วันที่ พุธ มิถุนายน 2563

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ตอนที่ ๒ สร้างแก้มลิงโดยไม่ต้องใช้เงินงบประมาณ : ไปคลองสองแล้วระลึกถึงล้นเกล้ารั


ตอนที่ ๒ สร้างแก้มลิงโดยไม่ต้องใช้เงินงบประมาณ : ไปคลองสองแล้วระลึกถึงล้นเกล้ารัชกาลที่ ๙    

ตอนที่แล้วกล่าวถึงการสร้างสวนมะม่วงบนพื้นที่ว่างเปล่าเสียยาว จนยังไม่เข้าเรื่อง “ไปคลองสองแล้วระลึกถึงล้นเกล้ารัชกาลที่ ๙” สักที ตอนนี้เข้าเรื่องแล้วครับ แล้วก็เป็นข้อเสนอที่จบในตอนนี้ด้วยครับ

ท่านผู้อ่านที่ยังไม่ได้อ่าน ตอนที่ ๑ “สร้างมูลค่าเพิ่มบนที่ดินรกร้างว่างเปล่า : ไปคลองสองแล้วระลึกถึงล้นเกล้ารัชกาลที่ ๙” ก็อาจคลิ๊กเข้าชมก่อนได้ที่

http://oknation.nationtv.tv/blog/puthsup/2020/06/16/entry-1

ครับ จากการเดินทางไปสร้างสวนมะม่วงในที่ดินว่างเหล่าที่คลองสองโดยเดินทางผ่านริมคลองนี้หลายครั้ง ได้เห็นสภาพของคลองสองในบางช่วงบางตอนแล้ว อดรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ไม่ได้ครับ

เพราะคลองสองในปัจจุบันรวมทั้งคลองขุดทั้งหลายในทุ่งรังสิตทั้งหมด ซึ่งได้ดำเนินการในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว นั้น บางช่วงบางตอนในปัจจุบันนี้มีผักตบชะวาเยอะมาก ทัศนียภาพริมคลองก็ไม่สวยงามเท่าที่ควร

 

คลองเหล่านี้ก็คือแก้มลิงตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรที่ทรงมีพระราชดำริไว้แก้ปัญหาอุทกภัยในประเทศไทย และยังคงใช้เป็นแนวทางการแก้ปัญหาน้ำท่วมจวบจนปัจจุบันนี้

โครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่ที่จังหวัดชุมพร บ้านเกิดของผู้เขียนนั้น ก็เป็นโครงการแก้มลิงขนาดใหญ่ตามพระราชดำริของพระองค์ท่านที่พระราชทานเพื่อแก้ไขปัญหาอุทกภัยในเขตเมืองชุมพร ซึ่งได้สร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินของชาวชุมพรในช่วงฤดูมรสุมหรือแม้แต่นอกฤดูอยู่ทุกปี

 

และด้วยพระบารมีของพระองค์ท่านดังกล่าวข้างต้น ทำให้ชาวชุมพรโดยเฉพาะในอำเภอเมืองได้อยู่เย็นเป็นสุขมาจนถึงในปัจจุบันนี้

ดังนั้น เมื่อผู้เขียนได้เห็นผักตบชวาที่คลองสองและคลองอื่นๆ ประกอบกับทราบว่าบริเวณดังกล่าวนี้ตอนน้ำท่วมใหญ่เมื่อปี ๒๕๕๔ น้ำก็ท่วมเป็นเวลานานเช่นเดียวกัน 

จึงคิดว่าหากกรมชลประทานหรือรัฐบาลได้ขุดลอกคลองสองและคลองอื่นๆ ทั้งหมดในบริเวณนี้ เมื่อถึงฤดูน้ำหลาก คลองเหล่านี้ก็จะเป็นแก้มลิงรับน้ำทั้งหมดเก็บรักษาไว้ ทำให้น้ำไม่ท่วม

นอกจากน้ำไม่ท่วมและไม่ก่อให้เกิดความเสียหายเหมือนที่ได้เคยประสบกันมาเมื่อปี ๒๕๕๔ หรือปีอื่นๆ แล้ว ประชาชน ๒ ฝั่งคลอง ยังได้ใช้น้ำเหล่านี้เป็นประโยชน์ในการอุปโภคและใช้ในการเกษตรกรรมได้อีกเป็นอันมากในทุกฤดูกาล

อย่างไรก็ตาม หากมีผู้เสนอแนวคิดนี้ต่อกรมชลประทานหรือแม้แต่รัฐบาล คำตอบที่อาจได้รับก็คือเป็นแนวคิดที่ดี แต่ไม่สามารถดำเนินการได้เพราะต้องใช้งบประมาณเป็นจำนวนมาก

