วันที่ จันทร์ ธันวาคม 2563

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

วัดเขาพระอังคาร จ.บุรีรัมย์


วัดเขาพระอังคาร จ.บุรีรัมย์


“วัดเขาพระอังคาร” … ตั้งอยู่ที่ บ้านเจริญสุข ต.เจริญสุข อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ บนยอดเขาพระอังคารซึ่งสูงประมาณ 320 เมตรจากระดับน้ำทะเล

ตามประวัติลายแทงธาตุพนม กล่าวว่า … เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จเข้าสู่ปรินิพพานแล้วที่เมืองกุสินารา หลังจากถวายพระเพลิงพระบรมศพแล้ว โทณพราหมณ์ได้แจกพระธาตุไป 8 พระนคร อยู่มามีเมือง ๆ หนึ่งไปขอพระธาตุหลังจากพระธาตุได้แจกไปหมดแล้ว โทณพราห์มจึงเอาทะนานทองตวงเอาธาตุพระอังคาร (ขี้เถ้า) มอบให้มา

คนที่ได้พระอังคารธาตุ จึงได้เดินทางกลับมาทางทิศอีสานใต้ พอถึงภูเขาลูกนึงคือ “ภูเขาลอย” มีรูปลักษณะสวยงามรูปร่างเหมือนรูปพญาครุฑนอนคว่ำหน้า จึงมีความคิดว่าน่าจะนำพระอังคารธาตุบรรจุไว้ที่แห่งนี้

มีการสถานที่บรรจุพระอังคารธาตุไว้ที่ไหล่ข้างซ้ายของพญาครุฑ และเปลี่ยนชื่อ “ภูเขาลอย” เป็น “ภูเขาพระอังคาร” ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

“ภูเขาพระอังคาร” เป็นแหล่งศึกษาด้านธรณีวิทยาเกี่ยวกับภูเขาไฟและมีความสำคัญเกี่ยวกับโบราณคดี ยังมีทรัพยากรหินที่สำคัญ ทรัพยากรป่าไม้หลากหลายพันธุ์ รวมทั้งยังเป็นแหล่งศึกษาเกี่ยวกับวัฒนธรรม ประเพณี ความเชื่อ ศาสนา และวิวัฒนาการในการสร้างศาสนสถานด้วยน้ำมือมนุษย์อย่างแท้จริง ในสมัยโบราณของบรรพบุรุษของชาวอีสานใต้

“วัดเขาพระอังคาร” … เชื่อว่าเป็นวัดที่สร้างมานานในยุคที่ขอมเรืองอำนาจในพื้นที่แถบนี้ และน่าจะสร้างในยุคเดียวกันกับปราสาทหินเขาพนมรุ้ง

 

ส่วนสถาปัตยกรรมสิ่งก่อสร้างที่เห็นในวัดปัจจุบัน ส่วนใหญ่สร้างใหม่ทับของเก่า อันเนื่องจากสาเหตุที่สิ่งก่อสร้างเดิมขาดการทะนุบำรุงมาเป็นเวลานานหลายร้อยปี จนทรุดโทรมลง

ในเดือนมกราคม  พ.ศ. 2520 พระอาจารย์ปัญญา  วุฒิโส  ได้เดินธุดงค์มายังเขาพระอังคาร  ก็ได้พบเห็นโบราณวัตถุศักดิ์สิทธิ์ควรแก่การสักการบูชา  คือพระอังคารธาตุ  รอยพระพุทธบาทจำลอง  ใบเสมาศิลาแลง 8  คู่  8  ทิศ  แผ่นเสมาศิลาแลงแกงสลักเป็นรูปต่าง ๆ รูปเสมาธรรมจักรอันเป็นสัญลักษณ์ของพระพุทธศาสนา ... ตามที่หลวงปู่วิริยะเมฆ นิมิตให้ทุกอย่างจึงได้จัดตั้งสำนักปฏิบัติธรรมเรื่อยมาและมีญาติโยมจากหมู่บ้านใกล้เคียงและต่างจังหวัดมารักษาศีลปฏิบัติธรรมอยู่ประจำเสมอมา

ปัจจุบันเขาพระอังคารได้จัดเป็นแหล่งท่องเที่ยวโบราณสถานและโบราณวัตถุของจังหวัดบุรีรัมย์อีกแห่งหนึ่งเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมของพุทธศาสนิกชนชาวพุทธ

