วันที่ ศุกร์ สิงหาคม 2563

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

มองปรากฎการณ์ “โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาเมื่อนักเรียนชูสามนิ้วกับการจัดการเรียนรู้”


มองปรากฎการณ์ “โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาเมื่อนักเรียนชูสามนิ้วกับการจัดการเรียนรู้”
อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)
Shukur2003@yahoo.co.uk
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตาปรานีเสมอ มวลการสรรเสริญมอบแด่อัลลอฮฺผู้ทรงอภิบาลแห่งสากลโลก
ขอความสันติสุขแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

18 สิงหาคม 2563 หลังจากสถาบันข่าวอิศรารายงานว่าการชูสามนิ้วในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องคิดหลายชั้น เกรงว่าฝ่ายความมั่นคงจะตีความเป็นอย่างอื่น“ครูโรงเรียนเอกชนสอนศาสนารายนี้ ยอมรับว่า กิจกรรมชู 3 นิ้วของเด็กในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาจะไม่ชัดเจนพร้อมเพรียงเท่าโรงเรียนของรัฐ เพราะเมื่อเป็นโรงเรียนเอกชนสอนศาสนา จะทำอะไรต้องคิดหลายชั้น เกรงว่าฝ่ายความมั่นคงจะตีความเป็นอย่างอื่น ส่วนโรงเรียนรัฐบาล มีเด็กชู 3 นิ้วช่วงเคารพธงชาติ ทหารก็ไม่มองในมิติความมั่นคง เท่าที่ตรวจสอบกับเพื่อนครูโรงเรียนอื่น ทราบว่าโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาในพื้นที่ มีนักเรียนร่วมกิจกรรมหลายแห่ง แต่เน้นการผูกโบว์สีขาวมากกว่า ส่วนการชู 3 นิ้วจะทำกันแบบหลบๆ”(อ่านเพิ่มเติมใน https://www.isranews.org/article/south-news/south-slide/91292-fingers.html)
ปรากฎว่าหลังจากนั้นเพียงหนึ่งวันเริ่มมีโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาที่มีนักเรียนหลายพันคนบางโรงเรียนเริ่มแสดงสัญลักษณ์ชู 3 นิ้วหน้าแถว ปรากฎการณ์นี้สะท้อนอะไร ?
ผู้บริหารโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามท่านหนึ่งให้ทัศนะว่า “เมื่อหลายเดือนก่อนเกิดโควิด ฝ่ายปกครองยังหนักใจกับการเล่น Tik tok ของนักเรียนที่มีพฤติกรรมเต้นรำเลียนแบบดารา เอาเรื่องการแสดงของดารานักร้องมาใส่
มาตอนนี้ พลิกตำราแทบไม่ทัน เหมือนกับต้องไปเปิดตำรารัฐศาสตร์การเมืองการปกครองกันเลยทีเดียว ถึงจะตามกันรู้เรื่องขอฝากถึงนักเรียนว่า ให้เคารพความคิดเห็นที่แตกต่าง อย่าให้เป็นการแสดงออกที่นำไปสู่ความรุนแรง กล้าแสดงออกในสิ่งที่ถูกต้องด้วยเหตุผล และมองอะไรรอบด้าน เหมือนนกที่บินมองสรรพสิ่งจากท้องฟ้า และเข้าใจความสัมพันธ์ของปัญหาแต่ละเรื่องเชื่อมโยงกันอย่างไรบ้าง ให้เป็นจุดยืนของตัวเอง ไม่ใช่แค่ตามกระแส
ถ้าทำอย่างนั้นได้ แม้แต่ปัญหาความไม่สงบในบ้านเราที่เกิดมานานนับสิบปี ก็จะจบในรุ่นพวกเธอได้แน่นอน....อินชาอัลลอฮ”
(โปรดดู https://www.facebook.com/100001319075138/posts/3263934093660528/?extid=UFKWSXorTaW9l2ch&d=n)