ผู้เขียนไม่ได้เรียนวิศวกรรมชลประทาน ไม่ทราบเรื่องการขุดคลองหรือลอกคลองใดๆ   ทั้งสิ้น แต่ขออนุญาตคิดนอกกรอบดูบ้าง ผู้เขียนคิดว่าอาจลอกคลองทั้งหมดเหล่านี้ให้เป็นแก้มลิงได้โดยไม่ต้องเสียเงินงบประมาณแม้แต่บาทเดียว

 

ภาพจากกูเกิ้ล

ยังครับ ผู้เขียนยังไม่ได้บ้าหรอกครับ ความคิดของผู้เขียนก็คือความคิดแบบวินวิน (Win-Win) ครับ เพราะอย่างไรก็ตาม ไม่มีผู้ใดทำงานแล้วไม่ได้รับผลประโยชน์ตอบแทนหรอกครับ

ความคิดของผู้เขียนอยู่บนฐานความสุจริตใจเป็นที่ตั้งครับ บริษัท่หรือเอกชนที่อาสามาลอกคลองโดยไม่คิดมูลค่าได้ และทางราชการก็ได้แก้มลิงอย่างดีโดยไม่ต้องเสียเงินงบประมาณเช่นกัน เพียงแต่รัฐบาลต้องใจกว้างและใช้สุจริตเป็นเกราะกำบัง

คลองรังสิตทั้งหมดนี้ได้ขุดมาตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว นานมากแล้ว แม้บางแห่งอาจได้รับการลอกคลองมาบ้าง แต่ก็ไม่มากนัก

บางคลองตื้นเขินเพราะทั้งน้ำท่วมและดินที่พังทับลงไปในคลองคงมีอยู่เป็นจำนวนมาก และดินที่ตื้นเขินนี้แหละครับคือค่าจ้างในการขุดลอกคลอง เพราะทางราชการอนุญาตให้บริษัทเอกชนนำดินที่ขุดได้ตามแบบที่กำหนดไปขายหรือไปถมที่ทำประโยชน์ต่างๆ ได้

แน่นอนครับ กรมชลประทานต้องมีแบบของแต่ละคลองตามสภาพพื้นที่ของแต่ละแห่งไว้ เช่น กำหนดความกว้างและความลึกของคลองที่ให้คัดลอก เพื่อประโยชน์ในการกักเก็บน้ำไว้เป็นแก้มลิงและเพื่อใช้ประโยชน์ในอนาคตไว้และประกาศให้ประชาชนทราบ

พร้อมทั้งประกาศให้ประชาชนที่รุกล้ำเข้าไปทำประโยชน์ในเขตคลองเหล่านั้นออกจากบริเวณคลองภายในกำหนดเวลา หลังจากนั้น จึงให้เอกชนใดที่สนใจเข้ามาลอกคลองเข้าไปดำเนินการได้

ทั้งนี้ หากมีเอกชนหลายรายประสงค์จะมาขุดลอกคลองโดยใช้ที่ดินที่ขุดลอกขึ้นมาได้เป็นประโยชน์ตอบแทน ก็อาจเปิดประมูลเพื่อให้นำผลประโยชน์บางส่วนเข้ารัฐตามแต่สมควรก็ได้

เพราะนอกจากลอกคลองให้กว้างและลึกตามแบบที่กำหนดแล้ว ยังเป้นการกำจัดผักตบชะวาไปในตัวด้วย

หลังจากนั้น เมื่อได้บริษัทใดเข้ามาขุดลอกคลองแล้ว จะด้วยเงื่อนไขใดก็ตาม ทางราชการต้องตั้งกรรมการตรวจรับและกำกับการขุดลอกคลองให้เป็นไปตามที่ราชการกำหนด โดยให้เจ้าหน้าที่ของรัฐและตัวแทนของประชาชนริมคลองร่วมเป็นกรรมการ เพื่อให้การขุดลอกคลองเป็นไปตามที่กำหนดไว้

ผู้เขียนเชื่อว่าการดำเนินการดังกล่าวข้างต้นเป็นไปได้อย่างแน่นอน มีข้อแม้อยู่เพียงอย่างเดียวเท่านั้นครับว่ากรมชลประทานหรือทางราชการจะเห็นชอบด้วยหรือไม่เท่านั้นแหละครับ

ก็ขอเสนอมาเพื่อโปรดพิจารณาครับ

พุธทรัพย์ มณีศรี

โดย พุธทรัพย์

 

กลับไปที่ www.oknation.net