วันที่ พฤหัสบดี กรกฎาคม 2563

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

We Grow...ปลูกเพื่อความยั่งยืน แคมเปญรักษ์โลกที่อยากให้ทุกคนลุกมาปลูกต้นไม้


            กระแสเทรนฮิตที่เป็นผลพลอยได้จากวิกฤติโควิด19 ส่วนนึงคือทำให้คนหันมาใส่ใจ "ปลูกต้นไม้" มากขึ้น แม้จะเป็นการปลูกภายในพื้นที่อยู่อาศัย เป็นงานอดิเรก แต่นั่นก็ถือว่าได้ช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้โลกแล้ว ต้นไม้ไม่ใช่แค่วิว ไม่ใช่แค่สีเขียวสวยงาม ไม่ใช่แค่สัญญลักษณ์แสดงความ “รักษ์ธรรมชาติ” แต่หากจะมองให้ลึกลงไปกว่านั้น ต้นไม้คือชีวิต ให้อากาศหายใจ ในยุคที่ป่าคอนกรีตผุดขึ้นไม่ยั้งอย่างปัจจุบัน การเพิ่มออกซิเจนให้โลกโดยการช่วยกันปลูกต้นไม้ก็เป็นเรื่องง่ายๆที่ทุกคนช่วยกันทำได้ ลองคิดดูเล่นๆก็ได้ว่า ถ้าไม่มีต้นไม้เหลืออยู่เลยสักต้นบนโลกกลมๆ ใบนี้ อะไรจะเกิดขึ้น? 

และหากจะมองในภาคสังคมที่ใหญ่ขึ้นมาหน่อย ปัจจุบันน่าดีใจที่ภาคเอกชนหันมาตื่นตัวในการช่วยกันปลูกต้นไม้ เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้โลกเรามากขึ้น เป็นความหวังสำคัญในการช่วยดูดซับก๊าซเรือนกระจก ซึ่ง ‘เครือเจริญโภคภัณฑ์’ ในฐานะภาคเอกชนที่ให้ความสำคัญกับการร่วมแก้ไขปัญหาดังกล่าวมาโดยตลอดนับทศวรรษ ได้เปิดตัวโครงการ ‘We Grow… ปลูกเพื่อความยั่งยืน’ รณรงค์ให้ทุกหน่วยงาน ‘ปลูกไม้ยืนต้น’ ในพื้นที่เครือฯ ทั่วประเทศ พร้อมสนับสนุนให้ชุมชนร่วมปลูกป่า เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว หวังช่วยดูดซับก๊าซเรือนกระจก ต้นเหตุโลกร้อน มุ่งสู่เป้าหมายการเป็นองค์กรที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ หรือ Carbon Neutral ภายในปี 2573 อันเป็นแนวทางสำคัญในการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมและลดวิกฤตโลกร้อนก่อนคืนสู่ความยั่งยืน

บทบาทภาคเอกชนกับการเยียวยาวิกฤตโลกร้อน

อย่างที่เกริ่นไปข้างต้นปัจจุบันทุกภาคส่วนในประเทศไทยที่ร่วมกันช่วยลดภาวะโลกร้อน โดยเฉพาะภาคเอกชนไทย มีบทบาทเด่นมากในการนำมาตรการลดโลกร้อนมาดำเนินนโยบายอย่างมีวิสัยทัศน์และสร้างให้เกิดประโยชน์ร่วมกัน  เช่น ในการใช้พลังงาน ที่มีการลงทุนในเทคโนโลยีที่มีงบประมาณสูงขึ้นเพื่อให้เกิดพลังงานสะอาด การลดการใช้น้ำ และมีความยั่งยืนไปด้วย เพราะทำให้สินค้าและผลิตภัณฑ์ได้รับการยอมรับ ขณะเดียวกันยังช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกไปพร้อมกัน อย่างเช่น เครือเจริญโภคภัณฑ์ ที่ประกาศเป้าหมาย นำทัพธุรกิจทั้งเครือมุ่งสู่ Zero Carbon  ทั้งองคาพยพ.