เพื่อนผู้ออกแบบการจัดการศึกษาชายแดนภาคใต้คนหนึ่งของผู้เขียน ให้ทัศนะว่า “นายกรัฐมนตรีน่าจะดีใจกับการชู 3 นิ้วของเด็กๆ เพราะนี่คือความสำเร็จเดียวที่ชัดเจนจาก 12 ข้อในวิชาหน้าที่พลเมืองที่สั่งไว้ตั้งแต่เข้ามาบริหารประเทศ”เป็นที่ทราบกันว่า “นโยบายด้านการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมืองของคณะรักษาความสงบเรียหบร้อยแห่งชาติ (คสช.) ที่ส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนในชาติได้มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องประวัติศาสตร์ ความเป็นไทย รักชาติ ศาสนา และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ และเป็นพลเมืองดีในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีความปรองดองสมานฉันท์ เพื่อสันติสุขในสังคมไทยและกำหนดค่านิยมหลัก ๑๒ ประการ เพื่อสร้างคนไทยที่เข้มแข็งนำไปสู่การสร้างสรรค์ประเทศไทยให้เข้มแข็ง” จากนโยบายนี้ที่ปลูกฝังเด็กในโรงเรียนสะท้อนว่าเด็กกล้าแสดงออก รู้หน้าที่ความเป็นพลเมืองไทยแต่อาจจะให้คำนิยามต่างจากรัฐที่พยายามยัดเยียดในหลักสูตร เพราะสิ่งที่เขาเห็นผู้ใหญ่(ของรัฐ)ทำมันพิสูจน์เชิงประจักษ์ผ่านโลกโซเชี่ยลยุคใหม่ที่ไม่มีใครสามารถปิดกั้นรวมทั้งสามารถย้อนอดีตได้ดูทั้งคลิป ภาพและเสียง มันสวนทาง
อนึ่ง 16 สิงหาคม 2563 นักเรียนโรงเรียนศาสนาในอ.จะนะ(ปอเนาะ) กว่า 1,000 คนร่วมกันยื่นหนังสือเรื่องข้อกังวลเรื่องจะนะเมืองอุตสาหกรรมถึงนายกรัฐมนตรีผ่านนายอำเภอจะนะและ ศอ.บต. ที่ศาลาประชาคม อ.จะนะ จังหวัดสงขลา เรียกร้อง 6 ข้อ
1. ทบทวนโครงการเมืองต้นแบบจะนะที่ 4 โครงการอุตสาหกรรมจะนะเมืองแห่งอนาคต ที่มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2562 และ 21 มกราคม 2563 เนื่องจากเป็นมติที่อนุมัติโดยรัฐบาล คสช. ขาดข้อมูลทางวิชาการ ไม่ได้รับฟังเสียงของประชาชนที่รับผลกระทบจากโครงการมาก่อน 2.ไม่นำผลการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นประชาชน วันที่ 11 กรกฎาคม 2563 ที่ผ่านมา เพื่อเปลี่ยนแปลงผังเมือง เนื่องจากเวทีดังกล่าวมีข้อครหาถึงความโปร่งใสในการจัดเวที 3.เปิดพื้นที่กลางปลอดภัยการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งอย่างสันติวิธี 4.ไม่คุกคามผู้เห็นต่างจากรัฐ 5.ไม่นำอบายมุข มหรสพ เช่นดนตรีและอื่นๆ ที่ผิดหลักศาสนาเข้ามาในชุมชนมุสลิมจะนะ 6.เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนรวมทั้งผู้นำศาสนา ครูและนักเรียน ร่วมออกแบบตามหลักวิชาการและมาตรฐานสากล ทั้งต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ เพื่อพัฒนาจะนะสู่ชุมชนมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน
ส่วนวันที่ 19 สิงหาคม 2563 ได้มีตัวแทนนักศึกษา มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ออกมาแสดงออกทางการเมืองเชิงสัญลักษณ์ด้วยการชู3นิ้ว หน้าเสาธงของมหาวิทยาลัย จำนวน6คน เพื่อแสดงออกทางการเมืองและแสดงออกถึงการไม่เห็นด้วยกับการที่ทางมหาวิทยาลัยได้บังคับให้มีการเข้าแถวเคารพธงชาติ 8 โมงเช้าเนื่องจากนศ.จำนวนหนึ่งมีเรียนภาคบ่าย แต่ต้องมาเข้าแถวในช่วงเช้า ซึ่งไม่สอดคล้องกับความจริงเหมือนนักเรียนมัน

