วันที่ พฤหัสบดี มิถุนายน 2563

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ของฝากจาก กวีซีไรต์บ้านเก่า - โชคชัย บัณฑิต สัมภาษณ์โดย พรชัย แสนยะมูล


 

 

บทสัมภาษณ์ใน เนชั่นสุดสัปดาห์ โดย กุดจี่ - พรชัย แสนยะมูล
ฉบับ 20 กันยายน 2556
กุดจี่ เจอในไอแพ็ด เลยส่งมาให้

ของฝากจาก "กวีซีไรต์บ้านเก่า" - โชคชัย บัณฑิต'

โปรย : เครื่องแบบก็เป็นหนึ่งในจุดขายที่มีคนเลือกมาเรียน นอกเหนือจากรายได้ของคนเรือที่สูงกว่าหลายอาชีพ

1.รู้จักแบบสนิทชิดเชื้อโชคชัย บัณฑิต'
: โชคชัย บัณฑิต' เป็นนามปากกาของ โชคชัย บัณฑิตศิละศักดิ์ เริ่มมีผลงานเผยแพร่ตามหน้านิตยสารตั้งแต่ พ.ศ. 2528 ขณะเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 2 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
โชคชัยเกิดที่อำเภอลาดยาว จังหวัดนครสวรรค์ เป็นบุตรคนโตของ นายประมวล-นางบุญเลี่ยม บัณฑิตศิละศักดิ์ มีน้องชาย 1 คนคือ นายไกรลาศ บัณฑิตศิละศักดิ์
โชคชัยเข้าเรียนชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนปฐมสิทธิ์พิทยาคาร (ป. 1 – 4) แล้วเรียนต่อโรงเรียนบูรพาศึกษา ในอำเภอลาดยาว จังหวัดนครสวรรค์จนจบ ป.6 หลังจากนั้นเข้าเรียน ป.7 ที่โรงเรียนลาซาลโชติรวีนครสวรรค์ และเข้าเรียนมัธยมศึกษา (ม.ศ. 1-5) ในโรงเรียนนครสวรรค์ ในอำเภอเมืองนครสวรรค์
หลังจากจบชั้นมัธยมศึกษา โชคชัยได้เข้าเรียนระดับปริญญาตรี รัฐศาสตรบัณฑิต จากภาควิชารัฐศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และศึกษาต่อระดับปริญญาโท ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (ไทยศึกษา) จากคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
มีผลงานรวมเล่มดังนี้ กังสดาลดอกไม้ รวมบทกวี พ.ศ. 2534,ลมอ่อนตะวันอุ่น รวมบทกวี พ.ศ. 2537,เงานกในร่มไม้ รวมบทกวี พ.ศ. 2538,บ้านเก่า จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์รูปจันทร์ พ.ศ. 2544 (รวมบทกวีได้รับรางวัลซีไรต์ พ.ศ. 2544 ),เขียนกระดาษ วาดละคร รวมเรื่องสั้น พ.ศ. 2545,รูปฉายลายชีพ รวมบทกวี พ.ศ. 2553(1 ใน 6 เล่ม เข้ารอบสุดท้ายรางวัลซีไรต์ พ.ศ. 2553),กวี ดู-โอ ดู อิท บนเฟซบุ๊ค รวมบทกวี พ.ศ. 2555 (เขียนร่วมกับ ศักดิ์ชัย ลัคนาวิเชียร),
ของฝากจากแดนไกล รวมบทกวี พ.ศ. 2556 (1 ใน 7 เล่ม เข้ารอบสุดท้ายรางวัลซีไรต์ พ.ศ. 2556)

2.ผลงานที่ผ่านมาและล่าสุด เหมือนหรือต่างกันอย่างไร
: ผลงานล่าสุดคิดไว้นานแล้ว ได้เดินทางไปไหนต่อไหนบ่อยมาก ทั้งไปเที่ยวเอง ไปเยี่ยมบ้านนักเรียนทุนกู้ยืม กยศ.ของหน่วยงาน และไปเป็นวิทยากรด้านการเขียน ทำให้ได้บทกวีจากการเดินทางอยู่เสมอ เลยคิดว่าต้องมีรวมบทกวีเกี่ยวกับการเดินทาง ก็ไม่ได้ตั้งเป้าว่าจะเสร็จเมื่อไหร่ เพราะเขียนตามอารมณ์ กว่าจะสะสมได้ครบจนเป็นที่พอใจก็ปรากฏว่ารวมบทกวี "รูปฉายลายชีพ" เสร็จไปก่อนแล้วเมื่อสามปีก่อน ก็เป็นแนวความประทับใจจากการเดินทาง แง่คิดมุมมองผ่านสถานที่ที่ได้ไปเยี่ยมเยือนทั้งในประเทศและต่างประเทศ

