วันที่ จันทร์ กรกฎาคม 2563

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

มารู้จักกับผลไม้ ที่ควรทานก่อนและหลังมื้ออาหาร !!


มารู้จักกับผลไม้ ที่ควรทานก่อนและหลังมื้ออาหาร !!

 

 

การทานผลไม้นั้น ตามปกติเรามักจะทานกันตลอดทั้งวัน
และไม่ได้เลือกด้วยว่า เป็นผลไม้ชนิดใด

ทั้งยังไม่ได้เจาะจงด้วยว่า ผลไม้ใดควรจะทานก่อนมื้ออาหาร
และผลไม้ใดควรจะทานหลังมื้ออาหาร

หรือผลไม้ใดช่วยย่อยอาหารประเภทใด โปรตีน คาร์โบไฮเดรต
หรือไขมัน เราก็ไม่ทราบและไม่ได้สนใจ

 

แต่ถ้าเราอยากจะทานผลไม้ ให้ได้ประโยชน์เต็มเม็ดเต็มหน่วย
ไม่มีพิษมีภัย แล้วล่ะก็ !! เราควรมาให้ความสนใจเพิ่มขึ้นกันอีก
สักหน่อยดีไหม ? เช่น ผลไม้ที่เป็นกรด เช่น สับปะรด ไม่ควรทาน
ตอนท้องว่าง และเราควรทานผลไม้ที่ช่วยย่อยอาหารแต่ละ
ประเภท เพื่อช่วยให้ระบบย่อยอาหารของเราแข็งแรง เป็นต้น

 

เริ่มแรก เราควรมาทำความรู้จักกับผลไม้ที่ควรทานก่อนและ
หลังมื้ออาหาร กันก่อน ดังนี้

 

ผลไม้ ที่ควรทานก่อนมื้ออาหาร

 

1. องุ่น


ผลไม้ที่มีเนื้อนิ่ม เปลือกบาง มีวิตามินซีและฟลาโวนอยด์
ค่อนข้างสูง ช่วยเสริมสร้างการทำงานของสมอง
บำรุงกำลังร่างกาย บำรุงสายตา ลดความดันโลหิตสูง
และสามารถใช้เป็นยาระบายอ่อนๆ ได้

หากทานก่อนมื้ออาหารเป็นประจำ ก็ยังช่วยลดความเสี่ยง
ในการเกิดมะเร็งได้อีกด้วย แต่ถือว่าเป็นผลไม้ที่มีน้ำตาลเยอะ
พอสมควร จึงต้องทานในปริมาณที่ไม่มากจนเกินไป
เหมาะกับมื้อเช้ามากกว่ามื้ออื่นๆ


2. แอปเปิ้ล


สำหรับใครก็ตามที่ต้องคอยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
นี่คือตัวเลือกที่ดีที่สุดเพราะมีค่าน้ำตาลต่ำ แต่มีวิตามิน
และไฟเบอร์ในปริมาณสูง แอปเปิ้ลแต่ละสีจะมี
คุณสมบัติเฉพาะตัวที่ต่างกันไปเล็กน้อย ดังนี้

 

แอปเปิ้ลสีแดง มีสารแอนตี้ออกซิแดนท์สูงมาก จึงดีต่อ
การบำรุงร่างกายและผิวพรรณ ช่วยกระตุ้นการสร้าง
คอลลาเจนใต้ผิวหนัง

 

แอปเปิ้ลสีเขียว มีน้ำตาลต่ำ แต่อุดมด้วยคอลลาเจนและ
อิลาสติน เหมาะกับคนที่กำลังลดน้ำหนัก

 

ส่วนแอปเปิ้ลสีเหลือง ช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคเกี่ยวกับ
หัวใจด้วยสารเควอร์ซิทิน บำรุงสายตา ลดความเสี่ยงของ
โรคต้อกระจกด้วย

 

ทานก่อนมื้ออาหารสัก 1 ผล ก็เพียงพอ และถ้าจะให้ดี

ก็ควรทานทั้งเปลือก

 


3. ฝรั่ง


ผลไม้ที่จัดว่าเป็นตัวช่วยที่ดีมากต่อการลดน้ำหนัก เพราะ
ในฝรั่งมีน้ำตาลต่ำ แต่กลับมีไฟเบอร์และวิตามินซีสูง
ช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนในร่างกาย ส่งผลให้ผิวพรรณมี
ความยืดหยุ่นไร้ริ้วรอย ล้างพิษโดยรวม และลดไขมันในเลือด

 

ราสามารถทานฝรั่งได้ตลอดทั้งวัน ในช่วงที่ท้องยังว่าง
แน่นอนว่าเหมาะที่จะทานก่อนมื้ออาหารด้วย แต่ก็อย่า
ทานมากเกินไปเพราะจะอิ่มท้องเสียก่อนที่จะทานมื้อหลัก

