วันที่ จันทร์ สิงหาคม 2563

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

คนที่เป็น Life Coach ที่ดีที่สุดของคุณ คือ ตัวคุณเอง


พึ่งจะผ่านวันคล้ายวันเกิดมาไม่กี่วัน ปีนี้ ก็เป็นปีที่เข้าหลักสี่พลาซ่ามาได้หลายปีแล้ว (เดาเอาเองว่าเท่าไร) ครึ่งทางที่จะไปคลองห้าปทุมธานีนครนายกแล้ว... ก็เกิดความคิดขึ้นมาว่า เราน่าจะบอกคนที่อายุน้อยกว่าเราในประเด็นอะไรบ้าง ต้องสารภาพตามตรงว่า ในช่วงชีวิตหนึ่งก็เคยคิดว่าจะมีอาชีพ Life Coach อยู่เหมือนกัน แต่ พอมาดูมาดูไป คิดไปคิดมา เห็นสิ่งที่มันเกิดขึ้นและเป็นไป ต้องบอกว่า เรายังจะเอาตัวเองไม่ค่อยรอดเลย จะไป Life Coach ใครได้ 555 เราคงเป็นเพียงคนที่อยากจะบอกอะไรเพื่อเตือนสติ สร้างแรงบันดาลใจให้กับเพื่อน พี่ น้อง คนรุ่นหลัง คงจะพอทำได้ เพราะต้องยอมรับว่า คนที่เป็นคนที่ดีที่่สุดที่จะเป็น life Coach ที่ดีที่สุดก็คือ ตัวเราเองเท่านั้น เพราะว่า เราไม่สามารถที่จะใช้ความรู้ ประสบการณ์ ของตัวเราไปชี้แนะ แนะนำ ที่สำคัญตัดสินได้ เลย เพราะทุกคนเจอโจทย์ภายใต้สถานการณ์ที่ไม่เหมือนกัน ความยากของโจทย์ชีวิตก็ก็ซับซ้อนต่างกัน ยากง่ายต่างกัน ครับ ผมก็คิดว่า ไม่ต้อง life Coach ดอก แค่อยากฝากข้อคิดดีๆให้ก็เพียงพอ คนไหนจะเอาไปปรับใช้ได้ก็ตามใจ ซึ่ง ผมคิดว่า ตอนนี้ทุกคนน่าจะมีปัญหาอยู่ไม่มากก็น้อย อยากจะย้ำอีกทีครับ ใครที่ไม่มีปัญหา(ซึ่งผมคิดว่าส่วนน้อยมาก) ก็อยากจะมีความสุขมากขึ้น ผมอยากจะฝากไว้สักสองประเด็นคือ ประเด็นเรื่องเกี่ยวกับปัญหาและประเด็นเรื่องความสุข 

ประเด็นที่หนึ่ง เกี่ยวกับปัญหา ผมไม่ใช่นักแก้ปัญหา แต่เมื่อคุณเจอปัญหา ผมอยากฝากข้อคิดไว้สักหนึ่งข้อครับ ให้เราคิดว่า เราจะทำอะไรกับปัญหานั้นได้บ้าง แล้วหาทางทำมันให้ได้ครับ เมื่อทำได้แล้วแค่ไหนก็แค่นั้น แต่สำคัญเมื่อเจอปัญหา ต้อง คิดว่าจะทำอะไร พยายามแก้ปัญหาด้วยตนเองก่อน แล้วค่อยหาทางให้คนอื่นช่วย คนเราเมื่อพยายาม เราจะมีคนช่วย ถ้าเราไม่พยายามแก้เลย รอแต่คนช่วย เราจะไม่มีคนช่วยครับ (ผมเชื่ออย่างนี้เลย) และถ้า ถึงจุดกรณีที่คุณเจอกับปัญหาที่หนัก มาก มืดแปดด้าน สติเท่านั้นครับ พยายามอยู่ให้ถึงพรุ่งนี้ อย่าทำอะไรที่ปราศจากการยั้งคิดครับ ไม่มีกิน ก็นอนให้หลับ นอนไม่หลับ ก็ สวดมนต์หายใจเข้าหายใจออก จนถึงเช้า แล้วไปหาคนที่คุณไว้ใจครับ  ถ้ายังไม่สำเร็จพยายามอีกครั้งครับ... ผมเชื่อว่า มันจะไม่แย่ไปทุกวันดอกครับ มันต้องมีเช้าที่คุณโอเคบ้างละน่า อยู่ให้ถึงพรุ่งนี้ครับ จำไว้ และมีสติเสมอ 

ประเด็นที่สอง สำหรับความสุข ผมคิดว่า การดำรงชีวิตของคนในปัจจุบันมีความสุขยากเหลือเกิน สำหรับ เรื่องที่ ผม โพสต์ วันนี้ ผมคิดว่า การที่เราจะมีความสุขจำเป็นต้องมีสามเรื่องนี้ครับ 

