วันที่ พุธ มิถุนายน 2563

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

พลังงานสะอาดเมกะเทรนด์ที่โลกกำลังจับตา


เรื่องของ “พลังงาน” ในภาคอุตสาหกรรม เป็นเสมือนหัวใจของการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจทั่วโลก นับตั้งแต่ภาคการขนส่งต่างๆ ทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ ต่างต้องใช้ “น้ำมัน” เป็นตัวขับเคลื่อน แต่โลกก็มาถึง “จุดเปลี่ยน” ที่แทบจะเรียกว่า เป็นการเปลี่ยนแปลงขออุตสาหกรรมน้ำมันครั้งใหญ่ของโลกก็ว่าได้ เมื่อไวรัสโควิด19 ทำให้ทุกอุตสาหรรมการขนส่งหยุดชะงักจากนโยบายปิดเมือง

วิกฤติโควิด ส่งผลให้บริษัทน้ำมันทั่วโลก ต้องมีการปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งใหญ่ ทั้งลดกำลังการผลิตลงเนื่องจากอุปสงค์ลดลง และปรับแผนไปมุ่งเน้นการลงทุนในพลังงานสะอาดและพลังงานทดแทนต่างๆ กันมากขึ้น หลายคนอาจสงสัยว่าเพราะ “ไวรัสโควิด19”  เป็นต้นเหตุที่ทำให้อุตสาหกรรมน้ำมันต้องปรับตัวครั้งใหญ่นี้หรือ  คำตอบคือ ไม่ใช่ทั้งหมด ไวรัสโควิดเป็นเพียงแค่ตัวเร่งให้เกิดการ Disrupt เร็วขึ้นเท่านั้น เพราะอันที่จริงแล้วอุตสาหกรรมน้ำมันกำลังถูกท้าทายอย่างหนักกับกระแสพลังงานสะอาดจากการแก้ปัญหาภาวะโลกร้อนที่สูงขึ้นเรื่อยๆทุกวัน

เมื่อเร็วๆนี้ หลายคนที่ติดตามข่าวคราวความเป็นไปของโลก คงเห็นข่าวที่ว่า บริษัท Tesla คว้าตำแหน่งเป็นบริษัทรถยนต์ที่มีมูลค่าสูงที่สุดของโลกไปแล้ว สำนักข่าวต่างประเทศได้ให้เหตุผลที่ทำให้มูลค่าของบริษัท Tesla พุ่งขึ้นมาจากเหตุผลหลัก ๆ คือ เทรนด์ต่อจากนี้โลกจะดำเนินเข้าสู่รถยนต์ที่ใช้ไฟฟ้าและน่าจะไม่มีวันย้อนกลับมามาใช้พลังงานน้ำมันมากเท่าเดิมอีก และอุตสาหกรรมของรถยนต์ที่ใช้ไฟฟ้า โดยเฉพาะแบตเตอรี่จะยิ่งมีความสำคัญมากขึ้นในอนาคต ธุรกิจในทุกอุตสาหรรมจะคำนึงถึงความรับผิดชอบที่มีต่อโลกมากขึ้นโดยเฉพาะเรื่องการควบคุมการปล่อยมลพิษก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์  ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ หรือ Sustainable Development Goals ซึ่งเป็นพันธกิจสำคัญของทุกภาคส่วนในหลายประเทศทั่วโลกมุ่งไป

สำหรับประเทศไทย เราได้เห็นภาคธุรกิจออกมาปรับยุทธศาสตร์ และกำหนดทิศทางด้านสิ่งแวดล้อมมากขึ้น แสดงถึงความตื่นตัวต่อผลกระทบโลกร้อน อย่างเช่น เครือซีพีที่ออกมาประกาศกำหนดทิศทางและเป้าหมายความยั่งยืนปี 2030 สู่การเป็นหนึ่งในผู้นำของโลกด้านความยั่งยืน  ถือเป็นการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญที่หันมาเอาจริงเอาจังด้านการทำธุรกิจควบคู่ไปกับการมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม 

โดย 2 เป้าหมายความยั่งยืนใหม่ที่ท้าทายและต้องทำให้สำเร็จภายในปี 2030 คือการมุ่งสู่การเป็นองค์กร Zero Waste ลดขยะและของเสียให้เป็นศูนย์ และการมุ่งสู่การเป็นองค์กร Zero Carbon หรือองค์กรที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นศูนย์ 

