วันที่ จันทร์ กันยายน 2563

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ช่วยกันดูแลและส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพผู้สูงอายุกันเถิดครับ


ช่วยกันดูแลและส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพผู้สูงอายุกันเถิดครับ

เป็นลักษณะเฉพาะตัวของผู้เขียนที่ทำงานหรือช่วยงานที่ไหนแล้ว นอกจากทำงานให้อย่างดีที่สุดแล้ว ยังชอบหาความรู้เกี่ยวกับหน่วยงานนั้นให้มากขึ้น ทั้งจากเอกสารและการสัมผัสหลายสิ่งหลายอย่างจากการฟังและจากการเห็นด้วยตา 

ผู้เขียนเคยเป็นผู้ทรงคุณวุฒิใน อ.ก.พ. ทั้ง อ.ก.พ. กระทรวงและ อ.ก.พ. กรมอยู่หลายแห่ง ปัจจุบันเหลืออยู่แห่งเดียวแล้ว คือ อ.ก.พ. กรมกิจการผู้สูงอายุ ซึ่งเป็น อ.ก.พ. กรมนี้มาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๖๐ จนถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นวาระที่ ๒ แล้ว

นอกจากได้ศึกษาบทบาทหน้าที่ของกรมและรับฟังรายงานผลงาน ปัญหาอุปสรรคต่างๆ จากห้องประชุมแล้ว ยังได้มีโอกาสไปศึกษาดูงานศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุในจังหวัดต่างๆ อีกด้วย

เพราะกรมกิจการผู้สูงอายุมีศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุอยู่ถึง ๑๒ แห่ง คือ บ้านบางแค  บ้านบางละมุง บ้านธรรมปกรณ์ (เชียงใหม่) บ้านทักษิณ จังหวัดยะลา วาสนะเวศม์ (อยุธยา) ภูเก็ต ขอนแก่น บ้านบุรีรัมย์ นครพนม ลำปาง สงขลา และปทุมธานี

ศูนย์เหล่านี้มีหน้าที่ในการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพ การจัดสวัสดิการและการคุ้มครองพิทักษ์สิทธิผู้สูงอายุ รวมทั้งการพัฒนารูปแบบงานด้านสวัสดิการสังคม ให้ครอบคลุมและตอบสนองต่อสภาพการณ์ทางสังคม กระแสการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตและเสริมสร้างความมั่นคงในการดำรงชีวิตของผู้สูงอายุ

ผู้เขียนได้เขียนบทความเกี่ยวกับผู้สูงอายุอยู่บ่อยครั้ง ทั้งนี้ ได้ย้ำอยู่เสมอว่าประเทศไทยได้เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๔๘ และตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๖๔ คือปีหน้านี้แล้วก็จะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ เพราะมีประชากรสูงอายุ ๒๐% ของประชากรทั้งประเทศ ดังนั้น จึงต้องดูแลและให้ความสำคัญผู้สูงอายุเป็นพิเศษ

ผู้เขียนเคยไปเยี่ยมเยียนและชมกิจการศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุมาแล้ว ๓ ครั้ง ครั้งแรกเมื่อ ๒๕๖๐ คุณสมคิด สมศรี อดีตอธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ ผู้ล่วงลับไปแล้ว ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่นำผู้เขียนและ อ.ก.พ. ผู้ทรงคุณวุฒิ อีก ๒ ท่านไปดูงานที่ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุจังหวัดนครพนม

 

ครั้งที่สอง เมื่อเดือนมิถุนายน ๒๕๖๒ คุณไพรวรรณ พลวัน อดีตอธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ ได้มอบหมายให้ผู้เขียนไปเป็นประธานในการเปิดงาน “ตลาดภูมิปัญญา ส่งเสริมการเรียนรู้ รักษาวิถีชุมชน” ณ ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุ จังหวัดสงขลา เสียดายที่ไม่มีเวลาพอเดินชมกิจการของศูนย์

 

เมื่อเดือนมกราคมปีนี้เอง ผู้เขียนได้นำคุณสายพิณ ภรรยาไปท่องเที่ยวจังหวัดบุรีรัมย์ และก็ได้แวะไปเยี่ยมเยียนผู้สูงอายุที่นั่น พร้อมทั้งให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุบ้านบุรีรัมย์ด้วย

 