3.ตัวตนและผลงาน ผสานกันหรือตัดขาดจากกันอย่างไร
: ผลงานก็เป็นไปตามเนื้อหาการใช้ชีวิต ตอนนี้ได้พบฉากและผู้คนแปลก ๆ ตามตลาดนัด หรือสองข้างทางที่่ได้ไปปฏิสัมพันธ์ ก็เริ่มมีงานแปลก ๆ คือเนื้อหาแปลก ๆ ยังไม่ค่อยเห็นใครเขียนในบทกวีสักเท่าไหร่ เช่น คนงมของเก่าจากแม่น้ำมาวางขายข้างสะพาน คนขายโกศไม้จันทน์ในตลาดนัด และอีกมากมายที่ได้พานพบ

4. คุณทำอะไรนอกเหนือจากการเขียนหนังสือ
: ผมยังยืนยันว่าเขียนหนังสือเป็นงานอดิเรก เพราะมีอาชีพอื่นสำหรับเลี้ยงชีวิต ส่วนงานเขียนไว้หล่อเลี้ยงความฝันซึ่งผกผันกับรายได้ ผมเป็นอาจารย์อยู่ที่ศูนย์ฝีึกพาณิชย์นาวี จังหวัดสมุทรปราการ สังกัดกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม นักเรียนที่นี่แต่งเครื่องแบบคล้ายนักเรียนโรงเรียนนายเรือ คนเข้าใจผิดว่าสังกัดกองทัพเรือ ไม่ใช่ครับ ทีี่นี่ผลิตคนไปเป็นกัปตันเรือสินค้ากับนายช่างกลเรือ ส่วนโรงเรียนนายเรือผลิตคนไปอยู่เรือรบ นักเรียนต้องจบ ม.6 สายวิทย์ และเป็นอาชีพที่ต้องทำงานกับคนเรือต่างชาติ วิชาภาษาไทยเลยไม่ค่อยจำเป็นเท่าไหร่ ก็ไม่มีอะไรจะเล่า นักเรียนบางคนมีแววทางการเขียนบ้าง แต่พอมาอยู่สายวิชาชีพเฉพาะทางอย่างนี้ความสามารถดังกล่าวก็ค่อย ๆ หดหายไป เวลาสอนก็พยายามกระตุ้นให้นักเรียนสนใจการเขียน เพราะอาชีพคนเรือน่าจะมีเรื่องเล่าได้เยอะอยู่ถ้าช่างคิดช่างสังเกต ยังหลอกเด็กให้เป็นนักเขียนไม่สำเร็จ นอกจากบทกวีแล้วผมยังเขียนเพลงไว้หลายสิบเพลง ส่วนใหญ่เขียนให้หน่วยงานต่าง ๆ (ทั้งเนื้อและทำนอง) ทำด้วยใจรัก มีคนนำไปบันทึกเสียงสักยี่สิบเพลงแล้วมั้ง ก็เผยแพร่ในวงแคบ ๆ ด้วยความรัก ค่าตอบแทนก็ยังไม่เคยได้ เพราะขอ ๆ กันมา บางทีก็เป็นเพื่อน ๆ กัน ไม่ได้คิดจะเลี้ยงชีพทางนี้เลยไม่มีปัญหา

5.นักเรียนที่คุณสอนแอนตี้เครื่องแบบไหม
: เครื่องแบบของศูนย์ฝึกพาณิชย์นาวีคล้ายของนักเรียนนายเรือ และคล้าย ๆ กับเครื่องแบบของสถาบันเดินเรือทั่วโลก มีหลากหลายชุดมาก บางชุดทางสถาบันมองว่าไม่ค่อยจำเป็น เช่น ชุดฤดูหนาว(สูทกระุดุมคู่แบบกัปตันเรือ) พยายามจะยกเลิก เนื่องจากไม่ค่อยได้ใช้งาน ผลคือนักเรียนไม่ยอมครับ ยืนยันให้มีชุดเดิม(แม้จะแพงและไม่ค่อยได้ใช้ก็ตาม) สถาบันอื่นที่เปิดสอนด้านเดินเรือก็มีเครื่องแบบคล้าย ๆ กันแบบนี้ ไม่มีใครอยากยกเลิกครับ เครื่องแบบก็เป็นหนึ่งในจุดขายที่มีคนเลือกมาเรียนนอกเหนือจากรายได้ของคนเรือที่สูงกว่าหลายอาชีพ อันนี้ไม่ได้คิดเองแต่เป็นข้อมูลจากแบบสอบถามของผู้มาสมัครสอบ

