วันที่ อังคาร กันยายน 2563

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ตอนที่ ๔ เน้นย้ำถึงความเข้าใจ : หลากหลายรส หลายเหตุการณ์ที่ภูเก็ต


ตอนที่ ๔ เน้นย้ำถึงความเข้าใจ : หลากหลายรส หลายเหตุการณ์ที่ภูเก็ต

เพื่อไม่ให้จำเจกับอาหารเช้า ในเช้าวันสุดท้ายของการอบรมนั้น อาหารเช้าจึงเป็นบักกุ๊ดเต๋ (Bak kut teh) และติ่มซํา (Dim Sum) ที่ สภากาแฟ SR แต๋เตี้ยม ภูเก็ต อร่อยซิครับ

 

วันสุดท้ายของการอบรมโครงการเรียนรู้ตามรอยพระยุคลบาท ซึ่งจัดโดยมูลนิธิประเทศไทยใสสะอาดและวิทยาลัยอาชีวศึกษาภูเก็ตนั้น มีกิจกรรมหลายอย่างครับ 

เริ่มต้นด้วย ดร. สมโภชน์ นพคุณ กรรมการมูลนิธิประเทศไทยใสสะอาด ผู้รับผิดชอบโครงการนี้ได้บรรยายเรื่อง “คำสอนของพ่อ” ซึ่งมี ๙ ประการ ขอนำเสนอภาพชุดแรกก่อนครับ เพื่อได้พักสายตา

 

โปรดชมภาพชุดที่สองนะครับ

 

กิจกรรมต่อจากนั้น คือกิจกรรมสรุปสาระสำคัญว่าพระองค์ท่านทรงสอนอะไร โดยคุณศริญญา สินธุ์เกษม เจ้าหน้าที่ของมูลนิธิประเทศไทยใสสะอาด ได้แบ่งนักเรียนนักศึกษาออกเป็น ๑๑ กลุ่ม แล้วให้สรุปสาระสำคัญคำสอนของพ่อ 

 

พร้อมให้นักเรียนนักศึกษานำเสนอในรูปโปสเตอร์หรือ Mind map ทั้งนี้ ได้ให้แต่ละกลุ่มกำหนดปณิธานของกลุ่มและธรรมนูญหรือข้อกำหนดของห้องเรียนและการเป็นนักเรียนที่ดีของวิทยาลัยด้วย

คราวนี้นักเรียนนักศึกษาก็ระดมความคิดกันและเตรียมการเพื่อนำเสนอในตอนบ่าย เพื่อความสนุก วิทยากรทั้งสองได้จัดให้มีการประกวดและมอบรางวัลให้แก่กลุ่มที่ชนะเลิศและรองชนะเลิศด้วย 

อาหารกลางวันวันสุดท้ายนั้นกินที่ห้องสะพานหิน คราวนี้ไม่โชว์ภาพอาหารแล้วครับ แต่อยากจะบอกว่าอาหารที่อร่อยที่สุดในวันนั้นคือน้ำพริกกุ้งสดครับ

ช่วงบ่ายเป็นช่วงที่นำเสนอครับ ได้จับสลากว่ากลุ่มไหนนำเสนอสรุปสาระสำคัญว่าพระองค์ท่านสอนอะไรพร้อมภาพประกอบ 

ได้ขอให้ครูของวิทยาลัยอาชีวศึกษาภูเก็ต  ๒ ท่าน และผู้เขียนเป็นกรรมการตัดสินในการนำเสนอครั้งนี้  ครับ แล้วก็ได้รับรางวัลกันตามระเบียบ

 

ในพิธีมอบประกาศนียบัตรและปิดการอบรมนั้น ผู้เขียนได้รับเกียรติให้เป็นผู้มอบประกาศนียบัตรให้ผู้บริหารวิทยาลัย แล้ว ผอ. วิทยาลัย ก็ได้มอบประกาศนียบัตรให้ครู และนักเรียนนักศึกษาและเพื่อความสะดวกและประหยัดเวลา ไม่ได้มอบให้ทีละคนแต่มอบให้ทีละแผนกครับ

