วันที่ เสาร์ สิงหาคม 2563

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เครื่องแต่งกายและอุปกรณ์กันฝนในวัฒนธรรมของชาวเอเชีย


 
ในอดีตหากคิดว่าร่มคือสิ่งประดิษฐ์ในการกันแดดกันฝนที่ยอดเยี่ยมแล้ว แต่มนุษยชาตินั้นไม่เคยหยุดคิดค้นและการถืออะไรบางอย่างตลอดเวลาเพื่อกันไม่ให้ฝนโดนตัวนั้นเป็นเรื่องที่ยากลำบากในการดำเนินชีวิตมากทีเดียว ดังนั้นเราจะมาย้อนดูประวัติศาสตร์ของเสื้อกันฝนและอุปกรณ์กันฝน เพื่อคำตอบเดียวของคำถามที่ว่า ‘ทำไมเราจึงต้องใช้มือหากต้องการให้ตัวแห้ง’
 

 
ชาวจีนรู้จักเสื้อกันฝนที่ถักทอจากฟางข้าว ใบไผ่และหวายเรียกว่า ‘ซัวอี้’ (Suōyī) มาช้านาน นับเป็นเครื่องแต่งกายที่ขาดไม่ได้โดยเฉพาะชาวบ้านที่ต้องมีติดตัวไว้แทบทุกบ้านในฤดูฝน และนอกจากจะป้องกันฝนแล้ว ประโยชน์อีกอย่างหนึ่งของเสื้อกันฝนของคนจีนคือใช้สำหรับใส่เพื่อป้องกันอากาศหนาวเย็นและให้ความอบอุ่นในฤดูหนาวได้เช่นกัน
 

 
 
 
ที่ญี่ปุ่น ‘มิโนะ’ (Mino) เป็นเสื้อกันฝนแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมทอจากฟางข้าวด้วยความประณีตตามแบบฉบับชาวญี่ปุ่น มิโนะแบบดั้งเดิมมีลักษณะแบ่งเป็น 2 ส่วน สวนแรกคล้ายแจ๊กเก็ตที่ปกคลุมท่อนบนของร่างกาย ส่วนที่ 2 คล้ายกระโปรงสั้นถูกใช้เพื่อปกปิดส่วนล่างของลำตัว  นอกจากนี้ยังมีหมวกฟางที่คล้ายกันถูกนำมาใช้ในประเทศจีนเวียดนามและเกาหลีเพื่อป้องกันฝน
 

 
หญิงชาวญี่ปุ่นบนเสลี่ยงที่หามโดยผู้แบกที่สวมใส่ 'มิโนะ' เสื้อกันฝนที่ทอจากฟางข้าวแบบฉบับดั้งเดิมของชาวญี่ปุ่น
 

  
'กุบแมงดา' หมวกกันแดดกันฝนทำจากไม้ไผ่สานเป็นโครงกรุด้วยใบไม้ไผ่หรือกาบไผ่ พบมากในวัฒนธรรม มอญ ลัวะ และกะเหรี่ยง ใช้สวมใส่ในการดำนาปลูกข้าวในฤดูฝน
 
 
 
 
ในญี่ปุ่นสมัยก่อนผู้ที่เดินทางหรือทำงานข้างนอกท่ามกลางสายฝนจะสวมเสื้อคลุมมิโนะ ซึ่งทำจากฟาง มิโนะแบบดั้งเดิมสามารถคลุมทั้งตัว นอกจากนี้ยังมีหมวกฟาง
 

 
ฟางข้าวนอกจากจะราคาถูก เป็นวัสดุที่หาได้ทั่วไป เบาและใช้ทอเป็นชุดกันน้ำฝนได้
 
 
ภาพชายชาวญี่ปุ่นในเครื่องแต่งกายแบบดั้งเดิม นอกจากนี้ยังสวมทับด้วยเสื้อกันฝนที่ทำจากฟางข้าว 
 
 
 ชุดกันฝนของชาวญี่ปุ่นโบราณ
 
 
เสื้อกันฝนที่สร้างจากใบไผ่และฟางข้าวที่ทหารแห่งกองทัพแดงจีนเคยใส่
 
 
นอกจากจะกันฝนแล้ว เสื้อกันฝนยังถูกประยุกต์นำมาสวมใส่ให้ความอบอุ่นกับร่างกายในฤดูหนาวอีกด้วย
 
 
 
 
ขอบคุณ  :  เครือข่ายพิพิธภัณฑ์กลางเวียงเชียงใหม่

โดย konsilaat

 

กลับไปที่ www.oknation.net