วันที่ เสาร์ กันยายน 2563

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ความท้าทายแม่ทัพ4 ใหม่(พี่เกรียง)ที่หลายคนเรียก:ทั้งชายแดนภาคใต้ ม็อบนักศึกษา และอ่าวบ้านดอน


ความท้าทายแม่ทัพ4 ใหม่(พี่เกรียง)ที่หลายคนเรียก:ทั้งชายแดนภาคใต้ ม็อบนักศึกษา และอ่าวบ้านดอน

https://www.facebook.com/1245604111/posts/10224147585737798/?extid=3E2MiY7HLvBsubwQ&d=n

อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)

Shukur2003@yahoo.co.uk 

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตาปรานีเสมอ มวลการสรรเสริญมอบแด่อัลลอฮฺผู้ทรงอภิบาลแห่งสากลโลก ขอความสันติสุขแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

 

พระราชโองการปกเกล้าแต่งตั้งแม่ทัพภาคที่4 คนใหม่ พล.ต เกรียงไกร ศรีรักษ์ เป็นแม่ทัพภาคที่4.

ซึ่งท่านจะมารับหน้าที่ 1 ตุลาคม 2563

แทนแม่ทัพคนเก่า อย่าง "บิ๊กเดฟ" พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ ได้ขยับเข้าไลน์ 5 เสือ ทบ. เป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก หลังนั่งเก้าอี้แม่ทัพภาคที่ 4 ครบ 2 ปี รอเกษียณอายุราชการในปีหน้า

แน่นอนที่สุดความท้าทายครั้งนี้ก็ตกถึงท่าน(พี่เกรียง)ที่หลายคนเรียก หลายประการ

เช่น การปราบปรามยาเสพติด ที่แม่ทัพเก่าทำได้ดี กระบวนการการพูดคุยที่คาดว่าสมัยนี้จะไปด้วยกันได้ดีเพราะท่านในฐานะแม่ทัพกับหัวหน้าพูดคุยทำงานด้วยกัน อีกทั้งมีสายสัมพันธ์มี่ดีกับประชาสังคมทั้งเห็นต่างและเห็นด้วยกับรัฐ ส่วนความท้าทายประเด็นร้อนก็น่าจะเป็นทหารพรานยิงรถโรงเรียนของดาโต๊ะนิเดร์ วาบา กับปอเนาะชือมา อำเภอหนองจิกถูกปิด แม้จำเลยทางนิตินัยจะเป็นสช. และการเป็นโซ่ข้อกลางในโครงการจะนะเมืองอุตสาหกรรม

เมื่อ 

20 กันยายน 2563

ณ ดี อามาน โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท อำเภอเทพาจังหวัดสงขลา ผู้เขียนได้เข้าร่วมเสวนาร่วมกับ

 

ส.ส.อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ และคณะ

 

"โครงการคณะกรรมาธิกับการสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน การคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและการคุ้มครองสิทธิชุมชนในกระบวนการยุติธรรม" 

 

ในหัวข้อ "สิทธิเสรีภาพ การคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและการคุ้มครองสิทธิชุมชนในกระบวนการยุติธรรมประชาชนมีส่วนร่วมอย่างไร" จัดโดย คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน 

สภาผู้แทนราษฎร พบว่า การร้องเรียนสภาพปัญหาและขอความเป็นธรรมของพี่น้องประชาชน ในพื้นที่คือ การปิดล้อมตรวจค้น การถ่ายบัตรประชาชน การเก็บ DNA การเยี่ยมบ้านของหน่วยความมั่นคง กระบวนการซักถาม ที่ไม่สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน

อย่างไรก็แล้วแต่ ด้วยบุคคลิกของท่าน ที่ทุกภาคส่วน ยอมรับแม้แต่ลูกน้องและคนเห็นต่าง

 

ท่านลงมาอยู่ในสนาม จังหวัดชายแดนใต้  ลงพื้นที่ ไปอยู่กับลูกน้องอย่างเป็นกันเอง  ลงพื้นที่ ชายแดน เยี่ยมฐาน ทำกับข้าวให้ลูกน้อง ล้อมวงกินอาหารกับลูกน้องลุยพื้นที่ เข้าหมู่บ้าน และชุมชน คำ่ไหนนอนั้นก็หลายครั้ง ซึ่งทหารชั้นผู้น้อยลึกๆคงจะหวังให้ท่านมาช่วยแก้สวัสดิการพวกเขารวมทั้งเรื่องๆเงินๆทองที่เป็นข่าวว่าเงินพวกเขาถูกหัก

ส่วนวาทศิลป์ พูดง่ายๆแต่กินใจโดนใจไม่ข่มขู่

กับบรรดาผู้นำศาสนา และผู้บริหารโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาถ้าจำได้เมื่อ10 ปีที่แล้วมีการฟ้องร้องเงินกองทัพภาคสี่ร้อยล้านบาทจากการที่ลูกน้องท่านทำเกินกว่าเหตุ จากศัตรูกลายเป็นเพื่อนสนิท 

 

