วันที่ พฤหัสบดี กรกฎาคม 2563

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

Market situation: “Customer Disruption”กดดัน ไฮเปอร์มาร์เก็ตใน อ้อมอกทุนไทย


“Customer Disruption”กดดัน ไฮเปอร์มาร์เก็ตใน "อ้อมอกทุนไทย" ปี 2540-2545 พิษสงของวิกฤต ต้มยำกุ้ง ส่งผลกระทบอย่างมากต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการซื้อสินค้าของผู้บริโภค เนื่องจากกำลังซื้อที่อ่อนแรง ความไม่มั่นใจในระบบเศรษฐกิจและรายได้ โดยผู้บริโภคเริ่มให้ความสำคัญต่อการซื้อสินค้าด้วยปริมาณที่มากเพื่อความคุ้มค่าจากจำนวนและราคา ซึ่งไฮเปอร์มาร์เก็ตตอบโจทย์ความต้องการได้เป็นอย่างดี เนื่องจากรูปแบบธุรกิจที่เน้นการขายสินค้าราคาต่ำ

นอกจากนี้ในช่วงดังกล่าวยังมีเกิดการเปลี่ยนผ่านที่สำคัญ จากการที่กลุ่มทุนไทยจำเป็นต้องขายหุ้นในธุรกิจไฮเปอร์มาร์เก็ตออกไปให้กับต่างชาติเพื่อรักษาเสถียรภาพของธุรกิจหลัก โดยบิ๊กซี กลุ่มเซ็นทรัลรีเทล ตัดสินใจขายหุ้นจำนวน 66% ให้แก่ Casino Guichard-Perrachon ผู้ประกอบการค้าปลีกจากประเทศฝรั่งเศส ส่วนโลตัส มี เทสโก้เชนค้าปลีกจากประเทศอังกฤษเข้าซื้อหุ้น จากเครือเจริญโภคภัณฑ์ด้วยมูลค่าประมาณ 365 ล้านเหรียญสหรัฐหรือราว 12,000 ล้านบาท

ปี 2562-2563 ภาวะวิกฤติเศรษฐกิจในหลายประเทศแถบยุโรปทรุดตัวลงชัดเจน และนำมาสู่การขายกิจกานในเอเชียรวมถึงไทย กิจการไฮเปอร์มาร์เก็ตในเมืองไทยจึงถูกจับตามองอย่างมาก และที่สุดก็มีการตัดสินใจขายกิจการเริ่มจากบิ๊กซี ซึ่งได้กลับมาสู่กลุ่มทุนไทยในปี 2559 โดยบริษัท ทีซีซี คอร์ปอเรชั่น จำกัด เข้าซื้อกิจการบิ๊กซีในประเทศไทยด้วยมูลค่า 1.24 แสนล้านบาท ล่าสุดในเดือนมกราคมที่ผ่านมาบริษัท ซี.พี.รีเทล โฮลดิ้ง จำกัดเข้าซื้อกิจการเทสโก้โลตัสในไทยและมาเลเซียด้วยมูลค่าการลงทุน338,445 ล้านบาท

ที่น่าสนใจคือการกลับเข้าของทุนไทยในรอบนี้ไฮเปอร์มาร์เก็ต “ไม่เหมือนเดิม” ประการแรกคือพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน! ต้องการความสะดวก รวดเร็วมากขึ้น การขยายตัวของสังคมเมืองและขนาดครอบครัวที่เล็กลงและคนโสดเพิ่มจำนวนขึ้นการซื้อจำนวนมากเพื่อให้คุ้มค่าจึงเปลี่ยนมาสู่การซื้อจำนวนน้อยสำหรับพอใช้ในเวลาสั้นและจะได้ของใหม่และสดตลอดเวลา

การปรับกลยุทธ์ของไฮเปอร์มาร์เก็ตจึงปรากฏขึ้นในหลายมิติ เช่นการให้ความสำคัญกับช่องทางออนไลน์ รวมถึงการสร้างภาพลักษณ์ใหม่เพื่อให้แข่งขันได้กับซูเปอร์มาร์เก็ต ลดโทนของจุดขายได้ราคาลง และการปรับสัดส่วนพื้นที่ เช่นเทสโก้ โลตัส ที่ลดพื้นที่กลุ่มสินค้า Non-foodลง รวมถึงการเพิ่มพื้นที่เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ให้ได้มากขึ้น เป็นต้น

อย่างไรก็ตามระดับการขยายตัวของไฮเปอร์มาร์เก็ตยังคงอยู่ในเกณฑ์ต่ำเมื่อเทียบกับโมเดิร์นเทรดอื่นๆ เฉลี่ยที่2-3%ต่อปี และนี่คือ ความท้าทายครั้งสำคัญของไฮเปอร์มาร์เก็ตในอ้อมอกทุนไทย

สนับสนุนข้อมูล
https://mktinfoonline.com

ภาพ : freepik

โดย old_friend

 

กลับไปที่ www.oknation.net