วันที่ พุธ กันยายน 2563

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

หน้ากากอนามัยแบบไหน ไว้ใจได้


ตั้งแต่โรคโควิด-19 ระบาด หน้ากากอนามัยกลายเป็นสินค้าที่มีคุณค่าสูงมาก ราคาเพิ่มขึ้นจากปกติหลายเท่าตัว เพราะถูกต้องการมากที่สุด และหายากมากที่สุด โดยเฉพาะวัตถุดิบและตัวกรองที่นำมาผลิตตัวหน้ากากอนามัย ทำให้ต้องมีการผลิตหน้ากากรูปแบบอื่น ๆ มาใช้แทนชั่วคราวก่อน

 

หน้ากากอนามัยหลากหลายรูปแบบที่มีขายทั่วไป แต่ละชนิดมีคุณสมบัติในการป้องกันฝุ่นละอองได้แตกต่างกัน ซึ่งเมื่อเร็ว ๆ นี้ รายงานการศึกษาล่าสุด เผยแพร่ในวารสารวิทยาศาสตร์ไซแอนซ์ แอดวานซ์ (Science Advances) เปิดเผยว่า นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยดุ๊ก (Duke University) ได้ทำการทดลอง เพื่อตรวจสอบการทำงานของหน้ากากรูปแบบต่าง ๆ ในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้ผลลัพธ์ที่น่าสนใจ สรุปได้ว่า

 

หน้ากาก N95 เป็นตัวเลือกในการป้องกันที่ดีที่สุด สามารถสกัดกั้นฝอยละอองส่วนใหญ่ได้

รองลงมาเป็น หน้ากากอนามัยแบบใช้แล้วทิ้ง ซึ่งทำจากวัสดุประเภทพลาสติก

อันดับสาม คือ หน้ากากที่ทำจากผ้าฝ้ายสองชั้นและวัสดุสังเคราะห์หนึ่งชั้น

 

ส่วนหน้ากากประเภทที่ปกป้องฝอยละอองได้น้อยมาก เป็นจำพวกผ้าพันคอ, ผ้าเช็ดหน้า และหน้ากากไหมพรม

 

อย่างไรก็ตาม นักวิจัยได้แนะนำว่า ทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับบุคคลทั่วไป คือ การสวมหน้ากากอนามัยแบบใช้แล้วทิ้ง หรือหน้ากากผ้าฝ้ายทำมือที่มีหลายชั้น

 

 

ที่ผ่านมา ในช่วงสถานการณ์การขาดแคลนหน้ากากอนามัยขั้นสูงสุด หน้ากากอนามัยสำรองสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ที่อยู่แนวหน้า ซึ่งต้องเผชิญกับผู้ป่วยเป็นลำดับแรก ไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ ทางเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือกลุ่มซีพี จึงได้อาสาจัดตั้งโรงงานหน้ากากอนามัย เพื่อผลิตหน้ากากอนามัยแจกฟรีให้กับบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งปัจจุบันได้แจกไปแล้วกว่า 8 ล้านชิ้น ครอบคลุมโรงพยาบาล องค์กรการกุศล และภาคประชาชน ที่ได้รับไปแล้วกว่า 1,000 แห่ง (อ้างอิง : https://cpmaskforall.com/Home/fbclid/IwAR3QTJuT4UzMlZJGAt0UulSsCMEhvPxTEcWGWVWbS_Yj2tlvguoxsxLPpp4)    

 

หน้ากากอนามัยซีพีเป็นหน้ากากอนามัยชนิดที่เรียกว่า Surgical Mask จัดอยู่ในกลุ่มของอุปกรณ์หรือเครื่องมือทางการแพทย์ ที่ใช้ป้องกันโรคโควิด-19 ได้ และผ่านการรับรองคุณภาพมาตรฐานจาก Nelson Labs องค์กรมาตรฐานอุปกรณ์ทางการแพทย์ของสหรัฐอเมริกา ว่าสามารถกรองอนุภาคขนาดเล็ก Particle Filtration Efficiency (PFE) ขนาด 0.1 ไมครอนได้ถึง 99.9% และมีประสิทธิภาพในการกรองแบคทีเรีย (Bacterial Filtration Efficiency, BFE) มากกว่า 99% จึงเป็นหน้ากากอนามัยที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานระดับสูง

 

โดยตัวหน้ากากประกอบด้วย 3 ชั้น คือ ชั้นแรก เป็นนอนวูฟเวนชนิดสปันบอนด์ (สีเขียว) เคลือบสารไฮโดรโฟบิก ซึ่งมีคุณสมบัติป้องกันน้ำ ชั้นต่อมา เป็นนอนวูฟเวนชนิดเมลต์โบลวน์ (melt-blown nonwoven) สีขาว ใช้ป้องกันเชื้อโรค และชั้นสุดท้าย เป็นนอนวูฟเวนชนิดสปันบอนด์ (สีขาว)

 

ในอนาคตแม้การระบาดของโรคจะยุติลง แต่หน้ากากอนามัยก็ยังคงเป็นที่ต้องการอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะประเทศไทย ที่ต้องเผชิญกับปัญหามลพิษจากควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM2.5

 

โดย pigkypink

 

กลับไปที่ www.oknation.net