และที่สำคัญซึ่งตารางการเรียนในแต่ละสาขาวิชานั้นไม่ได้ตรงตามเวลา บางคณะเรียนในช่วงตอนเช้า บางสาขาเรียนในช่วงบ่าย แต่ต้องเดินทางมามหาวิทยาลัยช่วงเช้าเพื่อมาเคารพธงชาติพร้อมกันเหมือนสมัยตอนเรียนมัธยม ซึ่งทางนักศึกษาคิดว่าการบังคับให้มีการเข้าแถวโดยที่ตัวนักศึกษาไม่เห็นด้วยกับการบังคับเช่นนี้คือการละเมิดสิทธิ์ของนักศึกษา

ด้านแหล่งข่าวเปิดเผยว่า ภายหลังจากมีการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ด้วยการชู3นิ้วของนักศึกษาได้มีตำรวจในพื้นที่เดินทางมาสอบถามข้อมูลจากอาจารย์โดยสอบถามถึงรายชื่อของนักศึกษาทั้ง6คน
แต่ทางมหาวิทยาลัยไม่ได้ให้ข้อมูลแต่อย่างใด

ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พูดก่อนเดินทางกลับออกไปจากมหาวิทยาลัยว่า “การชู3นิ้วของนักศึกษามันหมายถึงอะไร , ทำไมต้องแสดงออกด้วย