 

‘ปลูกต้นไม้’ ลดปัญหาโลกร้อน

นอกเหนือจากการขับเคลื่อนของภาครัฐและเอกชนในการร่วมลดโลกร้อนด้วยนโยบายและมาตรการต่างๆ แล้ว หนึ่งในเรื่องใกล้ตัวที่เป็น ‘ตัวช่วย’ ที่ได้ผลดีที่สุดคือการ ‘เพิ่มพื้นที่สีเขียว’ นักวิทยาศาสตร์ที่ศึกษาเรื่อง Carbon Sink ในชั้นบรรยากาศ หรือการสร้างแหล่งดูดซับที่ส่งผลให้ก๊าซเรือนกระจกที่มีอยู่ในบรรยากาศถูกดูดซับไปกักเก็บไว้ ชี้ชัดว่าถ้าทุกประเทศสามารถช่วยกันรักษา ‘ป่า’ เท่าที่มีอยู่ไว้ได้ไม่ให้น้อยลงกว่านี้จะสามารถช่วยดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 20% ของปริมาณที่ปล่อยออกมา 3 หมื่นกว่าล้านตัน

 ประโยชน์ของการปลูกต้นไม้ 1 ต้น ให้กับบ้านของเรา ที่บางทีเราก็ไม่เคยรู้มาก่อนว่าการปลูกต้นไม้เพียงแค่ 1 ต้น จะให้ประโยชน์ต่อชีวิตของเราได้มากขนาดนี้

 

CP ชู โปรเจค We Grow… ปลูกเพื่อความยั่งยืน 

               โครงการ We Grow... ปลูกเพื่อความยั่งยืน’ เป็นหนึ่งในตัวอย่างความตั้งใจจากภาคเอกชน โดยเครือเจริญโภคภัณฑ์ ผนึกกำลังร่วมกับ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือและส่งเสริมการปลูกไม้ยืนต้น ตลอดจนกิจกรรมชดเชยคาร์บอนเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวและช่วยดูดซับก๊าซเรือนกระจกให้กับประเทศไทยและโลก โครงการของซีพีคือการสะท้อนให้เห็นว่า ‘ต้องเริ่มจากตัวเรา’ จากนั้นต้องพิจารณาต่อไปที่ภาครัฐที่ต้องเร่งส่งเสริมให้สังคมเกิดความตระหนักให้มากว่าเรื่องนี้มาถึงระดับ Awareness เต็มที่แล้วในขณะนี้ นอกจากนี้ต้องมีมาตรการจูงใจต่างๆ เพื่อให้ผู้คนมาร่วมปลูกป่า ปลูกไม้ยืนต้น ซึ่งที่ผ่านมา อบก. เองพยายามกระตุ้นผ่านการสร้างเครือข่ายทุกระดับ เพื่อให้องค์กรเล็กและใหญ่รวมทั้งภาคประชาชนเกิดความกระตือรือร้นด้วยตัวเอง ซึ่งจะเป็นวิธีการที่ยั่งยืน” 

Kickoff ปลูกต้นไม้บนพื้นที่ภาคเหนือ ปิง-วัง-ยม-น่าน

               เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2563 บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด ร่วมกับองค์กรภาคีเครือข่ายภาครัฐ ภาคการศึกษาและประชาชนในพื้นที่บ้านดอนไชยป่าแขม อ.ปง จ.พะเยา จัด กิจกรรม WE GROW ปลูกเพื่อความยั่งยืนในพื้นที่ต้นน้ำ ปิง วัง ยม น่าน ร่วมปลูกต้นไม้ เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ สร้างสมดุลให้กับสิ่งแวดล้อม หวังลดภาวะโลกร้อน สร้างพื้นที่สีเขียวในพื้นที่ควบคู่กับการสร้างรายได้และพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้พึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน โดยปีนี้ตั้งเป้าจะปลูกต้นไม้ในพื้นที่ลุ่มน้ำปิง วัง ยมและน่าน รวม 100,000 ต้น จากช่วง 4 ปีที่ผ่านมา เครือเจริญโภคภัณฑ์ได้ร่วมกับภาครัฐ และชุมชน ในพื้นที่ต้นน้ำ ปิง วัง ยม และ น่าน ดำเนินการปลูกต้นไม้ไปแล้วกว่า 508,224 ต้น พื้นที่ประมาณ 6,000 ไร่

              สำหรับพื้นที่ชุมชนหมู่บ้านดอนไชยป่าแขม อ.ปง จ.พะเยา เครือเจริญโภคภัณฑ์ได้เข้ามาร่วมพัฒนาชุมชนแห่งนี้เป็นเวลากว่า 2 ปี โดยร่วมพัฒนากลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปรรูปปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ ปัจจุบันมีสมาชิกกลุ่ม 78 ครัวเรือน และส่งเสริมให้ชุมชนเพิ่มพื้นที่สีเขียวและสร้างอาชีพที่ยั่งยืนโดยการปลูกไผ่และพืชมูลค่าสูง เช่น กาแฟโรบัสต้า เป็นการเพิ่มอาชีพทางเลือก ปรับเปลี่ยนวิถีการเกษตรและเกิดการรวมกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ซึ่งเป็นการพัฒนาความยั่งยืนในทุกมิติ ทั้งเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม

 

 

 

โดย ยี่สิบแปดกันยา

 

กลับไปที่ www.oknation.net