ท่านเป็นเลขานุการคณะพูดคุยสันติสุขฯ  ตั้งเต่ คณะของ  พลเอกอุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ และ พลเอกวัลลภ รักเสนาะในปัจจุบัน เดินทางไปต่างประเทศหลายครั้งที่ไม่เป็นทางการพบผู้เห็นต่าง รวมทั้งปัจจุบันลงพื้นที่พบและรับข้อเสนอยากทุกภาคส่วนมากกว่าเดิมเป็นการเดินยุทธศาสตร์คู่ขนานกับเวทีพูดคุยระหว่างประเทศ

จากประวัติการทำงานของท่านดังกล่าวเมื่อเป็นแม่ทัพภาคที่4 น่าจะเป็นจุดเด่นง่ายต่อการเปิดพื้นที่พูดคุยทางการเมืองวางกรอบทั้งใช้หลักนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ในการแก้ปัญหาที่กล่าวมาข้างต้น

อย่างไรก็แล้วแต่การประท้วงของน้องนักเรียน นิสิต นักศึกษา ส่วนกลาง ก็เป็นอีกงานหิน ท้าทายตำแหน่งท่านเพราะมีน้องๆจากชายแดนภาคใต้ขึ้นเวทีและร่วมประท้วงด้วย อาจารย์เอกรินทร์ ต่วนศิริ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ให้ทัศนะว่า 

"มีการเชื่อมโยงว่าปัญหาทางใต้เกี่ยวข้องกับปัญหาทางการเมืองไทย โดยเฉพาะเมื่อพูดถึงประเด็นประชาธิปไตย พวกเขาเห็นว่าเป็นสาเหตุทำให้ทางภาคใต้ไม่สงบ มีวาทกรรมนี้ที่อยู่ในสนามของการรวมตัวของขบวนคนรุ่นใหม่...ยังเห็นสิ่งใหม่ในพื้นที่คือการออกมาของนักเรียน มัธยมสู่พื้นที่การเมืองจากม็อบเยาวชนทั้งสองครั้ง และการหยิบยกปัญหาที่หลากหลายขึ้นมาพูดถึง เช่น ปัญหาทรัพยากรอย่างการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมจะนะ จ.สงขลา ... คลื่นการเปลี่ยนแปลงที่ปรากฏให้เห็นถึงความคิด ความเห็นของคนรุ่นใหม่ ปฏิเสธไม่ได้ว่ามาจากข้อมูลที่ไหลเวียนผ่านสื่อโซเชียลมีเดียที่รัฐคุมไม่ได้แม้จะพยายามIO”

สอดคล้องกับทัศนะ “การเมืองส่วนกลางมีส่วนอย่างมากต่ออนาคตและความเป็นไปในอดีตของปาตานี/ชายแดนภาคใต้ “ใน

เวทีสัมมนาเสวนาโต๊ะกลม ( เนื่องในวันประชาธิปไตยสากล 15 กันยายน )

หัวข้อ “ 

ปาตานี/ชายแดนภาคใต้ในสภาวะวิกฤตการเมืองไทย 

ความท้าทายท่านมิใช่เฉพาะที่ชายแดนภาคใต้แต่ยังมีเรื่องผลประโยชน์อันมหาศาลเกี่ยวกับสัมปทาน หอยในทะเล อ่าวบ้านดอนจังหวัดสุราษฎร์ธานีบ้านท่านด้วยซึ่งท่านถูกล่าวหาว่าเป็นผู้มีอิทธิพล(รัฐ)ก่อนรับตำแหน่งแม่ทัพ

ซึ่งภาคประชาชน มองว่า ทางออกของการแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างชาวประมงพื้นบ้านกับผู้เลี้ยงหอยแครงอ่าวบ้านดอนนั้น หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยจะต้องบูรณาการกฎหมายที่เกี่ยวข้องทุกฉบับในการบังคับใช้กฎหมายยึดคืนพื้นที่สาธารณะอ่าวบ้านดอน เพื่อนำมากำหนดกติกาในการใช้พื้นที่ร่วมกันให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และมองว่า การแก้ปัญหาอ่าวบ้านดอนไม่สามารถที่จะใช้กฎหมายบังคับเพียงอย่างเดียวได้ จะต้องนำหลักรัฐศาสตร์และความเป็นชุมชนเข้ามาร่วมด้วย รวมไปถึงมองว่าในระดับจังหวัดไม่สามารถที่จะยุติปัญหาได้ น่าจะใช้กลไกการแก้ปัญหาในระดับชาติ โดยการแต่งตั้งคณะกรรมการ หรือคณะทำงานขึ้นมาโดยนายกรัฐมนตรีเป็นคนแต่งตั้ง และสร้างเครือข่ายอ่าวบ้านดอนจากผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนเพื่อร่วมกันแก้ปัญหาให้จบสิ้นโดยเร็ว อย่าปล่อยให้เกิดความขัดแย้งจนนำไปสู่การฟ้องร้องระหว่างผู้ประกอบการเลี้ยงหอยแครง กับชาวประมงพื้นบ้าน”

โดย shukur

 

กลับไปที่ www.oknation.net