 

แล้วถ่ายภาพร่วมกันครับ หลังจากนั้น ผอ. วิทยา เกตุชู ผอ. วิทยาลัยอาชีวศึกษาภูเก็ต ได้กล่าวปิดการอบรม ก็เป็นอันเสร็จพิธีครับ

 

ผู้เขียนชอบใจนักเรียนอาชีวศึกษาตรงได้เรียนรู้โดยการปฏิบัติ วิทยาลัยอาชีวศึกษาภูเก็ต ได้สอนวิชาการโรงแรมให้นักเรียนให้ทำเป็น โดยให้นักเรียน ปวช. ๓ สับเปลี่ยนกันมาปฏิบัติงานจริงในอาชีวะเพลสสัปดาห์ละ ๕ คน

ในภาพนี้ได้เห็นครูทิพวรรณ บัวอินทร์ ครูผู้สอนวิชางานบริการอาหารและเครื่องดื่ม ศิลปะการให้บริการในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และทำหน้าที่ผู้ช่วยผู้จัดการอาชีวะเพลสด้วย ได้ดูแลนักเรียนในการพับผ้าเช็ดตัวเป็นรูปช้าง โดยให้นักเรียนอีกคนหนึ่งซึ่งยังปฏิบัติไม่เป็นได้เรียนรู้ไปด้วย

 

เย็นวันนั้นวิทยาลัยอาชีวศึกษาภูเก็ต ต้องดูแลผู้ที่ไปเยี่ยมเยียนหลายคณะ ดร. ศักดิ์พงศ์  และผู้เขียนประสงค์ไปไหว้พระหลวงพ่อแช่มที่วัดฉลอง แม้ว่าเคยไปไหว้หลายครั้งแล้วก็ตาม ผอ. วิทยาลัย จีงได้มอบหมายให้ครูทิพวรรณ และนักเรียนอีก ๒ คน เป็นไกดิ์กิตติมศักดิ์นำทาง

 

แล้วก็ได้เห็นสิ่งแปลกใหม่สำหรับผู้เขียน เพราะในวัดฉลองมีเจดีย์ที่สวยงาม ท่านผู้อ่านคงคิดว่าสร้างใหม่อย่างไร เจดีย์นี้สร้างนานแล้ว แต่ขอเรียนว่าผู้เขียนไม่ได้ไปภูเก็ตกว่า ๒๐ ปี แล้วนะครับ

 

ครับ นอกจากได้ไหว้หลวงพ่อแช่มที่วัดแล้ว ไปภูเก็ตคราวนี้โชคดีที่ได้รับหลวงพ่อแช่มไปบูชาที่บ้านด้วย พูดเป็นเล่นหรือเปล่า เปล่าครับ เพราะในวันปิดการอบรมนั้น ผอ. วิทยา เกตุชู ได้มอบรูปปั้นหลวงพ่อแช่มให้ผู้เขียนด้วย

 

ไกด์กิติมศักดิ์ตั้งใจนำไปชมพระอาทิตย์ตกน้ำที่แหลมพรหมเทพ ชดเชยที่ไม่ด้ชมวันเดินทางไปถึงภูเก็ต แต่เนื่องจากเห็นสภาพท้องฟ้าในวันนั้นแล้วไม่น่าเห็นตอนพระอาทิตย์ตกน้ำ จึงขอไปสูดโอโซนที่หาดในหาน ที่เห็นลิบๆ จากแหลมพรหมเทพในวันที่เดินทางไปถึงแทน ที่หาดคนน้อยนะครับ


