วันที่ อาทิตย์ กันยายน 2563

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ตอนที่ ๒ พ่อของแผ่นดินและหลักการทรงงาน:หลากหลายรส หลายเหตุการณ์ที่ภูเก็ต


ตอนที่ ๒ พ่อของแผ่นดินและหลักการทรงงาน : หลากหลายรส หลายเหตุการณ์ที่ภูเก็ต

 

การอบรมตามโครงการเรียนรู้ตามรอยพระยุคลบาท ซึ่งจัดโดยมูลนิธิประเทศไทยใสสะอาดและวิทยาลัยอาชีวศึกษาภูเก็ต ได้จัดขึ้นที่ห้องประชุมราไวย์ ชั้นสองของอาคารอาชีวะเพลส 

เพิ่งทราบว่านอกจากนักเรียนนักศึกษาของวิทยาลัยอาชีวศึกษาภูเก็ต จำนวน ๑๐๒ คน แล้ว ยังมีนักเรียนนักศึกษาของวิทยาลัยเทคนิคภูเก็ต วิทยาลัยสารพัดช่างภูเก็ต และโรงเรียนเทศบาลเมืองภูเก็ต อีก ๘ คน ไปร่วมอบรมด้วย ครับ ดีใจที่มีต้นกล้าของแผ่นดิน เพิ่มขึ้นอีก ๑๑๐ คน

ตามธรรมเนียมที่ต้องมีพิธีเปิดครับ โดยประธานในพิธีคือนายพัฒนะ พัฒนทวีดล ศึกษาธิการเขต ๕ รักษาการในตำแหน่งศึกษาธิการเขต ๖ และเจ้าบ้านคือนายวิทยา เกตุชู ผอ. วิทยาลัยอาชีวศึกษาภูเก็ต เป็นผู้กล่าวรายงาน หลังจากนั้น ก็ได้ถ่ายภาพร่วมกัน

 

เรื่องสำคัญที่สุดในโครงการและในวันนั้น เป็นการบรรยายของ ม.ล. ปนัดดา ดิศกุล สมาชิกวุฒิสภา แต่ท่านยังเดินทางไปไม่ถึงเพราะท่านบินไปภูเก็ตเช้านั้น ผู้จัดจึงได้รับเชิญให้ผู้เขียนได้กล่าวถึงที่มาและแนวการดำเนินการของมูลนิธิประเทศไทยใสสะอาด

 

เนื่องจากมีเวลาเหลือ จึงได้ถือโอกาสเน้นย้ำให้นักเรียนนักศึกษาได้ประพฤติปฏิบัติตนให้เป็นคนดี ไม่ทุจริตคอร์รัปชั่น กระทำตัวให้เป็นคนไทยที่ดี ตลอดจนต้องวางแผนชีวิตในอนาคตที่ดีด้วย

การบรรยายพิเศษของ ม.ล. ปนัดดา ดิศกุล เรื่อง “พระมหากษัตริย์ พ่อของแผ่นดิน” นั้น ท่านได้ออกตัวว่าท่านไม่ได้บรรยายหรือสอน ท่านมาเล่าสู่กันฟังถึงพระราชกรณียกิจของในหลวงรัชกาลที่ ๙ และรัชกาลที่ ๑๐ ท่านมีวิธีการที่ดีครับ ท่านแทรกพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่านไว้ในเนื้อหาของการบรรยาย

 

ท่านได้ยกตัวอย่างเด็กไทยสมัยนี้ที่มีความรู้เกี่ยวกับประเทศไทยน้อยมาก นักเรียนและนักศึกษาหลายคนและหลายแห่งยังไม่ด้วยซ้ำว่าประเทศไทยมีกี่จังหวัด

 

ท่านได้เน้นย้ำให้นักเรียนนักศึกษาทุกคนเป็นคนดี ต้องช่วยเหลือผู้อื่น โดยยกคำสอนของสมเด็จพระสังฆราชและยกคำตรัสของสมเด็จย่า ประกอบการบรรยายด้วย

 

 

ที่สำคัญท่านได้ยกตัวอย่างกรณีของความเป็นคนดีในหลายๆ ประการด้วยว่า เป็นคนดีนั้นเป็นอย่างไร นอกจากนี้ ท่านยังได้เปิดคลิป “ครูของแผ่นดิน” และเพลง “แผ่นดินของเรา” ให้ฟังด้วย ชมคลิปได้ครับ https://www.youtube.com/watch?v=QhGHHWgWO_Q    https://youtu.be/_KElqM241Xw

 

สุดท้ายท่านเปิดโอกาสให้นักเรียนนักศึกษาได้ซักถาม แล้วมอบของที่ระลึกให้ผู้ที่ถามด้วย และแน่นอนที่สุดครับ จบการบรรยายแล้วก็ถ่ายภาพหมู่ร่วมกัน

 

