วันที่ เสาร์ กันยายน 2563

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ตอนที่ ๑ แค่แตะภูเก็ต : หลากหลายรส หลายเหตุการณ์ที่ภูเก็ต


ตอนที่ ๑ แค่แตะภูเก็ต : หลากหลายรส หลายเหตุการณ์ที่ภูเก็ต

ผู้เขียนเคยไปเข้าร่วมการอบรมโครงการเรียนรู้ตามรอยพระยุคลบาทสำหรับข้าราชการที่สำนักงาน ก.พ. จัดขึ้นสมัยที่ยังรับราชการนานหลายปีมาแล้วครับ

เมื่อมูลนิธิประเทศไทยใสสะอาดได้จัดการอบรมโครงการเรียนรู้ตามรอยพระยุคลบาทสำหรับนักเรียนนักศึกษา ในฐานะที่เป็นกรรมการมูลนิธิฯ ก็ได้ไปสังเกตการณ์บ้างตามเวลาที่พอไปได้ 

มูลนิธิฯ จัดโครงการนี้หลายครั้งแล้วครับ ทั้งสำหรับนักเรียนมัธยมศึกษา นักเรียนนักศึกษาอาชีวศึกษา นักเรียนนักศึกษาเทคนิค และนักเรียนการศึกษานอกโรงเรียน แต่ผู้เขียนได้ไปสังเกตการณ์เพียงครั้งแรกและครั้งเดียวที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ครั้งนั้นเป็นการอบรมสำหรับนักเรียนมัธยมศึกษา

แต่ในครั้งนี้ได้จัดสำหรับนักเรียนนักศึกษาอาชีวศึกษาที่จังหวัดภูเก็ต จึงได้ตามไปสังเกตุการณ์อีกครั้งหนึ่ง ถือโอกาสไปเยือนภูเก็ตด้วย หลังจากที่ไม่ได้ไปภูเก็ตมานานกว่า ๒๐ ปี

ข้อเขียนในครั้งนี้ นอกจากกล่าวถึงกิจกรรมที่ได้ดำเนินการตามโครงการแล้ว ยังได้เขียนถึงสิ่งที่ผู้เขียนได้ประสบพบเห็น รวมทั้งอาหารการกินด้วย ขอเขียนรวมๆ เป็นเรื่องเล่าในการเดินทาง ถือโอกาสไปสัมผัสภูเก็ตในสภาวะปัจจุบันกันด้วยนะครับ

ไม่ได้ไปสนามบินดอนเมืองเสียนาน เพราะการแพร่ระบาดของโควิด-19 นั่นแหละครับ ดอนเมืองวันนั้นก็คงเหมือนสนามบินอื่นๆ คือไม่คับคั่งและไม่วุ่นวายเหมือนสมัยก่อน ร้านอาหารบางร้านยังไม่มีใครเข้าไปใช้บริการ ช่วยปลอบใจให้ว่าเพราะยังไม่ถึงเวลาอาหารกลางวัน

 

ก็คงต้องพยายามสู้กันต่อไปในทุกๆ ทางครับ ที่ไหนก็เป็นเช่นนี้ทั่วโลก เจ้าโควิด-19 ไม่เลือกผิวสี เชื้อชาติและศาสนาเสียด้วยซิครับ เว้นแต่ที่นครศรีธรรมราชตอนนี้นะครับ “ไอ้ไข่” ได้ช่วยทำให้ธุรกิจของจังหวัดกระเตื้องขึ้นจนทำให้คนจังหวัดอื่นอิจฉา หวังว่าจังหวัดอื่นคงหาสิ่งดึงดูดใจนักท่องเที่ยวบ้าง

เที่ยวบินที่ไปไม่ค่อยมีผู้โดยสารมากนัก ที่นั่งว่างมากกว่าผู้โดยสาร แต่ตอนกลับกรุงเทพมหานคร มีผู้โดยสารมากพอสมควร คงกลับจากการเดินทางไปท่องเที่ยวเพราะหยุดยาว

 

ตลอดการเดินทางท้องฟ้าใสดีครับ อดถ่ายภาพท้องฟ้าไม่ได้ นานๆ ได้ชมเมฆที่อยู่ต่ำกว่าเราครับ


