วันที่ อาทิตย์ ตุลาคม 2563

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เกร็ดประวัติศาสตร์ 2475 !! (ตอนที่ 10)


เกร็ดประวัติศาสตร์ 2475 !! (ตอนที่ 10)

 

 

 

(ต่อจากเอ็นทรี่ที่แล้ว)

 

(ความสุดท้ายของตอนที่แล้ว)

ผมกลับมาบ้าน
ให้ภรรยาจัดกระเป๋าเดินทาง
ในใจคิดว่า ต้องแจวละ
เลยไปหัวหิน พร้อมกับคุณทวี
เพราะคุณทวีก็เป็นจำเลยด้วย
เนื่องจากไปประกาศข่าวลาออก
ของรัฐบาลเร็วเกินไป
ทั้งใบลามันเกิดหายไปเสียแล้ว
เขาจะหาว่าเราเป็นกบฏ
แต่คุณทวีนั่นน่ะ คงโดนแรง

 


***
เมื่อไปถึงหัวหิน

ผมนอนพัก ยังไม่ทันหายเหนื่อย
ก็มีนายตำรวจมาหา
ผมนึกโกรธผู้จัดการโรงแรมว่า
คงไปบอกตำรวจมาหากระมัง

 

นายตำรวจบอกว่า เปล่าครับ
ผมนำคำสั่งกองบัญชาการทหารสูงสุดมา
เพื่อเรียกเข้าประจำการ

 

ผมก็เข้าใจได้ว่า หลวงพิบูลฯ เขาโกรธผม
จึงแกล้งเรียกเข้าประจำการ
ผมก็บอกว่า เรียกก็เรียกเถอะ
วันหลัง ผมไปก็ได้ ไม่เป็นไร

 

นายตำรวจบอกว่า ไม่ได้หรอก
ต้องไปรายงานตัว ภายใน ๒๔ ชั่วโมง
ม่ายงั้น ติดตะราง
แล้วเขาก็ไปหาตั๋วรถไฟให้เสร็จ

 

ผมจำเป็นต้องกลับมารายงานตัว
แล้วก็ถูกสั่ง ให้ไปเป็น
ผู้ช่วยผู้บัญชาการสร้างถนนเชียงตุง
ผมก็เตรียมตัวจะไป

 

 


คราวนี้เรื่องมันสนุก


คือเวลานั้น ผมยังเป็นสมาชิกสภาอยู่
และสภาเขาตั้งให้ คุณทวี บุณยเกตุ เป็นประธานสภา
ผมเป็นรองประธาน
แต่จอมพลไม่ยอมตั้ง จนแล้วจนรอด
จนกระทั่ง เราต้องขอลาออก
แล้วเขาก็เลือกกันใหม่
เจ้าคุณมานนวราชเสวี ได้เป็นประธานสภา
ผมเป็นรองประธาน

 

แต่ผมก็คงประจำการทางทหารอยู่ด้วย
แล้วก็เขาจะให้ผมไปเชียงตุง ผมก็จะไป

 

แต่จอมพลกลับบอกว่า
หนอยจะให้ไปเชียงตุง ยังจะอยากไปอีก
ถ้ายังงั้น อย่าไปเลย อยู่มันที่นี่เถิด

 

ผมก็เลยไม่ต้องไป

 

 

ต่อมา รัฐบาลแพ้โหวตในสภา ก็ลาออก

ต่อมา รัฐบาลแพ้โหวตในสภา
เกี่ยวแก่การเสนอพระราชบัญญัติอีกฉบับหนึ่ง
จะเป็นพระราชบัญญัติอะไร จำไม่ได้
รัฐบาลก็ลาออกอีก

 

คราวนี้ พระองค์เจ้าอาทิตย์
ประธานผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
ก็เรียก เจ้าคุณมานนวราชเสวี ประธานสภา
และผมรองประธานสภา ไปเฝ้า
รับสั่งว่า รัฐบาลเขาลาออก จะทำยังไง


ราก็ทูลว่า เรื่องนี้ ก็แล้วแต่
ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ จะยอมรับใบลาหรือไม่รับ
ถ้ารับใบลา ก็มีหนังสือแจ้งให้
สภาซาวเสียงสมาชิกเลือกนายกกันใหม่
เพราะเวลานั้น ยังไม่มีพรรคการเมือง
ท่านก็ว่า ตกลง เราก็ทูลลากลับ

 

วันต่อมา เจ้าคุณประธานสภา
ได้รับหนังสือจากผู้สำเร็จราชการ
ขอให้สภาซาวเสียง เลือกนายกรัฐมนตรี
เจ้าคุณท่านก็ส่งหนังสือมาให้ผมดู
เพื่อเตรียมจัดการซาวเสียง

 

ครั้นผมอ่านแล้ว ก็เรียนท่านว่า
เจ้าคุณครับ หนังสือนี่ไม่มีข้อความแจ้งชัดว่า
ผู้สำเร็จราชการตกลง รับใบลาแล้วหรือไม่
เป็นแต่ขอให้สภาซาวเสียง
เลือกนายกรัฐมนตรีใหม่
ถ้าขืนซาวเสียง เราจะกลายเป็นกบฏต่อรัฐบาลนะครับ

 

ท่านเจ้าคุณก็ว่า ไหนไหน ขอผมดูอีกทีซิ
พอท่านอ่านละเอียดแล้ว ก็ร้องว่า
โอ ไม่ได้ ต้องไปขอให้ทำหนังสือใหม่
ปรากฏว่า พระองค์เจ้าอาทิตย์อิหลักอิเหลื่ออยู่พักหนึ่ง
แล้วจึงยอมทำหนังสือ แจ้งมายังประธานสภาใหม่ว่า
ตกลงรับใบลาของนายกรัฐมนตรีแล้ว