 

ซึ่งส่วนหนึ่งที่เครือซีพีออกมาประกาศจุดยืนนั้น หมายรวมถึงเรื่องการการปรับแผนมาลุยการใช้พลังงานหมุนเวียนมากขึ้น เพราะแหล่งพลังงานที่ได้รับจากธรรมชาติรอบตัวใช้ได้ไม่มีวันหมด ทั้งไฟฟ้า แสงแดด และยังสามารถสร้างรายได้ให้กับธุรกิจรวมถึงประหยัดต้นทุนกิจการได้มาก ยกตัวอย่างภาคธุรกิจเกษตรที่ซีพีดำเนินการไปแล้ว อย่างเช่น ซีพีเอฟ ที่มีการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานในฟาร์มปศุสัตว์ โรงงานแปรรูปอาหารและคอมเพล็กซ์ไก่ไข่ 7 แห่งทั่วประเทศ ให้เป็นแหล่งผลิตพลังงานทดแทนจากก๊าชชีวภาพ  ซึ่งปัจจุบันฟาร์มสุกรของบริษัทซีพีเอฟในประเทศไทย 92% มีการผลิตก๊าซชีวภาพเพื่อนำไปผลิตไฟฟ้าสำหรับใช้ในฟาร์มและสถานประกอบการ โดยโรงงานอาหารแปรรูปจากเนื้อไก่นำก๊าซชีวภาพจากระบบบำบัดน้ำเสียไปใช้เป็นเชื้อเพลิงทดแทนน้ำมันเตาและก๊าซหุงต้มในหม้อไอน้ำ นอกจากก๊าซชีวภาพที่ได้จากฟาร์มสุกรจะถูกนำไปใช้ผลิตไฟฟ้าใช้ภายในฟาร์มแล้ว น้ำจากบ่อก๊าซฯจะถูกบำบัดจนได้ค่ามาตรฐานแล้วปล่อยเป็น “น้ำปุ๋ย” ให้กับชุมชนรอบๆฟาร์ม เพื่อใช้ในการเกษตรสำหรับการปลูกข้าวโพดหญ้าเนเปีย อ้อย เป็นต้น ช่วยแก้ปัญหาน้ำขาดแคลนในช่วงฤดูร้อน

หรือ สยามแม็คโคร ที่มีการปรับแผนธุรกิจมาเน้นเรื่องพลังงานสะอาดมากขึ้น โดยมีการรายงานต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อขอปรับแผนธุรกิจในด้านพลังงานทดแทน การจัดหาอุปกรณ์และการรวมระบบ การติดตั้ง การดำเนินการ และการบำรุงรักษา การเป็นที่ปรึกษาทางเทคนิค หรือบริการอื่นสำหรับการก่อสร้างโรงไฟฟ้า จากพลังงานหมุนเวียนต่าง ๆ อาทิ พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม น้ำ ก๊าซชีวภาพ ชีวมวล เป็นต้นซึ่งปัจจุบันสยามแม็คโครได้เข้าร่วมโครงการผลิตไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา (เฟส 1) ซึ่งตามแผนจะมีการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปตามสาขาต่าง ๆ ทั่วประเทศกว่า 20 สาขา

ด้าน ซีพี ออลล์ หรือ เซเว่น อีเลฟเว่น ก็ได้ผุดโครงการ "CP All Food Waste Management" เพื่อขยายโครงการ 7 Go Green หรือโครงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของเซเว่น อีเลฟเว่น ไปสู่การบริหารจัดการสินค้าใกล้หมดอายุให้เป็นประโยชน์กับชุมชนและสังคม เพื่อลดปัญหาขยะจากอาหารใกล้หมดอายุ (food waste) 

เรียกได้ว่าเป็นการผนึกกำลังของบริษัทในเครือทุกบริษัทให้มีเป้าหมายไปในทิศทางเดียวกันอย่างแท้จริง ซึ่งเครือซีพี ถือเป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่สามารถสร้างผลกระทบกับสังคมในทุกความเปลี่ยนแปลงได้ และหากเป้าหมายความยั่งยืนใหม่ที่ท้าทายนี้ของซีพีสำเร็จ ก็เท่ากับว่าประเทศไทยก็มีส่วนสร้างความยั่งยืนให้กับโลกใบนี้เช่นกัน 

 

โดย ยี่สิบแปดกันยา

 

กลับไปที่ www.oknation.net