เห็นการทำงานของเจ้าหน้าที่ของศูนย์ที่นครพนมและบุรีรัมย์แล้ว เห็นใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะทำงานทุกวันๆ ละ ๒๔ ชั่วโมง ไม่มีล่วงเวลา ท่านใดเป็นผู้สูงอายุแล้วคงเข้าใจในสถานะของผู้สูงอายุ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้สูงอายุประเภทติดเตียง

ดังนั้น เมื่อได้เดินทางไปจังหวัดภูเก็ตเพื่อร่วมในโครงการฝึกอบรมการเรียนรู้ตามรอยพระยุคลบาทซึ่งจัดโดยมูลนิธิประเทศไทยใสสะอาดและวิทยาลัยอาชีวศึกษาภูเก็ต เมื่อวันที่ ๒ กันยายน ที่ผ่านมา จึงได้ใช้โอกาสนี้ไปแวะเยี่ยมเยียน

การเยี่ยมเยียนทำไม่ยาก เพราะศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุภูเก็ตตั้งอยู่ที่ตำบลป่าคลอก อำเภอถลาง ซึ่งเป็นทางผ่านจากสนามบินไปในเมืองภูเก็ตได้ ประกอบกับพอมีเวลาเพราะไม่ได้ใช้เวลามากมายนัก การเยี่ยมเยียนทั้งผู้สูงอายุและเจ้าหน้าที่ก็เป็นการช่วยให้กำลังใจผู้สูงอายุ

ถนนที่เดินทางไปศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุภูเก็ตนั้น ยังไม่แล้วเสร็จครับ หากเสร็จเรียบร้อยแล้วการเดินทางไปที่ศูนย์ฯ คงสะดวกสบายมากกว่านี้


ผู้เขียนได้นำน้ำยาฆ่าเชื้อและขจัดกลิ่น “เบสคอน พี-เอ” และของใช้บางอย่างไปมอบให้ด้วย ไม่อาจนำไปให้จำนวนมากดังใจหวัง ทั้งนี้ เพราะเดินทางด้วยเครื่องบินได้น้ำหนักไม่เกิน ๒๐ กิโลกรัม

 

ได้พูดคุยกับคุณกอบกุล กวั่งซ้วน ผอ. ศูนย์ฯ และเจ้าหน้าที่ รวมทั้งได้เดินชมศูนย์ด้วย ทราบว่าศูนย์นี้เดิมชื่อสถานสงเคราะห์คนชราบ้านภูเก็ต ตั้งขึ้นเพื่อให้ความอุปการะเลี้ยงดูคนชราที่ประสบความเดือดร้อน  

 

ต่อมาสถานสงเคราะห์นี้ได้ปรับบทบาทจากหน่วยงานปฏิบัติการดูแลผู้สูงอายุในสถานสงเคราะห์ เป็นงานส่งเสริม สนับสนุน การดำเนินงานด้านการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุทั้งในชุมชนและสังคม  และได้เปลี่ยนชื่อเป็น “ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุภูเก็ต”   

ภารกิจของศูนย์ก็เป็นเช่นเดียวกับศูนย์ต่างๆ ดังที่ได้กล่าวแล้ว โดยนอกจากรับผิดชอบผู้สูงอายุในจังหวัดภุเก็ตแล้ว ยังรับผิดชอบในจังหวัดชุมพร พังงา ระนอง และกระบี่ด้วย

ผู้สูงอายุที่ประสงค์เข้าใช้บริการในศูนย์ฯ โดยมีคุณสมบัติ หลายๆ อย่าง เช่น มีอายุเกิน ๖๐ ปีบริบูรณ์ขึ้นไป สัญชาติไทย ไม่เป็นผู้ต้องหาว่ากระทำผิดอาญา และอยู่ระหว่างการสอบสวนของพนักงานสอบสวน หรืออยู่ระหว่างการพิจารณาคดีของศาล ไม่เป็นโรคติดต่อ 

รวมทั้งต้องสมัครใจ สามารถช่วยเหลือตนเองได้ในชีวิตประจำวัน ไม่มีอาการทางจิตที่รุนแรง หรือพฤติกรรมด้านลบที่จะส่งผลกระทบต่อผู้อื่น และไม่ติดสารเสพติด หรือติดสุรา

ส่วนผู้สูงอายุที่มีความประสงค์เข้าอยู่ในศูนย์ฯ นอกจากต้องมีคุณสมบัติข้างต้นแล้ว ยังต้องเป็นผู้ประสบปัญหาความเดือดร้อนอย่างใดอย่างหนึ่ง คือมีฐานะยากจน ไม่มีที่อยู่อาศัย ขาดผู้อุปการะ หรือผู้ให้ความช่วยเหลือดูแล

