วันที่ พุธ ตุลาคม 2563

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ค้าปลีกทั่วโลกวิกฤติหนัก รายใหญ่ทยอยปลดคน หวั่นค้าปลีกไทยอย่าซ้ำรอย


ปี 2563 เรียกได้ว่าเป็นปีที่หนักหน่วงสำหรับหลายธุรกิจ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลให้เศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะถดถอยอย่างเต็มรูปแบบ ธุรกิจค้าปลีก เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากสถานการณ์การแพร่ระบาดไปของโรคโควิด-19 เพราะพฤติกรรมการใช้ชีวิต และการใช้จ่ายของผู้บริโภคปรับเปลี่ยนไป ประกอบกับการถูกดิสรัปต์จากช่องทางออนไลน์

ทำให้เราได้เห็นผู้ประกอบการต่างปรับกลยุทธ์ทุกวิถีทางเพื่อรักษาธุรกิจเอาไว้ แต่ล่าสุด ดูเหมือนอุตสาหกรรมค้าปลีกทั่วโลกจะเข้าขั้นวิกฤติ เริ่มมีกระแสข่าวการขอยื่นล้มละลาย และการปรับลดพนักงานกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น แบรนด์เสื้อผ้ารายใหญ่ อย่าง H&M ที่เตรียมปลดพนักงานนับ 10,000 คนทั่วโลก หลังยอดขายตก หรือห้างสรรพสินค้าเก่าแก่ของสหรัฐ อย่าง Macy’s ที่ประกาศปิดสาขาอีก 125 เเห่งเป็นจำนวน 1 ใน 5 ของสาขาที่มีทั้งหมด รวมถึงจะปลดพนักงานราว 2,000 คน J. Crew แบรนด์แฟชั่นค้าปลีกสุดหรูของสหรัฐอเมริกา ยื่นขอล้มละลายหลังไม่สามารถชำระหนี้สะสมกว่า 65,000 ล้านบาท Brooks Brothers แบรนด์ห้องเสื้อที่เก่าแก่ที่สุดของสหรัฐอเมริกายื่นขอล้มละลาย มีพนักงานได้รับผลกระทบกว่า 4,000 คน เหล่านี้เป็นผลกระทบที่คลื่นลูกใหญ่ที่กำลังซัดกระหน

และล่าสุดถึงคิวห้างค้าปลีกยักษ์ใหญ่สัญชาติอังกฤษ  TESCO” ที่แจ้งปลดพนักงานแบบฟ้าผ่ากว่า 9,000 คนในสหราชอาณาจักร เพื่อปรับโครงสร้างพยุงธุรกิจ หลังจากที่ประกาศขายกิจการในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย

ซึ่งได้ กลุ่มซีพี เข้ายื่นซื้อกิจการและขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) เรื่องขออนุญาตควบรวมธุรกิจ ซึ่งงานนี้ก็ไม่รู้ผลการตัดสินใจออกมาในรูปแบบใดท่ามกลางวิกฤติเศรษฐกิจที่เปราะบางเช่นนี้  แต่ส่วนตัวแล้วอยากให้การเจรจาควบรวมราบรื่นจบลงด้วยดี เพราะอย่างน้อยการเปลี่ยนมือเจ้าของจากกลุ่มทุนต่างชาติ มาอยู่ในมือคนไทยเป็นเจ้าของ อย่างน้อยภาษีต่างๆ รวมถึงการจ้างงานก็ยังอยู่ในประเทศเราไม่ได้หลุดลอยไปไหน 

อีกทั้งวิกฤติเศรษฐกิจครั้งนี้กระทบกลุ่มธุรกิจค้าปลีกอย่างหนัก แม้เราจะยังไม่เห็นข่าวการปิดตัวลงหรือปลดคนงานจากห้างดังในประเทศไทย แต่ก็ใช่ว่าอนาคตจะไม่เกิดขึ้น นักวิเคราะห์หลายสำนักฟันธงตรงกันว่า นี่เป็นเพียงการเริ่มต้นของวิกฤติเท่านั้น การจะฟื้นฟูเศรษฐกิจให้กลับมาเท่ากับก่อนโควิด19 อาจกินระยะเวลาถึง 2-3 ปีหรือนานกว่านั้น  ดังนั้นการรักษาและประครองอุตสาหกรรมค้าปลีกไทยให้อยู่รอดถือเป็นสิ่งสำคัญเร่งด่วนที่ต้องพิจารณา เพราะภาคการค้าปลีกมีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจประเทศไทยคิดเป็นสัดส่วน GDP ด้านการผลิตถึง 16.1% เป็นอันดับ 2 รองลงมาจากภาคอุตสาหกรรม และทำให้เกิดการจ้างงานมากที่สุด คิดเป็น 16% ของการจ้างงานทั้งประเทศ.  

โดย ยี่สิบแปดกันยา

 

กลับไปที่ www.oknation.net