของฐานภาษีเท่านั้น

แม้พระราชบัญญัตินี้กระทบกับผู้เขียนโดยตรง เพราะหากผู้เขียนปล่อยให้ที่ดินดังกล่าวรกร้างว่างเปล่าต่อไปก็ต้องเสียภาษีที่ดินที่เพิ่มขึ้น แต่ผู้เขียนก็เห็นด้วยกับพระราชบัญญัติดังกล่าวนะครับ

เพราะในประเทศไทย ยังมีที่ดินรกร้างว่างเปล่าอยู่เป็นจำนวนมาก หากใช้ที่ดินเหล่านี้ทำประโยขน์อย่างอื่น เช่น ทำการเกษตรกรรม ก็ย่อมเพิ่มผลผลิตทางเศรษฐกิจของประเทศให้สูงขึ้น

สมดังเหตุผลและความจำเป็นในการออกพระราชบัญญัตินี้ ที่เพื่อให้การดำเนินการเกี่ยวกับการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ อันจะเป็นประโยชน์ในด้านเศรษฐกิจของประเทศ  

จะเห็นได้ว่าเศรษฐีต่างๆ ที่มีที่ดินว่างเปล่าในกรุงเทพมหานคร ได้เริ่มปลูกต้นไม้ต่างๆ กันแล้ว เพื่อทำให้ที่ดินว่างเปล่าเป็นที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ไม่ว่าปลูกกล้วย ปลูกมะพร้าว ปลูกมะนาวหรือปลูกมะม่วง  การดำเนินการดังกล่าวข้างต้น ยังช่วยให้อากาศที่ใช้หายใจมีสภาพดีขึ้นด้วย

ผู้เขียนก็เป็นเศรษฐีน้อยๆ กับเขาด้วย เพราะมีที่ ๒ ไร่ และเห็นว่านอกจากไม่ต้องเสียภาษีที่ดินเพิ่มขึ้นตามพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าวแล้ว หากปลูกมะม่วง นอกจากจะได้เก็บมะม่วงมากินแล้ว ยังอาจทำให้ที่ดินเป็นที่ต้องตาของผู้คนที่ต้องการซื้อไปใช้ตามความต้องการของผู้เขียนด้วย

เข้าไปเห็นที่ดินตอนแรกก็ตกใจ เพราะบริเวณหน้าแปลงที่ดินและในที่ดินบางส่วนมีกระดาษและของเก่าเต็มไปหมด เพราะบริษัทค้าของเก่าใกล้เคียงได้นำมาวางไว้ เห็นแล้วไม่สบายตาเลยครับ แต่เมื่อได้ไปขอร้องให้นำกระดาษและของเก่าออกไป ก็ได้รับความร่วมมือด้วยดี

 

ตอนแรกได้ขอให้คุณกิตสะนะ แพรอยู่ (ชื่อแปลกไหมครับ เขียนแบบนี้แหละครับ ไม่ได้เขียนผิดหรอกครับ) ซึ่งเป็นเจ้าของโรงกลึงฝั่งตรงข้ามกับพื้นที่ทำโรงกลึงได้ช่วยกันกลูกน้องช่วยตัดต้นไม้ที่มีอยู่เดิมออก แต่ไม่สำเร็จ เพราะบางต้นใหญ่ มีตอลึกและเยอะมาก จึงต้องเปลี่ยนใจ


คุณกิตสะนะก็เลยติดต่อให้แมคโครของเพื่อนในราคาไม่แพงนักมาปรับพื้นที่ ขุดเอาตอและต้นไม้ออก ยกร่อง แต่งคูร่องสวน และขุดสระน้ำ ซึ่งเป็นการจ้างเหมาครับ เพราะไม่มีเวลาไปนับชั่วโมงว่ารถเมคโครได้ทำงานไปกี่ชั่วโมง

 

สำหรับพันธ์มะม่วงนั้น หากซื้อใน กทม. หรือจังหวัดนนทบุรี หรือแม้แต่ที่ตลาดไท ราคาแพงครับ เพื่อนจึงได้แนะนำให้ไปซื้อจังหวัดปราจีณบุรี