 

ปัจจุบัน มีผู้สูงอายุที่อยู่ในศูนย์ฯ รวม ๖๙ คน เป็นชาย ๓๔ คน และเป็นหญิง ๓๕ คน เป็นประเภท A (กลุ่มที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง มีศักยภาพในการช่วยเหลือตนเองได้ดี และสามารถช่วยดูแลผู้สูงอายุคนอื่นได้) จำนวน ๑๓ คน

ประเภท B (กลุ่มผู้สูงอายุ ที่ยังพอสามารถช่วยเหลือตนเองได้ในกิจวัตรประจำวัน แต่ยังคงต้องการดูแลและการพึ่งพิงบ้างในบางเรื่อง) ๓๐ คน  และประเภท C (กลุ่มผู้สูงอายุ ที่ติดเตียง ไม่สามารถเคลื่อนย้ายตัวเองได้ หรือได้บ้าง ) ๒๖ คน  และจำนวนผู้สูงอายุรอรับบริการ ๑๑ คน

ได้มีโอกาสได้พูดคุย (ฝ่ายเดียว) กับผู้สูงอายุประเภท A ที่คอยต้อนรับจำนวนหนึ่ง เดินชมและคุยกับ ผู้สูงอายุประเภท B และเดินไปชมผู้สูงอายุประเภทติดเตียงด้วย

 

พบว่าทุกคนอยู่กันอย่างมีความสุข อาหารการกินก็อร่อย เจ้าหน้าที่ก็ดูแลเอาใจใส่ดี ไม่ทราบว่าพูดเอาใจเจ้าหน้าที่ที่ตามไปด้วยหรือไม่ แต่คิดว่าคงไม่ใช่เพราะพุดจายิ้มแย้มแจ่มใส ก็ดีใจด้วยครับ

 

แต่ก็มีจำนวนหนึ่งซึ่งผู้เขียนว่าจิตใจคงมีความรู้สึกไม่ดีนัก คิดถึงอกเขาอกเราครับเพราะความคิดถึงลูกหลาน ที่สำคัญคือบางคนลูกหลานทิ้ง ไม่เคยย่างกรายไปเยี่ยมเยียนเลยครับ ผู้เขียนมีความเชื่อเรื่องกรรม ลูกหลานคนไหนทำกับพ่อแม่ปู่ย่าตายาย แก่เฒ่าลงเมื่อใดก็คงได้รับกรรมกันบ้างหรอกครับ

การจัดสวัสดิการสำหรับผู้สูงอายุในศูนย์ฯ ก็จัดให้ทุกด้านครับ ไม่ว่าด้านปัจจัย ๔ ด้านสังคม โดยการทำกิจกรรมร่วมกัน ด้านสุขภาพ ด้านเศรษฐกิจ โดยส่งเสริมการจัดทำผลิตภัณฑ์ของผู้สูงอายุในศูนย์ฯ และด้านสภาพแวดล้อม

การจัดสภาพแวดล้อมภายในศูนย์ฯ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุในการอยู่อาศัยของผู้สูงอายุที่ใช้บริการ เพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างสะดวกและปลอดภัย

ผู้เขียนเห็นว่าสิ่งที่ดีที่สุดของศูนย์นี้คือการตั้งอยู่ติดกับทะเล อากาศดีมากครับ

 

ฝากท่านผู้อ่านด้วย หากไปเยี่ยมเยียนผู้สูงอายุ เพื่อให้กำลังใจทั้งผู้สูงอายุและเจ้าหน้าที่ หรือประสานติดต่อขอเข้าร่วมทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่น จองเลี้ยงอาหารแก่ผู้สูงอายุ หรืออาจติดต่อขอบริจาคเงิน/สิ่งของ เพื่อประโยชน์แก่ผู้สูงอายุ ได้ทุกวันนะครับ

ติดต่อศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุภูเก็ต ได้ที่ ๑๓๒ หมู่ ๒ ตำบลป่าคลอก อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ๘๓๑๑๐ โทร. ๐๗๖ ๕๒๙ ๖๙๙-๗๐๐ โทรสาร ๐๗๖ ๕๒๙ ๕๔๖

ช่วยกันเถิดครับ วันหนึ่งพวกเราทุกคนก็เป็นผู้สูงอายุเช่นเดียวกันครับ

พุธทรัพย์ มณีศรี

 

โดย พุธทรัพย์

 

กลับไปที่ www.oknation.net