เมื่อถึงภูเก็ตครับ นึกว่าปลอดฝน แต่เมื่อใกล้ถึงสนามบิน เจอฝนนิดหน่อย ถึงสนามบินฝนหายแล้ว

 

วันนั้นเครื่องบินถึงก่อนเวลาตั้ง ๒๕ นาที ไม่ใช่อะไรหรอกครับ ออกก่อนเวลานิดหน่อย แต่ต้องนั่งรอวิทยากรอีกท่านหนึ่งซึ่งต่อเครื่องมาจากต่างจังหวัด เมื่อครบคนรถของวิทยาลัยเทคนิคภูเก็ตซึ่งมูลนิธิฯ เคยจัดโครงการเรียนรู้ตามรอยพระยุคลบาทมาก่อน ก็นำคณะออกเดินทาง

ได้ขออนุญาตคณะไว้ก่อนแล้วว่าขอแวะเยี่ยมเยียนผู้สูงอายุและเจ้าหน้าที่ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุภูเก็ตก่อน และได้เขียนบทความไปแล้ว สนใจโปรดอ่านรายละเอียดได้ที่   http://oknation.nationtv.tv/blog/puthsup-govservice/2020/09/07/entry-1

เคยไปชมพระอาทิตย์ตกน้ำที่แหลมพรหมเทพแล้วครับ เห็นตอนตกแล้วได้ความรู้สึกถึงความร้อนเจอน้ำ แต่ก็อยากไปชมอีก


วันนั้นผิดหวังเพราะเมฆบดบัง แถมมีฝนปรอยๆ อีกต่างหาก จึงไม่ได้เห็นพระอาทิตย์ตกน้ำ แต่ธรรมชาติก็มีให้ชมครับ หาดแรกที่เห็นในภาพคือหาดในหาน เป็นหาดเล็กๆ ที่สวยงาม

 

อาหารค่ำนี้ ผอ. อดิศักดิ์ ชัชเวช ผอ. วิทยาลัยเทคนิคภูเก็ต ลูกศิษย์ ดร. สมโภชน์ นพคุณ กรรมการมูลนิธิฯ เจ้าของโครงการเรียนรู้ตามรอยพระยุคลบาทสำหรับนักเรียนนักศึกษา เลี้ยงต้อนรับที่ครัวกันเอง ๒

 

อาหารเยอะมาก เริ่มต้นด้วยน้ำพริกกุ้งเสียบ หญ้าฉ่องชุบแป้งทอด ปลาดิบ ลูกชิ้นปลา ปลากระพงเหลือง ยำตะไคร้กับปลาเล็กปลาน้อย หมูน้ำปลาทอด กุ้งอบวุ้นเส้น กุ้งมังกร (ตัวใหญ่ไหมครับ) ปลาหมึกทอด ห่อหมก ตบท้ายด้วยหัวกุ้งมังกรต้มขิง ขอโชว์ภาพกุ้งมังกรภาพเดียวครับ 

 

มีอาหารที่ผู้เขียนไม่เคยกินตั้งหลายอย่าง การกินริมทะเล ได้ทั้งบรรยากาศและได้ความอร่อยทั้งนั้น กินทุกอย่างครับ แต่อย่างละเล็กละน้อย ขอบคุณท่าน ผอ. อดิศักดิ์ ชัชเวช อีกครั้งหนึ่งครับ


แล้วก็เดินทางถึงวิทยาลัยอาชีวศึกษาภูเก็ต พักที่อาชีวศึกษาเพล (Edotel) ซึ่งเป็นโรงแรมของวิทยาลัย สมัยภูเก็ตเฟื่องฟูไม่กล้าไปเที่ยวเพราะทราบว่าโรงแรมในภูเก็ตไม่ค่อยให้การต้อนรับคนไทยเท่าไรนัก จริงเท็จแค่ไหนไม่ทราบ แต่คนภูเก็ตก็พูดเช่นนั้น ครั้งต่อไปผู้เขียนไปเที่ยวที่ภูเก็ตได้สบายแล้วครับ

