วันที่ พฤหัสบดี ธันวาคม 2563

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

โลกคู่ขนาน Parallel Universe กับ ความพัวพัน entanglement (ควอนตัมในชีวิตจริง)


โลกคู่ขนาน Parallel Universe กับ ความพัวพัน entanglement (ควอนตัมในชีวิตจริง)

 

ตามที่เรารู้ๆกันอยู่ว่า ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนมีสองด้าน แต่ความมีสองด้านในระดับควอนตัมนั้นจะมีความแตกต่างออกไปคือ มีสองด้านและไม่ได้มีสองด้าน (มีเท่ากับและหรือมีไม่เท่ากับ และ มีมากกว่าและหรือมีน้อยกว่าในสิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกัน ยกตัวอย่างเช่น แสงและสเปกตรัมของแสง หรือ แม่สีวิทยาศาสตร์หรือแม่สีของแสง (แดง เขียว น้ำเงิน ) กับ แม่สีวัตถุธาตุ (แดง เหลือง น้ำเงินตัวอย่างที่ง่ายกว่านั้นคือ บนล่าง ซ้ายขวา หน้าหลัง นอกใน 

 

ในระบบควอนตัม การมีความรู้ความเข้าใจเพียงด้านใดด้านหนึ่งหรือสองด้านไม่พอ เราจำเป็นต้องมีความรู้ความเข้าใจรอบด้านคือ รู้ทั้ง บนล่าง ซ้ายขวา หน้าหลัง ที่อยู่ด้านนอกแล้วยังต้องรู้ บนล่าง ซ้ายขวา หน้าหลัง ที่อยู่ด้านในด้วย ดังคำสุภาษิตจีนที่ว่า  รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง นอกจากเราจะรู้ว่าคนอื่นทำและไม่ทำอะไรแล้ว เรายังต้องรู้ว่า ตัวเราทำและไม่ทำอะไรด้วยระบบจึงจะมีความสมบูรณ์ การรู้เพียงด้านใดด้านหนึ่งอาจนำเราไปสู่หายนะได้โดยไม่รู้ตัว ยกตัวอย่างเช่น การถก ...จัดระเบียบทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ 2561 (2) | รายการถามตรงๆกับจอมขวัญ | 27 .. 63 ที่แสดงให้เห็นถึงการมีอยู่ของโลกคู่ขนาน Parallel Universe และ ความพัวพัน entanglement ที่เชื่อมต่อถึงกันผ่านหลักการซ้อนทับ (superposition principle) ที่มีทั้งความเป็นวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์มูลฐาน และเลขยกกำลัง

 

