วันที่ จันทร์ พฤศจิกายน 2563

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

5 กีฬา ตัวช่วยเพิ่มความสูงให้ลูกได้อย่างสมวัย


1.กระโดดเชือก

วิธีกระโดดเชือก

1. ฝึกให้ลูกกระโดดโดยไม่ต้องใช้เชือกก่อน โดยเน้นฝึกการวางท่าทางในการกระโดดให้ถูกต้อง หรือคุณพ่อคุณแม่ทำให้ดูเป็นตัวอย่างก่อน
2. ฝึกการเหวี่ยงเชือกด้วยข้อมือ โดยการรวบด้ามจับสองข้าง ถือด้วยมือข้างเดียว แล้วหมุนเชือก ข้างๆ ลำตัว
3. ฝึกหมุนเชือกด้วยมือข้างเดียว พร้อมกับกระโดดไปด้วย
4. ฝึกการหมุนควบคุมเชือกให้ลอดผ่านปลายเท้า ด้วยมือทั้งสองข้างโดยยังไม่ต้องกระโดด
5. ฝึกกระโดดจริง เริ่มต้นจาก 1 ครั้ง แล้วค่อยๆ เพิ่มจำนวนครั้งขึ้นเรื่อยๆ
6. ฝึกให้ลูกกระโดดเชือกเป็นประจำ เนื่องจากการกระโดดเชือกนั้นต้องใช้ความคุ้นเคย การฝึกฝนเป็นประจำจะทำให้ร่างกายจดจำลักษณะการเคลื่อนไหวนั้น และทำให้ลูกสามารถกระโดดได้คล่องมากยิ่งขึ้น

เคล็ดลับ
การกระโดดเชือกให้ได้ประโยชน์สูงสุด ต้องทำอย่างต่อเนื่องวันละ 20-30 นาทีขึ้นไป อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3-6 วัน อาจเป็นช่วงเวลาตอนเย็นหลังกลับจากเลิกเรียน เมื่อลูกทำการบ้านเสร็จก็ชวนลูกเพิ่มความสูงด้วยการกระโดดเชือก

2.แทรมโพลีน

วิธีการเล่นแทรมโพลีน
1. สวมใส่เสื้อผ้าสบายๆ ไม่ควรเป็นกางเกงยีนส์
2. หาสถานที่ ที่มีเครื่องเล่นแทรมโพลีนที่ได้มาตรฐาน
3. ก่อนกระโดดต้องงดการกินอาหาร 1-2 ชั่วโมง
4. หากใช้เครื่องเล่นแทรมโพลีนที่ซื้อมาเอง
5. ควรตรวจสอบความปลอดภัย สถานที่ตั้ง ห้องไม่ต่ำไม่ติดเพดานเกินไป พื้นด้านล่างเท่ากัน
6. ไม่ควรกระโดดจากพื้นขึ้นแทรมโพลีน หรือกระโดดจากแทรมโพลีนลงพื้น
7. การกระโดดบนแทรมโพลีนให้กระโดดทีละคน ไม่ควรกระโดดพร้อมกันในเวลาเดียวกันหลายๆ คน
8. ไม่ควรตีลังกาบนแทรมโพลีน

ข้อควรระวังการเล่นแทรมโพลีน
• ควรตรวจสอบอุปกรณ์และชิ้นส่วนทุกชิ้นให้อยู่ในสภาพดีอยู่เสมอ
• ควรมีผู้ใหญ่คอยให้การดูแลอยู่ตลอดเวลาในการเล่น

3.โหนบาร์

วิธีการโหนบาร์
1. ค่อย ๆ จับตัวลูกขึ้นที่เครื่องเล่นบาร์ สอนลูกจับบาร์โหนให้แน่น โดยใช้มือทั้ง 2 ข้างจับ ความกว้างประมาณหัวไหล่ลูก คุณพ่อคุณแม่ต้องคอยดูแลใกล้ชิดอยู่ตลอดเวลา แล้วลองปล่อยตัวลูกให้จับบาร์ด้วยตัวเอง
2. ปล่อยตัวลูกให้จับบาร์ด้วยตัวเอง จากนั้นเกร็งกล้ามเนื้อแขน กล้ามเนื้อไหล่ กล้ามเนื้อหลัง ดึงลำตัวค้างไว้ คุณพ่อคุณแม่ต้องคอยดูแลใกล้ชิดอยู่ตลอดเวลา

ข้อควรระวังการเล่นโหนบาร์
• ควรตรวจสอบความสูงของบาร์ว่าสูงมากกว่าส่วนสูงเกินไปหรือไม่ บาร์ควรมีความสูงพอดี และไม่ให้เท้าลูกแตะพื้น
• ตรวจสอบอุปกรณ์ชิ้นส่วนทุกชิ้นให้อยู่ในสภาพดีอยู่เสมอ
• คุณพ่อคุณแม่ต้องคอยดูแลลูกอย่างใกล้ชิดอยู่ตลอดเวลาในการเล่น