อาชีวศึกษาเพลส มีทุกสิ่งทุกอย่างเหมือนโรงแรม สะอาดและสบาย แต่ราคาซิครับ ไม่อยากเชื่อเพราะค่าที่พักคืนละ ๕๐๐ บาท เท่านั้น ส่วนห้องวีไอพีซึ่งมีเพียง ๓ ห้อง คืนละ ๘๐๐ บาท เสียอย่างเดียวไม่มีลิฟท์บริการ ต้องเดินขึ้นบันไดถึงชั้นสาม แต่ไม่ต้องห่วงนะครับ มีนักศึกษาฝึกงานยกกระเป๋าให้ครับ

 

พรรคพวกเพื่อนฝูงของผู้เขียนทราบข่าวนี้แล้ว อาชีวศึกษาเพลส คงต้องเตรียมตัวไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยวที่เข้าพักแล้วละครับ ถูกและดีแบบนี้มีที่ไหนละครับ โดยเฉพาะในภูเก็ต

นอกจากมีห้องพักรวม ๑๕ ห้อง ไว้บริการแล้ว ยังมีห้องประชุมไตรตรัง รองรับได้ ๒๐ คน และห้องประชุมราไวย์ รองรับได้ ๒๐๐ คน ไว้บริการด้วย ราคาต่อวัน ๔,๐๐๐ บาท และ ๖,๐๐๐ บาท ตามลำดับ

ตอนเช้ามีอาหารแบบบุฟเฟ่ต์ซึ่งอยู่ชั้นล่างไว้บริการด้วย แต่ผู้เขียนไม่ได้กินที่นั่นครับ เพราะไปกินที่รับรองพิเศษ อ้อ นักท่องเที่ยวทราบข่าวนี้คงไปท่องเที่ยวที่ภูเก็ตกันมากขึ้น โดยไม่ต้องง้อโรงแรมใหญ่ๆ แล้วละครับ สนใจติดต่อจองห้องพักที่ โทร. ๐๘๑ ๘๙๒ ๔๕๐๖ หรือไลน์ : simkhankow

ตื่นเช้าขึ้นมา อาบน้ำแต่งตัวแล้วก็เดินชมวิทยาลัยอาชีวศึกษาภูเก็ต คณะครูยืนรอรับนักศึกษาที่ประตูทางเข้า นักศึกษาเข้ามาสวัสดีแล้วผ่านการวัดอุณหภูมิ ลงชื่อเข้าวิทยาลัย ตามหลักการควบคุมโควิด-19 อย่างเคร่งครัด

 

เดินชมบริเวณวิทยาลัย สายตาเหลือบเห็นอาคารวิจิตร ณ ระนอง ซึ่งทราบในภายหลังว่าคุณวิจิตร ณ ระนอง  ได้มอบที่ดินให้ พร้อมสร้างอาคารมอบให้วิทยาลัยด้วย

 

ดีใจที่เห็นชื่อและน้ำใจของคุณวิจิตร เพราะเป็นศิษย์เก่าของ University of Souththern California ด้วยกัน และเคยอยู่ที่ Los Angeles ด้วยกันเกือบ ๒ ปี แต่ไม่เคยพบกันนานแล้ว

ไปที่ห้องอาหาร ก็ถือโอกาสมอบน้ำยาฆ่าเชื้อและขจัดกลิ่น “เบสคอน พี เอ” ให้ ผอ. คุณวิทยา เกตุชู ผอ. วิทยาลัยอาชีวศึกษาภูเก็ต ก่อน

แล้วก็ถึงเวลากินอาหารเช้า อาหารเช้าวันนั้น หลายส่วนเป็นฝีมือนักศึกษาวิทยาลัยอาชีวศึกษาภูเก็ต แผนกอาหารครับ สุขใจครับ ไม่ได้กินขนมไทยบางอย่างมานานแล้ว เช่น ขนมสอดใส้ เป็นต้น

 

กินอาหารเช้าแล้ว ก็ถึงเวลาเข้าห้องประชุมเพื่อดำเนินการตามโครงการเรียนรู้ตามรอยพระยุคลบาท เพื่อให้เรื่องต่อเนื่องกันก็ขออนุญาตให้อ่านต่อในตอนที่ ๒ นะครับ

พุธทรัพย์ มณีศรี

โดย พุธทรัพย์

 

กลับไปที่ www.oknation.net