6. คุณรู้สึกอย่างไรกับชุดเครื่องแบบนักเรียน
: รู้สึกแต่ว่าบางชุดที่ไม่จำเป็นจะมีไว้ทำไม สงสารผู้ปครองที่ต้องรับภาระ ราคาไม่ใช่ถูก ๆ มันกลับกันกับสถาบันอื่นที่แอนตี้เครื่องแบบ

7.กวีนักเขียนควรจะมีสี หรือควรจะสลัดสี ผสมสีได้ไหม หรือควรจะละลายสี บ้านเมืองวันนี้ยังสวยอยู่ไหมในสายตาของคุณ
: นักเขียนจะมีสีอะไรก็ไม่สำคัญ แต่อย่าแตกแยกกันเองก็แล้วกัน พี่น้องกันทั้งนั้น คิดต่างได้ แต่เวลากินเหล้าอย่าเอามาเป็นประเด็นสนทนาถ้าไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจ ผมฟังได้ทุกสีครับ เชื่อไม่เชื่อ เห็นด้วยไม่เห็นด้วยเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ก็ฟัง ๆ เอาไว้ไม่ค่อยชอบแสดงความคิดเห็นทางการเมือง

8.วงการวรรณกรรมศิลปะดนตรีเท่าที่คุณติดตาม จากวันนั้นถึงวันนี้ คุณเสพอะไรบ้าง
: ผมชอบฟังเพลงบรรเลง โดยเฉพาะเพลงพื้นบ้านทั้งหลาย เพลงออร์เคสตร้าทั้งหลายก็ฟังนะครับ ฟังสบาย ๆ หาแรงบันดาลใจไปเรื่อย งานวรรณกรรมก็อ่านเท่าที่สนใจไม่ได้เจาะจงอะไรเฉพาะ

9.ในสายตากรรมการรางวัลบางรางวัล คุณมองแวดวงกวีอย่างไร
: การเป็นกรรมการรางวัลวรรณกรรมช่วยให้มองเห็นภาพกว้าง ๆ ของแวดวงวรรณกรรมโดยเฉพาะบทกวี ผมว่าคนรุ่นใหม่ยังใจร้อนไม่ต่างกับสมัยผมเป็นหนุ่ม คือรีบรวมเล่มเกินไป ทั้งที่ผลงานดี ๆ ยังมีไม่พอครบเล่ม ก็พยายามจะรวมกันให้ได้ ส่งมาก็ไม่ได้รางวัลหรอกเพราะมันยังไม่สมบูรณ์พอ น่าจะค่อย ๆ บ่มให้สุกงอม ห้าปี สิบปี ก็รอได้ แบบให้ออกมาแล้วทุกคนต้องจับตามอง ไม่ใช่ออกมากองเป็นภูเขาเลากาแล้วก็ถูกลืม เสียดายต้นไม้ที่ตัดมาทำกระดาษ เสียดายของครับ ค่อย ๆ บ่ม ค่อย ๆ คัดกันไป ถ้ามี บก.ช่วยแบบไม่ต้องเกรงใจกันก็น่าจะออกมาดี ไม่ใช่มีเงินพิมพ์เองจะเอาอย่างไรก็ได้ผมว่าจะพากันตายหมู่เสียเปล่า บทกวีอ่านยากอยู่แล้ว ถ้าอ่านแล้วเสียดายสตางค์เข้าไปอีก คนอ่านจะค่อย ๆ หดหายกันไปใหญ่

10.ความสุข ความทุกข์ ความหวังของคุณ
: ทุกวันนี้ก็มีความสุขกับการเขียนบทกวี และอ่านบทกวีดี ๆ ของผองเพื่อนในแวดวงตามอัตภาพ รวมทั้งเอาใจช่วยคนที่เขียนดีให้รักษาระดับเอาไว้ได้แบบยืนระยะยาว

โดย โชคชัย_บัณฑิต

 

กลับไปที่ www.oknation.net