อะไรคือทางออกสำหรับโรงเรียนเอกชนสอนศาสนา
นายดุลยรัตน์ บูยูโส๊ะ ประธานชมรมโรงเรียนเอกชนเขตพื้นที่พิเศษ จังหวัดสงขลา ให้ทัศนะว่า “ การชู 3 นิ้ว ในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม สามารถสื่ออะไรได้หลายมิติ เช่น มิติแนวคิดตามระบบประชาธิปไตยที่ให้อำนาจทุกคนมีสิทธิในการแสดงออกทางสังคมเท่าเทียมกัน หรือแม้กระทั่งจะสื่อสารในสภาวการณ์ด้านมิติความมั่นคงที่คนในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้โดนคุกคามด้านเสรีภาพมากกว่าพื้นที่อื่นของประเทศ สิ่งเหล่านี้อาจจะส่งผลให้เด็กนักเรียนส่งสัญญานสะท้อนให้ผู้ใหญ่ได้รับทราบผ่านสัญลักษณ์การชู 3 นิ้วก็เป็นได้
ข้อควรระวังในการแสดงสัญลักษณ์คือการที่พื้นที่จังหวัดชายแดนใต้มีระเบียบกฎหมายที่ไม่เหมือนพื้นที่ทั่วๆไป ทุกอย่างมีความพิเศษโดยเฉพาะอย่างยิ่งคือหน่วยงานทางการศึกษาที่กำกับดูแลอยู่จะมีหน่วยงานความมั่นคงเข้ามากำกับ เข้ามาสั่งการ หรือแม้กระทั่งเข้ามาตรวจสอบอีกหน่วยงาน (พิเศษจริงๆ)
ในทรรศนะผมไม่คัดค้านการกระทำของนักเรียนถ้าเกิดจากความรู้สึกจริงจากใจของตัวเอง ปราศจากการชี้นำเชิญชวนหรือพฤติกรรมเลียนแบบตามกระแส แต่สิ่งที่นักเรียนควรระวังคือพฤติกรรมที่ไ่ม่เหมาะสมเพราะอาจจะส่งผลให้สังคมมองอิสลามในทางไม่ดีทั้งๆทีหลักเอียะซานในอิสลามเน้นย้ำเรื่องมารยาทอย่างจริงจัง
ทำไมสีธงชาติไทยถึงมีสีละสองแถบ?
สีแดงคือชาติ หมายชาติพันธุ์ ซึ่งไทยเราประกอบด้วยชาติพันธุ์จำนวนมากกว่า 70 ชาติพันธุ์
สีขาวคือศาสนา ไทยมีสิทธิ เสรีภาพในการนับถือศาสนา จนทำให้มีหลายๆความเชื่อในดินแดนแห่งนี้และมีอิสระในการประกอบพิธีกรรมตามความเชื่อของตัวเอง(โดยหลักการ)
สีน้ำเงิน เป็นแถบสี 2 แถบที่วางชิดติดกันจนเป็นเนื้อเดียว หมายถึงสถาบันพระมหากษัติย์ อยู่ตำแหน่งกลางหมายถึงศูนย์รวมใจของคนไทยทั้งชาติ ซึ่งยังมี 2 แถบเหมือนกับสีอื่น แสดงได้ว่าแม้กระทั่งสถาบันสูงสุดก็รู้ว่าประชาชนรักสถาบันได้หลากหลายไม่ใช่คิดไม่เหมือนกลุ่มครองอำนาจคือคนไม่รักสถาบันเพราะจริงๆแล้วเค้าอาจไม่รักผู้ถืออำนาจอย่างเดียว การที่ออกมาระบุคนคิดต่างว่าชังชาติ ล้มสถาบันนั้นเจตนาเพื่อตัวเองหรือเป็นการปกป้องสถาบันจริงๆหรือ ข้อนี้ฝากให้คิด
ผมรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ครับ ตามแบบแนวคิดของผมและส่งเสริมให้เด็กรุ่นใหม่คิดเป็น วิเคราะห์เป็น แสดงออกเป็นตามแนวหลักการศาสนาอิสลามเป็นหลัก “
สำหรับผู้เขียนแล้วมองว่า “ในสถานการณ์ที่นักเรียนออกมาเคลื่อนไหว ในยุคโลกโซเชี่ยลไร้พรมแดน ซึ่งกำลังป้องกันยากและวันหนึ่งอาจเป็นเด็กเรา ตามทัศนะคิดว่าในวิชาสังคมกับศาสนาจะออกแบบอย่างไร ที่ครู ผู้บริหาร และนักเรียนร่วมกันหาทางออกอย่างมีอารยะสายกลาง ตามหลักศาสนา และหาทางออกร่วม กัน กลัวว่า เมื่อเกิด โดยเราไม่สามารถปิดกันอาจจะบานปลายในโลกโซเชี่ยลไร้พรมแดน บลาๆ ดังนั้นการเปิดพื้นพื้นทางการเมืองปลอดภัย อย่างมีอารยะภายใต้หลักวิชาการร่วมแลกเปลี่ยน ออกแบบ การจัดการเรียนรู้ นี่คือความท้าทายช่วงเปลี่ยนผ่าน การชูสามนิ้วเป็นแค่สัญลักษณ์หนึ่งของปัญหาใต้พรม ที่ปัญหาอื่นๆอีกไม่ว่าความเลื่อมล้ำการจัดการศึกษา ดังนั้นสำหรับคนทำการศึกษาต้องมองลึกกว่านั้นและฟังอย่างลึกซึ้งในข้อเสนอนักเรียนซึ่งสอดคล้องกับหนังสือด่วนกระทรวงศึกษาธิการให้ฟังเด็ก”
หมายเหตุ
คู่มือจัดการเรียนรู้หน้าที่พลเมืองมุสลิมไทย
https://deepsouthwatch.org/th/node/8595

โดย shukur

 

กลับไปที่ www.oknation.net