หนึ่ง สุขภาพกายและใจ... เราจะมีความสุขได้ เราต้องมีร่างกายที่แข็งแรง(เผื่อใครที่ใช้ชีวิตโดยไม่สนเรื่องสุขภาพกายเลยให้ตระหนัก ไว้เลย ผมเตือนไว้เลยครับ กินอาหารให้เหมาะกับวัย กิจกรรม ออกกำลังกาย(อันนี้สำคัญ ทำงานบ้าน ทำงานออฟฟิศก็ไม่มีเวลาแล้ว อันนี้คุณบ่นผมเชื่อ เลย แต่ถ้าคุณไม่มีเวลาออกกำลังกายจริงๆ ทำงานบ้านก็ได้ แต่ในมุมมองผมการทำงานบ้านจะได้แค่เผาพลังงานและความแข็งแรงแต่ไม่ได้ช่วยเรื่องความเบิกบานแจ่มใส และ การทำงานบ้าน อวัยวะบางอย่างคุณก็อาจจะใช้งานมันหนักเกินไป และไม่เพลินเพลินเท่ากับการได้เล่นกีฬาที่คุณชอบดอกครับ) ที่ผมเตือนเรื่องนี้ เพราะว่า สุขภาพที่ดี ไม่สามารถที่จะซื้อได้เหมือนคุณไปซื้อน้ำปลาที่เซเว่นข้างบ้าน แต่ คุณต้องทุ่มเท เวลา ทรัพยากร ให้กับสุขภาพของคุณ นั่นคือกาย ใจ ก็สำคัญ คุณทำงานเครียด ก็ต้องหาทางปลดปล่อยอารมณ์ที่เครียดด้วยตัวคุณเอง เช่น งานอดิเรกที่ชอบ กีฬาที่ชอบ ทำสมาธิ เห็นไหมครับ เล่นกีฬาที่ชอบช่วยทั้ง สุขภาพกายและใจ แนะนำเลย หากีฬาที่ชอบแล้วเล่นเลย เพื่อความสุขของตัวคุณเองในระยะยาว

สอง การเปรียบเทียบกับผู้อื่นและสิ่งที่ผู้อื่นคิดเกี่ยวกับคุณ บอกไว้แต่แรกว่าผมถึงหลักสี่แล้ว ผมคิดว่า สิ่งที่ทำให้คนเราทุกข์อีกข้อคือ การเปรียบเทียบกับคนอื่น ย้อนไปตอนที่อายุยังน้อย เราอยากจะสำเร็จแบบคนนั้น คนโน้น คนนี้ พยายามทำให้ทุกคนชอบเรา ให้เขาคิดว่าเราดี เราประสบความสำเร็จ เราเก่ง เรามีความสามารถ ใช่ทุกคนอยากได้รับการยอมรับ การได้รับการยอมรับในเรื่องดังกล่าวเป็นสิ่งที่ดี เป็นพลังใจให้เรา แต่ เราต้องไม่ยึดมันจนทุกข์ (มันยากนะที่จะปล่อยผมเข้าใจ) พอผมอายุมาก (จะเรียกว่าหมดไฟไหม ไม่นะ เพราะผมยังมีสิ่งที่ปรารถนาที่จะทำต่อไป เพียงแต่ค่อยๆทำมันไปเท่านั้น) ผมเปรียบเทียบความสำเร็จของตัวเองกับคนอื่นน้อยลง ผมคิดว่า ผมตั้งเป้าหมายไว้ แล้วผมพยายามเดินไปถึง ผมก็ค่อยๆตั้งเป้าหมายแล้วค่อยทำมันต่อไป ความสำเร็จทุกคนไม่เหมือนกัน มองหาเป้าหมาย ของตนเอง แล้วค่อยๆทำ คุณน่าจะไม่เครียดเกินไป คู่แข่งหรือไอดอลมองได้เพื่อเป็นแรงผลัก แต่อย่ามองจนเครียดเกินไป อันนี้ลดความทุกข์ได้ครับ อีกอย่าง เรามักจะทุกข์เกี่ยวกับเรื่องที่คนอื่นคิดเกี่ยวกับคุณ เราจึงเป็นทุกข์ อันนี้ ง่ายๆ เลย ช่างมันให้มากขึ้นครับ "เราเป็นอย่างไร เรารู้ดี และเรารู้ดีว่าทำอะไร แต่ท่องไว้เสมอ มันต้องไม่เบียดเบียนเชิงกายกระทำ และเปล่งวาจาผรุสวาทเป็นพอครับ" สนใจเรื่องที่ผู้อื่นคิดกับเราน้อยลง แล้ว เราจะมีความสุขมากขึ้นครับ 

สาม ธรรมชาติ และ ธรรมะ การเข้าใกล้ชิดธรรมชาติมากขึ้น ทำให้เรามีความสุขที่เรียบง่ายครับ ออกไปหาทะเล ภูเขา น้ำตก ผู้คนท้องถิ่น ออฟไลน์บ้าง หนังสือเล่มบ้าง น่าจะทำให้มีความสุขมากขึ้น และที่สำคัญคือ เห็นชอบ เห็นธรรมชาติของชีวิต เห็นคุณค่าของชีวิต เห็นความเป็นไปของชีวิต เราจะวางมากขึ้น ยึดน้อยลง แล้ว เราก็จะมีความสุขมากขึ้น ถึงแม้ผมไม่ได้เป็นผุ้มีความเข้าใจในศาสนาอย่างลึกซึ้งถึงขั้นเปรียญ แต่จากการได้ศึกษามาบ้างก็คิดว่า การเข้าใกล้ ธรรมชาติ และ ธรรมะ นั้น จะช่วยให้คุณมีความทุกข์ที่น้อยลง สุขที่ง่ายและมากขึ้นกว่าเดิมครับ 

หวังว่าข้อเขียนอันนี้จะเป็นประโยชน์กับ "คนเหล็ก 2020" ทุกคนที่บังเอิญแวะเข้ามาใน http://oknation.nationtv.tv/blog/coffeejeud สู้ๆ เดือนแปดละครับ อีกแค่ สี่เดือนเท่านั้น ครับ... คุณจะผ่านปีที่ท้าทายนี้ไปแล้ว มีสติ มีความสุข ทุกข์ให้น้อยทุกคนครับ ไลฟ์โค้ชตัวเอง บรรเลงแรงบันดาลใจ ให้คนอื่นด้วยนะครับ...

กาแฟรสจืด

โดย กาแฟรสจืด

 

กลับไปที่ www.oknation.net