วันหนึ่งจึงได้เดินทางไปกับน้องชาย ลือชัย มณีศรี และเพื่อนคือคุณไพศาล ฐาน์กาญจน์ และคุณสวัสดิ์ นนทแก้ว อดีตข้าราชการกรมส่งเสริมการเกษตรทั้งคู่ ไปช่วยเลือกกิ่งพันธุ์มะม่วง โดยเฉพาะคุณไพศาลนั้นได้กรุณาขับรถกระบะไปช่วยบรรทุกให้ด้วย

 

ครั้งแรกได้ไปชมกิ่งพันธ์มะม่วงที่บ้านหนองชะอม อำเภอเมือง จังหวัดปราจีณบุรี ก่อนครับ เพื่อสอบราคา แล้วก็ขับไปเรื่อยๆ สุดท้ายต้องกลับมาซื้อที่เดิมเพราะเป็นราคาที่ถูกที่สุด ซื้อมาปลูกแปลงละ ๔๐ ต้น ไม่ได้ปลูกมะม่วงพันธ์ดีมากนักหรอกครับ เพราะผลผลิตอาจไม่เหลือให้เจ้าของสวนได้กิน  

 

แปลกแต่จริงครับ ซื้อมะม่วงพันธ์ต่างๆ ชนิดดีบ้างไม่ดีบ้างราคาก็ไม่แตกต่างกันมากนัก แต่มะม่วงเบา ซึ่งเมื่อก่อนที่ปักษ์ใต้ ไม่ค่อยมีราคาค่างวดสักเท่าไร แต่เป็นมะม่วงพันธ์ที่แพงที่สุดที่ซื้อในวันนั้น มะม่วงเบานั้นซื้อปลูกเพียงแปลงละ ๒ ต้น เท่านั้น เอาไว้กินดิบกับน้ำปลาหวานครับ

ฝากให้คุณกิตสะนะรดน้ำรอปลูกอยู่ ๑ สัปดาห์ ทราบจากคุณกิตสะนะว่าได้ปลูกเสร็จทั้งสองแปลงในวันเดียว เย็นนั้นฝนตกอย่างหนักและตกอีกนิดหน่อยในวันรุ่งขึ้น

วันต่อมาผู้เขียนได้ไปดูมะม่วงที่ปลูกแล้วพร้อมช่วยกันตัดพลาสติกที่รัดออกจากการเสียบตอของมะม่วงแก้วขมิ้น ตอนเดินเข้าไปในสวนนั้นฝนตกพรำๆ เป็นการต้อนรับ และจากการที่นำมาพันธ์มะม่วงมาพักไว้ก่อน ทำให้มีต้นหนึ่งแตกยอดเขียวเชียว ชมภาพสุดท้ายซิครับ

 

หลังจากวันนั้น ฝนก็ไม่ตกอีกเลย ด้วยความเป็นห่วงแม้ว่าคุณกิตสะนะช่วยดูแลให้ หนึ่งสัปดาห์ให้หลังแม้ทราบว่ามีพายุเข้ามาหลายวันแต่ก็ไม่ไว้ใจ จึงไปรดน้ำต้นมะม่วง ทราบว่าคืนวันนั้นฝนตกลงมาเยอะมาก คิดว่าคราวนี้มะม่วงคงรอดหมดเป็นแน่

 

เห็นมะม่วงที่ปลูกใหม่แล้วก็ชื่นใจครับ นั่งคิดอยู่ว่าถ้าคิดทำแบบนี้มานานแล้ว ป่านนี้คงได้กินมะม่วงในสวนของตนเองแล้ว ท่านใดที่มีพื้นที่ว่างเปล่าก็ลงทุนเถิดนะครับ คิดว่าเงินที่ลงทุนปรับปรุงและปลูกต้นไม้หรือไม้ผลเป็นเงินที่ต้องเสียภาษีที่เพิ่มขึ้นก็แล้วกัน ช่วยๆ กันสร้างบรรยากาศกันด้วยครับ

คงสงสัยแล้วนะครับว่าเหตุใดอ่านมาตั้งนานแล้วยังไม่ถึงหัวเรื่อง “ไปคลองสองแล้วระลึกถึงล้นเกล้ารัชกาลที่ ๙” สักที

ใจเย็นๆ ครับ ตอนนี้ขอปูพื้นก่อนครับ แม้ว่ายาวไปสักหน่อย แต่ตอนที่ ๒ ถึงเรื่องตามชื่อเรื่องแน่นอน ติดตามนะครับ

พุธทรัพย์ มณีศรี

โดย พุธทรัพย์

 

กลับไปที่ www.oknation.net