เราจะมองเห็นและเข้าใจโลกในแบบที่เราเป็นจะเห็นได้ว่า ทั้งพิธีกรและผู้ร่วมสนทนาทั้งสองท่านต่างก็มีข้อมูลความรู้ความเข้าใจที่เกี่ยวกับพ...จัดระเบียบทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ 2561 ในส่วนของตัวเองที่แตกต่างกัน ถ้าหากจะกล่าวในระดับควอนตัมจุลภาคจะถือว่า ถูกทั้งคู่ แต่ถ้าหากกล่าวในระดับควอนตัมมหภาคจะมีฝ่ายหนึ่งถูกฝ่ายหนึ่งผิด หรือ มีฝ่ายหนึ่งชนะฝ่ายหนึ่งแพ้ ซึ่งไม่ว่าเราจะมองในระดับควอนตัมจุลภาคหรือมองในระดับควอนตัมมหภาค ทั้งสองทางต่างก็นำไปสู่ปฏิทรรศน์ (paradox) ที่ทำให้เกิดเครื่องหมายคำถามที่ไม่มีวันสิ้นสุดทั้งสิ้น ดังนั้นการแก้ปัญหาที่จะช่วยทำให้จำนวนคำถามลดน้อยลงเรื่อยๆจนในที่สุดไม่เหลือคำถามเลยคือ การทำความเข้าใจทั้งในระดับควอนตัมจุลภาคและควอนตัมมหภาค เนื่องจากในระดับควอนตัมจุลภาคที่ถือว่า ถูกทั้งคู่นั้นจะมีความน่าจะเป็นสองทางคือ ถูกทั้งคู่และไม่ถูก (ผิดทั้งคู่ หรือในระดับควอนตัมมหภาคที่มีฝ่ายหนึ่งถูกฝ่ายหนึ่งผิด หรือ มีฝ่ายหนึ่งชนะฝ่ายหนึ่งแพ้นั้นจะมีความน่าจะเป็นสองทางคือ ชนะหรือแพ้อย่างใดอย่างหนึ่งและไม่ชนะหรือไม่แพ้อย่างใดอย่างหนึ่ง แต่เป็นทั้งผู้แพ้และผู้ชนะในเวลาเดียวกัน และไม่ได้เป็นทั้งผู้แพ้และผู้ชนะในเวลาเดียวกัน (สถานะสองสถานะคือ เป็นผู้ชนะและผู้แพ้ และมีสภาวะกึ่งผู้ชนะกึ่งผู้แพ้ ที่ทั้งสองฝ่ายต่างก็อยู่ในสถานะและสภาวะที่อยู่ตรงกันข้ามกัน แต่ภายใต้สถานะและสภาวะที่อยู่ตรงกันข้ามกันก็ไม่ได้อยู่ตรงกันข้ามกันที่เดียว แต่เป็นโลกคู่ขนาน Parallel Universe และ ความพัวพัน entanglement ที่ตามสถานะของทั้งสามคนณ.เวลานั้นในระบบควอนตัมถือเป็นองค์ประกอบของระบบเดียวกัน **เวลาและสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปสามารถนำไปสู่สถานะและสภาวะที่เปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน ดังนั้นการยึดติดอยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งหรือความคิดใดความคิดหนึ่งหรือความรู้สึกใดความรู้สึกหนึ่งหรือสถานการณ์ใดสถานการณ์หนึ่งจะไม่ส่งผลดีต่อตัวเองและผู้อื่นซึ่งความน่าจะเป็นในระดับควอนตัมจุลภาคจะแยกออกเป็นสองทางคือ ไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่งและไม่ได้ไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง (ไปทุกทิศทางยกตัวอย่างที่เห็นง่ายๆเช่น การแพร่เชื้อโควิด 19 ที่คนหนึ่งคนสามารถแพร่เชื้อให้กับผู้สัมผัสใกล้ชิดได้ไม่จำกัด ในทางกลับกันคน 10 หรือมากกว่าอาจได้รับเชื้อมาจาคนคนเดียว (การย้อนกลับและไม่ย้อนกลับ กระบวนการ Adiabatic & Isentropic Process)

 

การใช้ชีวิตแบบเก่าจะทำให้เรามองสถานการณ์โควิดภายในประเทศในปัจจุบันว่า ผู้ที่ตรวจพบเชื้อโควิดโดยการลักลอบเข้าประเทศทางช่องทางธรรมชาติและไม่กักตัวตามมาตราการของรัฐ ซึ่งเป็นเหตุทำให้เกิดความวุ่นวายและส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตและเศรษฐกิจของผู้อื่นในวงกว้างนั้นเป็นผู้ที่เห็นแก่ตัวและสมควรได้รับการลงโทษ

แต่การเข้าสู่โลกควอนตัมจะทำให้การมองสถานการณ์ต่างๆเปลี่ยนไปในลักษณะที่กลับด้านกันอย่างสิ้นเชิงและไม่สิ้นเชิงในสิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกัน ความหมายคือ เราจะยังมองเห็นความวุ่นวายและผลกระทบต่างๆที่เกิดขึ้น แต่เราจะไม่กล่าวโทษว่าเป็นความผิดของผู้ติดเชื้อที่ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฏหมายทั้งหมด มีคำกล่าวที่นิยมกล่าวกันอย่างกว้างขวางว่า ตบมือข้างเดียวไม่ดัง การมองโลกในด้านของความเป็นมนุษย์ด้านเดียวไม่พอ เราจำเป็นต้องมองโลกในด้านของความเป็นพลังงาน สสารและข้อมูลที่ทั้งหมดคือ สิ่งเดียวกัน ยกตัวอย่างง่ายๆเช่น ถ้าหากเราสามารถมองเห็นฝุ่นผงทั้งหมดที่ลอยอยู่ในอากาศ เราจะไม่อยากหายใจเอาอากาศเหล่านั้นเข้าสู่ปอดเลย เช่นเดียวกันกับการมองสถานการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นถ้าหากเราเข้าสู่โลกควอนตัมเราจะไม่กล่าวโทษหรือกล่าวหาผู้ใด ตรงกันข้ามเราจะรู้และเข้าใจว่าสถานการณ์หรือสิ่งต่างๆเกิดขึ้นจากอะไร ทำไมถึงเกิด

 

