วันที่ จันทร์ สิงหาคม 2563

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เหนื่อยง่าย ใจสั่น...ทำอย่างไรดีหรือ?


เหนื่อยง่าย ใจสั่น...ทำอย่างไรดีหรือ?

 

 

หมู่่นี้ ไม่รู้เป็นอะไร ผู้เขียนเองรู้สึกตัวว่า เหนื่อยง่าย
และเหนื่อยมากกว่าแต่ก่อนมาก ได้ไปตรวจโรคหัวใจ
ไทรอยด์ เพื่อหาสาเหตุเหนื่อย ที่ รพ. หลายครั้ง
หมอก็ยังยืนยันว่า เป็นปกติดี

 

คิดสันนิษฐานไปว่า ระยะนี้อาจนอนน้อยไปหน่อย
และไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย แต่ผู้เขียนก็ทำความสะอาด
บ้านเป็นประจำ ปลูกต้นไม้ และดูแลต้นไม้ทุกเช้า รวมทั้ง
ให้อาหารแมวที่เลี้ยงไว้ และนอนพักผ่อนในช่วงบ่ายบ้าง
ก็ยังหาสาเหตุของการเหนื่อยมากในระยะนี้ ก็ยังไม่พบ

 

พอดีพบบทความเก่าสั้นๆ บทความหนึ่ง ชื่อบทความ
"เหนื่อยง่ายใจสั่น" ในหนังสืออนุสรณ์งานฌาปนกิจศพ
คุณพ่อเฮง สิโตทัย เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2539 อ่านแล้ว
ได้ความรู้ดีเกี่ยวกับเรื่องเหนื่อย และจะเป็นประโยชน์ด้วย
ถ้าเผยแพร่ให้ผู้อ่านผู้สนใจได้ทราบด้วย จึงขออนุญาต
นำมาเผยแพร่ต่อ โดยไม่ได้ตัดทอน

 


เหนื่อยง่ายใจสั่น

 

โรคเหนื่อยง่ายใจสั่นนี้ คงจะเป็นโรคฮิตอีกโรคหนึ่งในเมืองไทย
เพราะได้ยินคนบ่นว่า มีอาการแบบนี้บ่อยเหลือเกิน ไม่ว่าจะ
เป็นคนเฒ่าคนแก่ หรือแม้แต่หนุ่มๆ สาวๆ เองก็ตาม บางราย
ไม่เฉพาะเหนื่อยง่ายใจสั่นเท่านั้น แถมมีอาการหายใจไม่อิ่ม,
หงุดหงิดง่าย, เวียนศีรษะ ฯลฯ พ่วงเข้ามาอีกด้วย

 

อาการต่างๆ ที่กล่าวมานี้ ค่อนข้างจะเป็นอาการพื้นฐานของ
หลายๆ โรค มีสาเหตุต่างๆ ได้หลายสาเหตุ แต่ที่พบบ่อยที่สุด
และสามารถรักษาได้ง่ายที่สุดก็คือ สาเหตุมาจากการ "ขาด
การออกกำลังกาย" นั่นเอง ซึ่งสาเหตุนี้ เรานึกถึงกันน้อยที่สุด

 

เพราะเวลาเกิดอาการเหล่านั้น เรามักจะนึกถึงโรคร้ายๆ เช่น
โรคหัวใจ, ความดันเลือดสูง, ปอดอักเสบ เป็นต้น ทำให้หวาด
วิตกไปโดยใช่เหตุ เที่ยวไปหาหยูกหายามารักษา แต่อาการก็
ไม่ทุเลาสักที

 

โรคเหนื่อยง่ายใจสั่นนี้ มักจะพบในผู้ที่ทำงานที่ไม่ได้ใช้แรงมาก
เช่น ทำงานนั่งโต๊ะ, ทำบัญชี, ครู, ช่างเสริมสวย, ช่างตัดเสื้อ
เป็นต้น เพราะการที่ร่างกายไม่ได้ใช้แรงงานอย่างเพียงพอ
จะทำให้ร่างกายเฉื่อยชา ระบบการสูบฉีดเลือดไหลเวียนเชื่องช้า
ไม่ค่อยมีแรงสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกาย

 

เมื่อร่างกายมีการเปลี่ยนอิริยาบถ เช่น จากนอนมาเป็นนั่ง

นั่งมาเป็นยืน หัวใจก็จะสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงสมองไม่ทัน ทำให้

หน้ามืดวิงเวียนได้บ่อย

 

ระบบอื่นๆ ในร่างกายก็เช่นกัน จะทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ
ทำให้ร่างกายไม่สดชื่น เหนื่อยง่าย หงุดหงิด

 

การที่ร่างกายอ่อนแอที่จุดใดจุดหนึ่ง จะโยงไปยังจุดอื่นๆ ทั่ว
ร่างกาย ทำให้ร่างกายทั้งหมดอ่อนแอ กลายเป็นคนขี้โรค

 


ฉะนั้น การออกกำลังกาย เพื่อให้ร่างกายมีความกระฉับกระเฉง
จะช่วยรักษาอาการเหล่านี้ได้หมด เพราะช่วยให้ระบบกล้ามเนื้อ
แข็งแรงขึ้น, ระบบไหลเวียนเลือดดีขึ้น, ระบบหายใจมี
ประสิทธิภาพ และระบบอื่นๆ ทุกระบบ พลอยดีขึ้นด้วย ร่างกาย
จึงสดชื่นและมีภูมิต้านทานโรคสูง

 

แต่การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพนี้ จะต้องกระทำอย่างต่อเนื่อง
สม่ำเสมอ อาจทำวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น ด้วยวิธีง่ายๆ เช่น
เดินเร็ว, กระโดดเชือก, วิ่ง หรือเล่นกีฬาอะไรก็ได้ ให้เหงื่อออก
จึงจะได้ผลดี ทำไประยะหนึ่ง อาการเหนื่อยง่ายใจสั่น หายใจขัด
เหล่านี้ จะค่อยๆ หายไปในที่สุด ไม่ต้องเสียเงินค่ายาแม้แต่บาท
เดียว

 

วิธีแก้โรคชนิดนี้ไม่มีผลเสีย มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างเห็น
ได้ชัด แต่ถ้าลองทำดูแล้ว อาการไม่ดีขึ้น หรือกลับแย่ลงไป
กว่าเดิม อย่ามัวใจเย็น ต้องรีบไปให้แพทย์รักษาเสียโดยดี
เพราะอาการเหนื่อยง่ายใจสั่นของคุณ อาจไม่ใช่มาจากสาเหตุ
ขาดการออกกำลังกายก็เป็นได้

 


***
ที่มา :
บทความ "เหนื่อยง่ายใจสั่น" ในหนังสือ "ยืดเส้นสายคลาย
สารพัดโรค" โดย มานพ ประภาษานนท์
จัดพิมพ์/เผยแพร่โดย สำนักพิมพ์หมอชาวบ้าน
อนุสรณ์ในงานฌาปนกิจศพ คุณพ่อเฮง สิโตทัย
2 มิถุนายน 2539


ขอขอบคุณ

 

 

โดย สุรศักดิ์

 

กลับไปที่ www.oknation.net