อาหารกลางวันวันนั้น กินกันที่ห้องสะพานหิน ซึ่งอยู่ชั้นล่างของอาคารอาชีวเพลส อาหารมื้อนี้ยกเว้นห่อหมก เป็นฝีมือนักศึกษา แผนกอาหารของวิทยาลัยอาชีวศึกษาภูเก็ตครับ กินเพลินครับ ลืมถ่ายภาพไว้ ขอแสดงเป็นตัวอย่างหลังกินเสร็จละกันนะครับ จะได้ทราบว่าจานไหนคนชอบมากที่สุด 

 

ผู้เขียนไปภูเก็ตหลายครั้ง อาจเคยเห็นมาบ้างแต่ไม่ทราบว่าชุดนี้เรียกว่า “บะบ๋า ยะหย๋า” เป็นชุดแต่งกายประจำจังหวัดภูเก็ต เริ่มตั้งแต่สมัยที่ชาวจีนฮกเกี้ยนที่อพยพมาอยู่ที่จังหวัดภูเก็ต เป็นทั้งชุดของหญิงและชายครับ สวยงามดีไหมครับ 


ก่อนการบรรยายรอบบ่าย ก็กินขนมและดื่มกาแฟก่อน ขนมนี้รับทราบว่าเป็นเมื่อกินแล้วรวย เฟื่องฟูและมีความสุข ฝีมือนักศึกษาวิทยาลัยอาชีวศึกษาภูเก็ตเช่นกัน แต่ผู้นี้สำเร็จการศึกษาแล้วและประกอบอาชีพในการทำขนมขาย นี่คือสิ่งที่อยากเห็นครับ เรียนอาชีวะแล้วนำไปประกอบอาชีพได้

 

กินของว่างๆ แล้วก็ถ่ายภาพกับ Art Studio เป็นฝีมือของนักเรียนนักศึกษาของวิทยาลัยอาชีวศึกษาภูเก็ตครับ ภาพจะสวยหรือไม่นอกจากฝีมือในการถ่ายแล้ว สำหรับอยู่ที่หุ้นด้วย ใช่ไหมครับ

 

ภาคบ่ายนี้มีการบรรยายที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่ง คือ เรื่อง “การน้อมนำหลักการทรงงานในพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร เพื่อเป็นแนวคิดในการดำรงตนและปฏิบัติงาน” โดย ดร. ศักดิ์พงศ์ หอมหวล ผู้จัดการโครงการพัฒนาที่ดิน มูลนิธิชัยพัฒนา

 

ดร. ศักดิ์พงศ์ เริ่มต้นการบรรยายโดยเล่าว่าเมื่อเหตุการณ์คอมมิวนิสต์ได้เบาบางในหลวงรัชกาลที่ ๙ ได้ริเริ่มตั้งโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โครงการเหล่านี้ส่วนราชการต่างๆ รับไปดำเนินการ และจัดตั้งมูลนิธิชัยพัฒนาด้วย มูลนิธิฯ ดำเนินการในเรื่องเฉพาะกิจ

 

ทั้งนี้ ไม่ได้ให้นักเรียนนักศึกษานั่งฟังเพียงอย่างเดียว แต่ได้แบ่งผู้ฟังออกเป็น ๒๗ กลุ่ม แล้วอธิบายถึงหลักการทรงงานของในหลวงรัชกาลที่ ๙ รวม ๒๗ หลักการ หลักการสุดท้ายคือชัยชนะของการพัฒนา ซึ่งเป็นที่มาของชื่อของมูลนิธิชัยพัฒนา

 

ดร. ศักดิ์พงศ์ ได้สรุปสาระสำคัญของหลักการทรงงาน แล้วให้แต่ละกลุ่มแปลงหลักการทรงงานออกมาเป็นรูปภาพและข้อความ เพื่อเสนอเป็นผลงานกลุ่มต่อไป

 

นักศึกษาได้สรุปแต่ละหลักการได้ดีมากครับ ทั้งๆ ที่มีเวลาไม่มากนัก สำหรับรูปภาพนั้นได้ถ่ายมาเป็นบางภาพครับ

 

ไปภูเก็ตแล้วต้องบนเขารังเพื่อชมทิวทัศน์ภูเก็ตในมุมสูง เห็นภูเก็ตทั้งเมืองครับ หอพระยารัษฎานุประดิษฐ์ยามเย็นและยามค่ำสวยงามมากครับ ไปภูเก็ตแล้วอย่าลืมหาโอกาสขึ้นไปชมวิวบนเขารังนะครับ

 

ชมวิวทิวทัศน์รอบๆ สักนิดนะครับ


อาหารเย็นวันนี้ที่ร้านทุ่งคา ไม่บรรยายว่าอาหารมีอะไรบ้าง เพราะรู้จักและกินทุกอย่างยกเว้นหมี่หุ้นซึ่งเป็นแป้ง อดกินครับเพราะไม่กินอาหารประเภทแป้งในตอนเย็น


เย็นนั้นได้นั่งถึง ๒ โต๊ะ เพราะกินกันยังไม่เรียบร้อย ฝนตกลงมายังกับเทน้ำเทท่า ก็ต้องย้ายโต๊ะซิครับ