อาหารเย็นวันนั้น กินกันที่ร้านกล้วยน้ำว้า แต่ไม่มีกล้วยน้ำว้าให้กิน ร้านนี้อยู่แถวสะพานหิน ใกล้ๆ วิทยาลัยอาชีวศึกษา อาหารที่พบในหลายๆ มื้อ เป็นอาหารขึ้นชื่อของภูเก็ต นอกจากหมี่หุ้น แกงปูใบชะพลูซึ่งกินในตอนเย็นไม่ได้แล้ว ยังมีหมูฮ้อง คล้ายๆ หมูพะโล้ แต่มีน้ำขลุกขลิกด้วยครับ

 

เช้าวันรุ่งขึ้น ผอ. อดิศักดิ์ ชัชเวช ผอ. วิทยาลัยเทคนิคภูเก็ต ได้ไปรับเพื่อกินอาหารเช้า ท่านไม่ทราบว่าเคยไปที่ สภากาแฟ SR แต๋เตี้ยม ภูเก็ต มาก่อน จึงนำไปที่นั่นอีก อาหารซ้ำ แต่ไม่เหมือน ที่ไม่เหมือนกันคือติ่มซําครับ ส่วนบักกุ๊ดเต๋เหมือนเดิม

 

ที่จริงเช้าวันนั้นมีโปรแกรมไปชายหาดอีกแห่งสองแห่งเพื่อรับโอโซนก่อนขึ้นเครื่อง แต่เช้านั้นฝนถล่มภูเก็ตจึงแค่ได้ผ่านถนนถลาง ถนนที่มีบ้านเรือนแบบโปรตุเกส ซึ่งได้อนุรักษ์เอาไว้ แล้วแวะซื้อของฝากที่ร้านแม่จู้ ครับ ต้องซื้อน้ำพริกกุ้งเสียบกลับบ้านด้วย แม้ว่าไม่อร่อยเหมือนกินสดๆ ที่ภุเก็ตก็ตาม

 

ที่จริงควรจบบทความแล้ว แต่ยังจบไม่ได้ครับ หากไม่ได้เขียนถึงวิทยาลัยอาชีวศึกษาภูเก็ต แม้ว่าได้เก็บเล็กเก็บน้อยตามรายทางมาฝากท่านผู้อ่านแล้วก็ตาม

ผู้เขียนอยากเห็นนักเรียนเข้าเรียนอาชีวะมากขึ้น ความคิดเดิมๆ โดยเฉพาะครูแนะแนวที่แนะนำนักเรียนว่าหากเรียนไม่เก่งก็ให้เรียนอาชีวศึกษานั้น ผู้เขียนเห็นว่าเป็นความคิดที่ไม่ทันสมัยแล้วครับ

ปัจจุบันงานหายากมาก แม้ไม่มีโควิด-19 ก็เถอะ นักเรียนอาชีวะจบแล้วหางานทำได้ไม่ยากนัก เพราะวิทยาลัยอาชีวศึกษาในปัจจุบันมีเครื่องไม้เครื่องมือพร้อม สอนนักเรียนให้รู้จริงและปฏิบัติจริงได้

ส่วนนักเรียนที่เรียนสายสามัญนั้น หางานยากครัม แม้สอบเข้ารับราชการ สมัครสอบภาค ก. เป็นแสน สอบได้จำนวนหมื่น แต่บรรจุข้ารับราชการได้เพียงจำนวนพันเท่านั้นแหละครับ

ที่วิทยาลัยอาชีวศึกษาภูเก็ตนั้น ทราบว่าปีนี้นักเรียนมีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นกว่าปีที่แล้วประมาณร้อยละ ๓.๕ โดยปัจจุบันมีนักเรียนทั้งหมด ๓,๙๘๑ คน แบ่งเป็นระดับ ปวช. ๒,๖๖๔ คน ปวส. ๑,๐๖๖ คน และปริญญาตรี ๒๕๒ คน เป็นนักเรียนชาย ๑,๔๙๓ คน และนักเรียนหญิง ๒,๔๘๘ คน