 


4. สตรอเบอร์รี่


ผลไม้ลูกสีแดงจัดที่มีวิตามินซีค่อนข้างสูง และยังมีซูเปอร์
ไฟเบอร์เพคตินที่มาพร้อมกับสีแดงของสตรอว์เบอร์รี
ซึ่งมีส่วนสำคัญในการช่วยลดคลอเลสเตอรอลในร่างกาย
ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยบำรุงสายตา

ตลอดจนช่วยป้องกันอาการอักเสบต่างๆ สามารถทาน
ก่อนมื้ออาหารได้แบบสบายๆ รสชาติอมเปรี้ยวอมหวาน
อันเป็นเอกลักษณ์ ก็ยังช่วยกระตุ้นให้เจริญอาหารอีกด้วย

 


5. พุทรา


ผลไม้ที่หาทานได้ง่าย และมีรสชาติถูกปากคนทุกเพศทุกวัย
ไม่ว่าจะเป็นพันธุ์ที่มีผลขนาดเล็กหรือใหญ่ ต่างก็มีวิตามินซีสูง
เหมือนกันหมด พุทราโดดเด่นในเรื่องการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
ต่อต้านอนุมูลอิสระ และยังช่วยให้นอนหลับได้สบายขึ้นด้วย

ในพุทรามีเส้นใยอาหารอยู่ในปริมาณมากเมื่อเทียบกับน้ำหนัก
จึงช่วยให้อิ่มเร็วและดีต่อระบบขับถ่าย

 


6. ชมพู่


ผลไม้ฉ่ำน้ำ กรอบหวาน ไม่ว่าจะเป็นชมพู่พันธุ์สีเขียวหรือสีแดง
ก็จะมีจุดเด่นตรงที่มีวิตามินซีและเส้นใยสูง เป็นผลไม้กลุ่มที่
ทานได้บ่อยแต่ไม่อ้วน เพราะให้พลังงานในระดับที่ต่ำมาก

หากทานก่อนมื้ออาหารเล็กน้อย ก็จะช่วยให้อิ่มได้เร็วขึ้นด้วย
ในชมพู่มีสารไลโคพีน (Lycopiene) ซึ่งพบได้ไม่ง่ายนักใน
ผลไม้ ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็ง
กระเพาะอาหาร และมะเร็งต่อมลูกหมาก

 


7. มังคุด


ราชินีแห่งผลไม้ที่ไม่ได้มีดีแค่รสชาติ แต่มีคุณสมบัติใน
ทางยาหลายอย่าง ในมังคุดมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง
อุดมด้วยวิตามินหลายชนิด ช่วยเสริมสร้างคอลลาเจน
ช่วยยับยั้งแบคทีเรีย ลดสิวอุดตัน ลดความดันโลหิต
และอื่นๆ อีกมากมาย

เมื่อทานเนื้อหมดแล้วก็ยังเอาเปลือกไปทำยาได้ต่อ
อีกด้วย เพียงแค่ทานก่อนมื้ออาหารสักวันละ 5 ผลก็จะ
มีสุขภาพที่ดีขึ้นแล้ว

 


ผลไม้ ที่ควรทานหลังมื้ออาหาร

 

1. ส้ม


ส้มเป็นผลไม้ที่ทานได้ง่าย อุดมด้วยวิตามินซีและเบต้าแคโรทีน
จัดเป็นผลไม้สารพัดประโยชน์ชนิดหนึ่ง จะทานเป็นผลสดๆ
คั้นเป็นน้ำ หรือแปรรูปเป็นอย่างอื่นก็ได้ มีข้อดีตรงที่ช่วยบำรุง
ผิวพรรณ บำรุงสายตา ดีต่อระบบย่อยอาหารและระบบขับถ่าย
และแน่นอนช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันจากคุณสมบัติของวิตามินซี
ด้วย

แต่ด้วยความเป็นกรดอ่อนๆ จึงไม่เหมาะที่จะทานตอนท้องว่างเท่าไร
ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้เป็นผลไม้ที่ห้ามทานตอนท้องว่างแต่อย่างใด
ยกเว้นกับคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะอาหารเท่านั้น

 

2. สับปะรด


ผลไม้ชนิดนี้มีความเป็นกรดสูงมาก เราสามารถใช้สับปะรดสดมาหมัก
เนื้อเพื่อให้นุ่มขึ้นก่อนนำไปปรุงอาหารได้เลย