อ้อ เพื่อนแนะนำว่ามีร้านอาหารอีก ๑ ร้าน ที่น่าสนใจ อยู่ระหว่างทางขึ้นเขารัง เป็นร้านข้าวต้มครับ ผู้เขียนไม่เคยแวะกิน เพราะการขึ้นเขาวังส่วนใหญ่จะขึ้นไปชมวิวตอนค่ำคืน กินอาหารประเภทแป้งในตอนเย็นไม่ได้ ท่านผู้อ่านที่ขี้นเขารัง มีข้อมูลเพิ่ม อาจแวะเวียนไปชิมกันได้นะครับ

คืนนั้นเนื่องจากฝนตก อากาศจึงเย็นลงเป็นพิเศษ ในห้องอาชีวะเพลสก็มีแอร์ครับ แต่รู้สึกได้ถึงความชุ่มชื่นและเย็น นอนหลับสบายเช่นเคยครับ

ตอนเช้าเมื่อวานเดินได้เดินชมทิวทัศน์และอาคารต่างๆ ในวิทยาลัยอาชีวศึกษาภูเก็ต วันนี้เดินออกนอกรั้วบ้าง ได้เห็นกิจการการของวิทยาลัยหลายอย่างที่ให้บริการแก่นักเรียนนักศึกษาและประชาชนทั่วไป เช่น ห้องอาหาร ดอกไม้ เสื้อผ้าและขายตั๋วเครื่องบิน นักเรียนนักศึกษาได้ฝึกปฏิบัติจริงด้วย Learning by doing ตามหลักของนักวิชาการศึกษา จอห์น ดิวอี้ เลยครับ

 

ได้มีโอกาสพูดคุยกับครูและนักเรียนนักศึกษาในห้องอาหาร ครูแจ้งว่านักศึกษาเป็นผู้เตรียมวัตถุดิบและส่วนผสมต่างๆ ส่วนการปรุงยังคงเป็นหน้าที่ของแม่ครัว นักเรียนนักศึกษาที่เข้าไปกินอาหารแจ้งว่าอาหารอร่อยและราคาถูก อาหาร ๒ อย่าง จานละ ๓๐ บาท เท่านั้น

อาหารเช้าวันนี้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมบ้าง อาหารหลักวันนั้นคือข้าวยำปักษ์ใต้ ปกติผู้เขียนไม่กินครับ เพราะน้ำบูดูส่วนใหญ่จะคาว วันนั้นได้ทดสอบก่อนแล้วว่าน้ำบูดูไม่คาว วันนั้นก็ได้กินข้าวยำปักษ์ใต้อร่อยไปซิครับ

 

อ้อ ดื่มกาแฟที่วิทยาลัยอาชีวศึกษาภูเก็ต มีน้ำผึ้งเสริฟด้วยนะครับ

 

กินอาหารเช้าเสร็จแล้วก็เดินชมภายในวิทยาลัยอาชีวศึกษาภูเก็ตต่อ เห็นนักเรียนนักศึกษามาขายของ บางร้านก็เป็นบูธ บางร้านก็แค่โต๊ะ ๑ ตัว สอบถามเด็กๆ ได้ความว่าวิทยาลัยได้ส่งเสริมให้นักเรียนนักศึกษามีอาชีพ ไม่คิดค่าที่ครับ เว้นแต่กรณีที่ใช้ค่าน้ำและค่าไฟเท่านั้นที่ต้องจ่าย 

 

ผู้เขียนสงสัยว่าขายของแล้วไม่ต้องเรียนหนังสือหรือครับ คำตอบคือเรียนซิครับ แต่เพราะที่วิทยาลัยอาชีวะภูเก็ตนี้เปิดเรียนทั้งภาคเช้าและภาคบ่าย นักเรียนนักศึกษาก็สลับเวลากันระหว่างการเรียนและการประกอบอาชีพ วิธีการแบบนี้ทำให้นักเรียนนักศึกษารู้ค่าของเงินมากขึ้น

ไปภูเก็ตแล้วรู้จักรถโปท๊องไหมครับ รถโปท๊องเป็นรถสองแถวของภูเก็ต วันนี้รถโปท๊องเหล่านี้เข้ามาที่วิทยาลัยอาชีวศึกษาภูเก็ตเพื่อรับนักเรียนนักศึกษาที่เข้ารับการอบรมตามโครงการตามรอยพระยุคลบาทไปดูงาน

 

ไปดูงานกันที่ไหน คงต้องติดตามในตอนหน้าแล้วละครับ

พุธทรัพย์ มณีศรี

 

อ่านชุด “หลากหลายรส หลายเหตุการณ์ที่ภูเก็ต” ตอนที่แล้วได้ที่

 

 

ตอนที่ ๑ แค่แตะภูเก็ต

http://oknation.nationtv.tv/blog/puthsup/2020/09/12/entry-1

โดย พุธทรัพย์

 

กลับไปที่ www.oknation.net