มนุษย์อาจจะคิดว่าตัวเองคือ ผู้ยิ่งใหญ่ ที่สามารถสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์และเทคโนโลยีต่างๆมากมาย แต่ในความเป็นจริงเราไม่ได้เป็นสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยสมบูรณ์ และกล่าวได้ว่าเราทุกคนต่างก็ทำหน้าที่เป็นทั้งประตูและกระจกให้กับตัวเราเองและผู้อื่นในเวลาเดียวกัน

 

ควอนตัมคือ ความน่าจะเป็นระหว่างอดีตและอนาคตที่มีปัจจุบันเป็นตัวเชื่อม ในอดีตมนุษย์จะใช้ชีวิตวิ่งตามอนาคต แต่ในอนาคตมนุษย์จะใช้ชีวิตกลับด้านโดยให้อนาคตเป็นฝ่ายวิ่งตาม ยกตัวอย่างเช่น การเดินทางข้ามเวลาที่ปรากฏอยู่ในภาพยนตร์และละครต่างๆมากมายที่กล่าวถึง คนในยุคปัจจุบันได้เดินทางกลับไปในยุคอดีต และสามารถบอกคนในยุคอดีตได้ว่าจะมีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นบ้าง ซึ่งคนในยุคอดีตจะคิดว่า ผู้ที่เดินทางย้อนกลับไปเป็นผู้หยั่งรู้อนาคตหรือผู้วิเศษ แต่ในความเป็นจริงผู้ที่เดินทางย้อนกลับไม่ได้เป็นผู้หยั่งรู้อนาคตหรือผู้วิเศษแต่อย่างใด แต่เป็นเพียงคนธรรมดาซึ่งสิ่งที่รู้ก็เป็นเพียงอดีตที่เกิดขึ้นแล้ว แต่เป็นอนาคตของพวกที่อยู่ในอดีตท่านั้นเอง ถ้าหากคุณพิจารณาสถานการณ์โดยใช้วิทยาศาสตร์เป็นเครื่องนำทางคุณจะเห็นว่า การเดินทางข้ามเวลาเกิดจากการพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือระหว่างกรวยแสงแห่งอนาคตและกรวยแสงแห่งอดีตภายในชั่ววินาทีเหมือนปลาที่ว่ายอยู่ในน้ำโดยมีแรงโน้มถ่วงและแรงดึงดูดเป็นเครื่องมือ จึงกล่าวได้ว่า การเดินทางข้ามเวลาที่ปรากฏอยู่ในภาพยนตร์และละครต่างๆมากมายก็คือ จิตนาการที่สามารถทำให้เกิดขึ้นและหรือเกิดขึ้นได้จริงในชีวิตจริงของเรานั่นเอง เพียงแต่เราไม่จำเป็นต้องย้อนเวลากลับไปในอดีต สิ่งที่เราต้องทำคือเอาอนาคตมาทำให้เป็นปัจจุบันก่อนที่อนาคตจริงจะเกิดขึ้น (อนาคตวิ่งตามเราซึ่งหลักการดังกล่าวไม่ได้เป็นความลับ แต่ได้ถูกนำไปใช้กันอย่างกว้างขวางในหมู่ของนักสร้างแรงบันดาลใจ นักธุรกิจ นักวิชาการ นักกีฬา หรือผู้สร้างสรรค์ความบันเทิงในรูปแบบต่างๆทุกสาขาทุกวิชาชีพทั่วโลก เพียงแต่หลักการที่ถูกนำไปใช้กันอย่างกว้างขวางนั้นยังไม่ใช่หลักการที่มีความสมบูรณ์ 100% อีกนัยหนึ่งคือ มีความสมบูรณ์ 100% ในด้านความั่นคงมั่งคั่งทางการเงิน แต่ไม่สมบูรณ์ในด้านความรู้สึกที่ส่งผลโดยตรงต่อความสุขทุกข์ การเจ็บไข้ได้ป่วย การเกิดอุบัติเหตุ การเกิดและตาย รวมทั้งความเสียหายหรือได้มาต่อทรัพย์สินของมีค่า ภัยพิบัติทางธรรมชาติต่างๆ ถ้าหากคุณสามารถนำพาความคิด ความรู้สึกและการกระทำของคุณเดินออกจากความยุ่งเหยิงสับสนวุ่นวายต่างๆไปได้ คุณจะได้สัมผัสกับโลกควอนตัมที่อยู่อีกด้านหนึ่งที่ไม่เหลือความไร้ระเบียบและไม่เหลือความยุ่งเหยิงวุ่นวายสับสนเหลืออยู่เลย

 

#Change

โดย Enlightened

 

กลับไปที่ www.oknation.net