4.ว่ายน้ำ

วิธีการว่ายน้ำ
1. เตรียมชุดว่ายน้ำสำหรับลูก และอุปกรณ์ต่างๆ ให้เรียบร้อย รวมถึงพาลูกมาสระว่ายน้ำเพื่อให้ลูกรู้สึกคุ้นชินกับสถานที่
2. หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารก่อนว่ายน้ำ หากเพิ่งรับประทานอาหารเสร็จควรให้ลูกนั่งพักและรอประมาณ 1 ชั่วโมงจึงค่อยลงว่ายน้ำ
3. เลือกสระน้ำอุ่น เนื่องจากว่าเด็กยังไม่สามารถปรับอุณหภูมิร่างกายได้ดีเท่าผู้ใหญ่ การว่ายน้ำในสระที่มีอุณหภูมิน้ำเย็นอาจส่งผลต่อสุขภาพได้ คุณพ่อคุณแม่จึงควรให้ลูกลงว่ายน้ำในสระน้ำอุ่นที่มีอุณหภูมิประมาณ 32-33 องศาเซลเซียส แต่หากจำเป็นต้องลงว่ายน้ำในสระปกติให้นำลูกขึ้นจาก สระทุกๆ 10 นาทีเพื่อทำให้ร่างกายอบอุ่น และคุณพ่อคุณแม่ต้องสังเกตการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายของลูกในระหว่างที่แช่น้ำอยู่เสมอ หากริมฝีปาก นิ้วมือ หรือนิ้วเท้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีม่วง ให้นำลูกขึ้นจากสระน้ำทันที
4. สร้างบรรยากาศให้สนุกสนาน คุณพ่อคุณแม่ควรลงไปว่ายน้ำกับลูกและสร้างบรรยากาศที่สนุกสนานไปด้วย อย่างการร้องเพลงหรือเล่นเกม และมีใบหน้าที่ยิ้มแย้มอยู่เสมอ เพื่อให้ลูกรู้สึกปลอดภัยและคิดว่าการว่ายน้ำเป็นเรื่องสนุก
5. คุณพ่อคุณแม่ต้องดูแลลูกอย่างใกล้ชิด ต้องอุ้มลูกด้วยวิธีที่ถูกต้องอยู่เสมอเมื่ออยู่ในสระว่ายน้ำ สำหรับเด็กที่ว่ายน้ำเป็นแล้วอาจปล่อยให้เด็กว่ายน้ำเองได้ แต่จำเป็นต้องเฝ้าดูอยู่ตลอดเวลาและพร้อมเข้าช่วยเหลือทันทีหากเกิดอุบัติเหตุใดๆ

ข้อปฏิบัติหลังว่ายน้ำเสร็จ
คุณพ่อคุณแม่ต้องเตรียมเสื้อผ้า ผ้าเช็ดตัวหนาๆ ไว้ให้พร้อม รีบห่อตัวลูก พาไปอาบน้ำทำความสะอาดเช็ดตัวให้แห้งทันทีหลังเลิกเล่น

5.บาสเกตบอล

วิธีการเล่นบาสเกตบอล
1. คุณพ่อคุณแม่ต้องเตรียมความพร้อมเรื่องอุปกรณ์ เสื้อผ้า รองเท้าสำหรับการเล่นกีฬาของลูก รวมถึงสถานที่ในการเล่นให้พร้อม
2. ควรให้ลูกทานอาหารให้เรียบร้อย ก่อนเล่นประมาณ 1 ชั่วโมง
3. คุณพ่อคุณแม่ต้องให้ลูกวอร์มร่างกายก่อน อย่างเช่น การพาลูกวิ่งเล่นเบาๆ รอบสนาม
4. เมื่อร่างกายพร้อมแล้ว ฝึกการรับส่งลูกบาสเกตบอล คุณพ่อคุณแม่ยืนห่างลูกประมาณ 1-2 เมตร แล้วผลัดกันรับส่งลูกบาสเกตบอล
5. ต่อไปเริ่มสอนลูกให้ฝึกการชู้ตลูกบาสเกตบอลเข้าห่วงประตู คุณพ่อคุณแม่ต้องทำให้ลูกดูเป็นตัวอย่างก่อน หลังจากนั้นให้ลูกเริ่มทำด้วยตัวเอง และคุณพ่อคุณแม่ต้องคอยดูแลความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด

การออกกำลังกายจะช่วยสนับสนุนการเจริญเติบโตของร่างกาย โดยระยะเวลาการออกกำลังกายที่พอเหมาะคือ 45 - 60 นาทีต่อวัน ควรเป็นกิจกรรมที่มีแรงกระแทกจากการกระโดด อย่างเช่น 5 กีฬาที่กล่าวข้างต้น ที่จะช่วยกระตุ้นข้อต่อกระดูกให้มีการยืดตัวขึ้น เพิ่มความยาวของกระดูกสันหลัง และยังช่วยเสริมสร้างร่างกายเพิ่มความสูงและน้ำหนักของลูกให้สมวัยได้ค่ะ

https://pediasure.co.th/growup-right/5sports-support-child-height

โดย คนชอบโพสสุขภาพ

 

กลับไปที่ www.oknation.net