ดังนั้น จึงเป็นผลไม้ที่ไม่ควรทานตอนท้องว่างอย่างเด็ดขาด


ข้อดีของสัปปะรดก็คือมีวิตามินบี วิตามินซี แคลเซียมและแร่ธาตุอื่นๆ
อีกหลายชนิด ช่วยบรรเทาอาการหวัด ช่วยบรรเทาอาการท้องผูก
ดีต่อผิวพรรณและยังช่วยลดอาการอักเสบต่างๆ ได้ เมื่อทานหลัง
มื้ออาหารก็จะทำหน้าที่ช่วยย่อยอีกด้วย

 


3. มะละกอ


ส่วนสำคัญในมะละกอ ที่ทำให้เราไม่ควรทานตอนที่ท้องยังว่าง
อยู่ก็คือ เอมไซน์ ตัวที่รู้จักกันดีก็คือเอมไซน์ปาเปน ( papain )
ซึ่งมีอยู่ทั้งในส่วนของยางและเนื้อ มีคุณสมบัติในการย่อยโปรตีน
ได้อย่างดีเยี่ยม จึงเหมาะกับการนำมาทานพร้อมหรือหลังมื้อ
อาหารมากกว่า

ในมะละกอยังมีไขมันและน้ำตาลในระดับที่ต่ำมาก แม้แต่ผู้ป่วย
โรคเบาหวานก็ยังทานได้อย่างสบายช่วยลดความเสี่ยงในการเกิด
โรคเกี่ยวกับทางเดินอาหารบางชนิดได้

 


4. ลูกพลับ


เชื่อว่านี่เป็นผลไม้ในดวงใจของใครหลายๆ คนแน่นอน ด้วยกลิ่นหอม
และรสชาติหวานเป็นเอกลักษณ์นั่นเอง ลูกพลับอุดมไปด้วยสาร
ต้านอนุมูลอิสระชั้นดี แถมแคลอรี่ต่ำสุดๆ ช่วยบำรุงสายตา
บำรุงผิวพรรณ บรรเทาอาการท้องเดิน และจุกเสียดได้

 

แม้ว่าลูกพลับจะไม่ได้มีฤทธิ์เป็นกรด แต่ก็ห้ามทานก่อนมื้ออาหาร
เพราะในเนื้อลูกพลับมียางและสารแขวนลอยอยู่ เมื่อผสมกับน้ำย่อย
ในกระเพาะอาหาร จะทำให้เกิดอาการคลื่นไส้เวียนหัวได้

 


5. เสาวรส


ถึงแม้จะมีวิตามินซีสูงมาก ซึ่งถ้าว่าตามหลักแล้วก็ควรทานตอนท้องว่าง
เพราะจะได้ดูดซึมวิตามินไปใช้งานได้อย่างเต็มที่

แต่อย่างที่เรารู้กันดีว่าเสาวรสมีรสชาติเปรี้ยวจัดจนเข็ดฟัน มีความ
เป็นกรดไม่น้อยหน้าไปกว่าสับปะรด ถ้าทานตอนท้องว่างจะเกิด
อาการมวนท้องได้ ในเสาวรสมีสารฟลาโวนอยด์อยู่มาก ช่วยต้าน
อนุมูลอิสระและชะลอวัยได้ดี

แต่มีสิ่งที่ต้องระวังอยู่ด้วย คือ มีเอนไซม์ที่กระตุ้นฮอร์โมนเพศหญิง
ให้สูงขึ้น เมื่อทานในปริมาณมาก จึงเป็นอันตรายต่อคนที่มีปัญหา
เกี่ยวกับฮอร์โมนในร่างกาย

 

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของ ผลไม้ที่แนะนำเท่านั้น ยังมีผลไม้อีก
หลายชนิดที่เราต้องพิจารณาถึงลักษณะและคุณสมบัติกันก่อนที่
จะรับประทานเสมอ ถ้าไม่รู้เลยจริงๆ ว่าจะตัดสินใจยังไง อย่างน้อย
ให้คาดเดาจากรสชาติเฉพาะตัวของผลไม้เหล่านั้นเสียก่อน

ถ้าเปรี้ยวจัด ส่วนใหญ่ก็จะเป็นกรด ก็ให้ทานหลังมื้ออาหารทุกครั้ง
หรือถ้าเป็นผลไม้ที่ทานแล้วรู้สึกหนักท้อง เพราะว่ามีแป้งเป็นส่วน
ประกอบในปริมาณมากต่อหนึ่งหน่วยน้ำหนัก ก็ควรนำมาทานหลัง
มื้ออาหารด้วยเช่นเดียวกัน เพื่อที่น้ำย่อยในกระเพาะอาหารจะได้
ช่วยย่อยได้ดีขึ้น

 

***
อ้างอิงข้อมูล :

ผลไม้ที่ควรกินก่อนและหลังอาหารมีอะไรบ้าง
https://amprohealth.com/food/fruit-before-meal/

ขอขอบคุณ
AMPRO Health

โดย สุรศักดิ์

 

กลับไปที่ www.oknation.net