ที่เพิ่มขึ้นนอกจากวิทยาลัยเป็นสถานศึกษาขนาดใหญ่มีประวัติยาวนานกว่า ๘๐ ปี แล้ว ทราบว่า ผอ. วิทยา เกตชู ได้ขับเคลื่อนสถานศึกษาโดยใช้หลักการบริหารงาน R Phuket Model โดยดำเนินงานต่างๆ หลายอย่าง เช่น แนะแนวให้กับนักเรียนในสถานศึกษาทุกสังกัดอย่างทั่วถึง ทราบว่าเรื่องแนะแนวนี้ ผอ. วิทยา ให้ความสำคัญมากและเป็นผู้ออกไปแนะแนวเอง

 

นอกจากนั้น ยังได้ประชาสัมพันธ์และสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับครู ผู้ปกครองและชุมชน ปรับปรุงและเปิดหลักสูตรที่สอดคล้องกับความต้องการของสถานประกอบการ เช่น เปิดสาขาธุรกิจการบิน สาขาบริการภาคพื้นดิน และเทคโนโลยีสารสนเทศ ขึ้นใหม่

จัดการเรียนการสอนตามความต้องการในแต่ละสาขาวิชา รวมทั้งจัดหาทุนให้กับนักเรียนที่เรียนดีแต่ยากจน ที่สำคัญที่สุดคือ มุ่งผลิตและพัฒนากำลังคนในสาขาที่เป็นความต้องการของตลาดแรงงาน เช่น วิชาการโรงแรม เป็นต้น

ตอนที่ผู้เขียนอยู่ในห้องราไวย์นั้นได้เห็นภาพภูเก็ตได้รับคัดเลือกให้เป้นเมืองสร้างสรรค์ด้านวัฒนธรรมอาหาร (City of Gastronomy) ก็สนใจ

 

ยูเนสโก ซึ่งเป็นองค์กรที่ดูแลเกี่ยวกับวัฒนธรรมของโลก โครงการหลักก็คือการเป็นเมืองมรดกโลก (World Heritage List) และมีโครงการในการผลักดันเกี่ยวกับวัฒนธรรมแบบจับต้องไม่ได้ (Intangible Culture) คือ Creative City ซึ่งแบ่งออกเป็น ๗ ประเภท  City of Gastronomy ก็เป็นประเภทหนึ่งในจำนวนนั้น

การที่ภูเก็ตเป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านวัฒนธรรมอาหาร วิทยาลัยอาชีวศึกษาภูเก็ตจึงได้ผลิตและพัฒนากำลังคนในสาขาที่เป็นความต้องการ จำนวนนักเรียนแผนกวิชาอาหารและโภชนาการ จึงมีจำนวนมาก มากที่สุดถึง ๗๕๖ คน คิดเป็นร้อยละ ๑๙ ของจำนวนนักเรียนทั้งหมด  

ครับ ก็ขอชื่นชมวิทยาลัยอาชีวศึกษาภูเก็ตอีกครั้งหนึ่ง ที่ได้ดำเนินการสมกับวิสัยทัศน์ที่ว่า “มุ่งสู่ความเป็นเลิศในการผลิตและพัฒนากำลังคนด้านวิชาชีพ”

และขอขอบคุณวิทยาลัยอาชีวศึกษาภูเก็ตที่ให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกเป็นอย่างดีครับ

พุธทรัพย์ มณีศรี

 

อ่านชุด “หลากหลายรส หลายเหตุการณ์ที่ภูเก็ต” ตอนที่แล้วได้ที่

ตอนที่ ๑ แค่แตะภูเก็ต

http://oknation.nationtv.tv/blog/puthsup/2020/09/12/entry-1

 

ตอนที่ ๒ พ่อของแผ่นดินและหลักการทรงงาน 

http://oknation.nationtv.tv/blog/puthsup/2020/09/13/entry-1

 

ตอนที่ ๓ จากการเรียนรู้ไปสู่การปฏิบัติ

http://oknation.nationtv.tv/blog/puthsup/2020/09/14/entry-1

โดย พุธทรัพย์

 

กลับไปที่ www.oknation.net