วันที่ พฤหัสบดี ตุลาคม 2563

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

Behavior : “ช้อปดีมีคืน” และ “คนละครึ่ง” หนุนภาพรวมของธุรกิจค้าปลีก


จากการสำรวจของศูนย์วิจัยกสิกรไทย พบว่า มาตรการ “ช้อปดีมีคืน” (จำกัดวงเงินคนละไม่เกิน 30,000 บาท) มีผลต่อพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่แตกต่าง ดังนี้

– มากกว่าร้อยละ 70 สำหรับผู้ที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนประมาณ 42,000 ขึ้นไป วางแผนที่จะใช้สิทธิลดหย่อนภาษีจากมาตรการ “ช้อปดีมีคืน”

โดยเฉพาะผู้บริโภคที่มีฐานรายได้สุทธิมากกว่า 2 ล้านบาทขึ้นไป ส่วนใหญ่วางแผนที่จะใช้สิทธิเต็มจำนวน (30,000 บาท) สำหรับคนที่มีรายได้ไม่ถึง 500,000 ต่อปี วางแผนใช้สิทธิเพียงร้อยละ 40 ซึ่งส่วนใหญ่จ่ายเพียงบางส่วน เฉลี่ยอยู่ที่คนละ 5,000 – 10,000 บาท เนื่องจากมีความกังวลต่อกำลังซื้อในอนาคต

 – สินค้าและบริการ อย่างการรับประทานอาหารในร้าน อุปกรณ์ไอที และของใช้จำเป็นส่วนบุคคล เป็น 3 อันดับแรกในกลุ่มช่วงอายุไม่แตกต่างกันมากนัก โดยปกติผู้บริโภคมีการรับประทานอาหารและซื้อสินค้าในกลุ่มของใช้จำเป็นส่วนบุคคลอยู่แล้ว จึงไม่มีการใช้จ่ายเพิ่มขึ้นกว่าช่วงที่ไม่มีมาตรการมากนัก ขณะกลุ่มสินค้าอุปกรณ์ไอที อาจจะได้รับความสนใจจากกลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงานมากขึ้นในช่วงที่ไม่มีมาตรการ

 “ช้อปดีมีคืน” และ “คนละครึ่ง” หนุนภาพรวมของธุรกิจค้าปลีกกระตุ้นการใช้จ่ายส่งท้ายปี 63

มาตรการ “ช้อปดีมีคืน” และ “คนละครึ่ง” เป็นมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายส่งท้ายปี 63 นี้ รวมถึงกระตุ้นกำลังซื้อและการใช้จ่ายที่ออกมาก่อนหน้านี้ เช่น มาตรการ “คนละครึ่ง” อาจจะช่วยหนุนภาพรวมของธุรกิจค้าปลีก ให้หดตัวลดลงเป็นร้อยละ 6.0 หากเทียบกับไม่มีมาตรการที่คาดว่าจะหดตัวราวร้อยละ 7.2 เปรียบเทียบกับปีก่อน

 รวมถึงข้อจำกัดด้านกำลังซื้อของผู้บริโภคบางกลุ่มและผู้บริโภคที่ต้องการใช้สิทธิลดหย่อนภาษี แต่ยังไม่มีการวางแผนการใช้จ่าย ผู้ประกอบการค้าปลีกอาจจะมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดควบคู่ไปกับมาตรการดังกล่าว เพื่อจูงใจให้ผู้บริโภคตัดสินใจได้ง่ายขึ้นและนำมาใช้สิทธิลดหย่อนภาษี โดยรูปแบบการทำตลาดยังคงให้ความสำคัญกับการลดราคาสินค้า ความคุ้มราคา และการผ่อนชำระ 0% เพื่อจูงใจกลุ่มลูกค้าที่ต้องการใช้สิทธิลดหย่อนภาษี แต่อาจมีรายได้ไม่สูงนัก

ภาพ : freepik

สนับสนุนข้อมูล
https://mktinfoonline.com

 

โดย old_friend

 

กลับไปที่ www.oknation.net