 

 

สภาผู้แทนซาวเสียงเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่

สภาผู้แทนราษฎรก็เรียกประชุมซาวเสียงสมาชิก
เพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่
ผลการซาวเสียง ปรากฏว่า
เจ้าคุณพหลพลพยุหเสนา ได้รับคะแนนสูงสุด

แต่เจ้าคุณพหลฯ ไม่ได้เข้าร่วมประชุมด้วย

 

และทราบว่า ภายหลังการประชุมสภาครั้งนี้แล้ว
มีลูกน้องของหลวงพิบูลฯ ไปพบเจ้าคุณพหลฯ
เป็นการเฉพาะตัว

 

ครั้นประธานสภาเสนอผล ของการซาวเสียง
ให้ผู้สำเร็จราชการทราบ
พระองค์เจ้าอาทิตย์ก็ให้เชิญเจ้าคุณพหลฯ
พร้อมด้วยประธานสภาและผม ซึ่งเป็นรองประธานสภา
ไปเฝ้า

 

 

สภาเลือกเจ้าคุณพหลฯ เป็นนายกฯ

แต่เจ้าคุณพหลฯ ไม่ยอมรับ

พระองค์เจ้าอาทิตย์รับสั่งถามเจ้าคุณพหลฯ ว่า

เดี๋ยวนี้ สภาเขาเลือกให้ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว

ท่านจะรับจัดตั้งรัฐบาลไหม

เจ้าคุณพหลฯ ก็ตอบไม่ยอมรับ

 


ผมเองพยายามมองตาเจ้าคุณพหลฯ
จนลูกตา แทบจะทะลักออกมา
ขยิบหูขยิบตา จะให้ท่านรับ
แต่ท่านก็ไม่ยอมสบตากับผมเสียเลย

 

พระองค์เจ้าอาทิตย์ จึงหันมาถามผมว่า
นี่คุณควง เมื่อเจ้าคุณพหลฯ ไม่ยอมรับจัด
รัฐบาล จะทำยังไง

ผมก็ทูลว่า ถ้าเช่นนี้ ก็ต้องแจ้งให้สภา ซาวเสียงกันใหม่

 

 

มันเป็นการบังเอิญ ที่ผมเกิดป่วยเป็นทอนซิลอักเสบ
ไม่ได้ไปร่วมประชุมสภา ในการซาวเสียงเลือกตั้ง
นายกรัฐมนตรี ครั้งที่ ๒

 

ผมให้หมอฉีดยาแล้ว ก็ต้องนอนซมเพราะพิษไข้
หลวงประดิษฐฯ ก็โทรศัพท์มาจากทำเนียบท่าช้าง
บอกว่า ควง มานี่หน่อยเถอะ

 

ผมถามว่า มีเรื่องอะไร สำคัญไม๊
กำลังไม่สบาย ไม่อยากออกจากบ้าน
หลวงประดิษฐฯ ก็ว่า สำคัญซี ลื้อมาหน่อยเถอะ
ผมก็ต้องไป

 

พอไปถึงบันไดตึกทำเนียบท่าช้าง
หลวงประดิษฐก็คาดผ้ายี่โป้ลงมารับ
ซึ่งเป็นการแต่งกายอยู่กับบ้าน แบบที่โปรดปราน

 

แล้วก็ว่า สภาเขาเลือกลื้อเป็นนายกฯ แล้ว

ลื้อต้องรับนะ ผมรู้สึกงุนงงไปหมด


เพราะไม่ทราบว่า เขาเดินแต้มคูกันอย่างไร

ตำแหน่งนี้มันจึงมาตกที่ผม

ทราบแต่ว่า ไม่มีใครยอมรับแล้ว

เห็นจะเป็นกรรมของผมนี่เอง

 

หลวงประดิษฐฯ ก็สำทับว่า
ควง ถ้าลื้อไม่รับละก้อ ตายแน่ทีเดียว
เมืองไทยก็จะแย่ด้วย

 

ผมย้อนถามว่า
คนอื่นก็มีถมเถไป ทำไมไม่ให้เขารับล่ะ
หลวงประดิษฐฯ ก็สารภาพตรงๆ ว่า
ไม่มีใครรับนี่หว่า ลื้อเอาเถอะน่า
ถ้าไม่เอา เป็นตายเด็ด

 

ผมย้ำถามว่า ให้แน่ใจว่า ไม่มีใครเอาจริงเร๊อะ
หลวงประดิษฐฯ ก็ยืนยัน ว่าไม่มีหรอก

 

ผมขอเรียนท่านผู้ฟัง ด้วยความสุจริตใจว่า
ที่เขามาเกณฑ์ให้ผมเป็นนายกรัฐมนตรีครั้งนั้นน่ะ
ไม่ใช่ว่า เขาชอบขี้หน้าผม
เขาจึงเอาตำแหน่งนี้ มาประเคนให้ผมหรอก


แต่เรื่องมันจำเป็น ที่ไม่มีใครกล้ารับ
เพราะกลัวหลวงพิบูลฯ กันหมด
และนิสัยของผม มันก็ชอบทำ ในสิ่งที่ไม่มีใครอยากทำ

 

ผมจึงบอกหลวงประดิษฐฯ ว่า

ถ้าไม่มีใครรับ ผมจะรับเอง

 

 

(โปรดรออ่านตอนต่อไป)

 

 

***
อ้างอิงและภาพประกอบ :
หนังสืออนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ
พันตรี ควง อภัยวงศ์
เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2511
ณ วัดเทพศิรินทราวาส กรุงเทพฯ
ขอขอบคุณ

โดย สุรศักดิ์

 

กลับไปที่ www.oknation.net