สถาปัตยกรรมของโบสถ์และสิ่งก่อสร้างภายในวัดดูสวยงามแปลกตา โดยสร้างเลียนแบบสถาปัตยกรรมสมัยต่างๆ หลายรูปแบบที่น่าสนใจ

พระอุโบสถ … ออกแบบโดยนำศิลปะและสถาปัตยกรรมยุคสมัยต่างๆ มาผสมกลมกลืนรูปลักษณ์อุโบสถคล้ายปรางสามยอด  มียอดเจดีย์แต่ละองค์ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยม  ลดหลั่นกันไป  กึ่งกลางของฐานแต่ละชั้นทำเป็นชั้นทำเป็นซุ้มเรือนแก้วประดับอย่างสวยงามที่น่าสนใจ  คือมีพระประธานพระพุทธรูปปางมารวิชัย มีความสวยงาม แต่แตกต่างจากโบสถ์วัดทั่วไป  เป็นโบสถ์ทรงแปลก ไม่มีช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ รายล้อมรอบด้วยพระพุทธรูปปางมารวิชัย 109 องค์

ภายในโบสถ์ … มีจิตรกรรมฝาผนังภาพพุทธประวัติ

 

จิตรกรรมฝาผนังภาพพุทธประวัติและเรื่องราวพุทธชาดก เขียนบรรยายภาพเป็นภาษาอังกฤษ เนื่องจากช่างวาดภาพเป็นชาวพม่า

พระอังคารธาตุเป็นสิ่งที่ควรสักการบูชาได้ประดิษฐานไว้บนอุโบสถ

บริเวณวัดเป็นปากปล่องภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้ว คาดว่าเคยเป็นที่ตั้งของโบราณสถานสมัยทวารวดี ด้วยเหตุที่มีการพบเสมาหินที่แกะสลักสลักเป็นรูปต่าง ๆ สมัยดังกล่าวหลงเหลืออยู่เป็นจำนวนมาก ... ใบเสมาสมัยทวารวดีเหล่านี้ทำด้วยหินบะซอลท์ซึ่งไม่เคยพบใบเสมาแบบเดียวกันนี้ในประเทศไทยเลย

ใบเสมา 8 คู่ ตั้งอยู่ 8 ทิศ ... ขนาดสูง 108 ถึง 210 เซนติเมตร  เป็นศิลปะขอมแบบไพรกเม็ง  สันนิษฐานว่ามีอายุราวพุทธศตวรรษที่  13-14  เกือบทุกหลักสลักเป็นเทวรูปยืนถือดอกบัว  แต่งกายตามแบบความนิยมของคนในยุคนั้นคือนุ่งผ้าสั้นมีชายพกด้านขวา  เทวรูปส่วนใหญ่มีลักษณะไม่สมบูรณ์เพราะถูกขโมยลักลอบสกัดเอาภาพพระพักตร์ออกไป  จึงได้ใช้ปูนปั้นพอกซ่อมแซมไว้

ชอบลักษณะดั้งเดิมของใบเสมาที่แกะสลักเป็นรูปต่างๆที่ไม่ซ้ำกัน ดูคลาสสิกและเปี่ยมคุณค่า

ใบเสมาสมัยทวารวดี ภายในพระตำหนักศักดิ์สิทธิ์ ... ลักษณะใบเสมาที่เก็บไว้ที่นี่ ค่อนข้างสมบูรณ์  บนใบเสมาสลักเป็นรูปทิพยบุคคลหรือเทวรูปในพระพุทธศาสนานิกายมหายานประทับยืนบนแท่นสี่เหลี่ยมด้านหลังมีพัดโบก และมีฉัตรอยู่ด้านบน

... แต่น่าเสียดาย (ความรู้สึกส่วนตัว)ที่มีการปิดทองเหลืองอร่าม ผิดแผกไปจากลักษณะดั้งเดิม

พระพุทธรูปโบราณ … ภายในตำหนักหลวงปูวิริยะเมฆ

เทวรูปเจ้าเมืองขอม … ด้านหนึ่งของตำหนักหลวงปูวิริยะเมฆ

พระนอนขนาดใหญ่ 1 องค์

รูปเสมาธรรมจักรอันเป็นสัญลักษณ์ของพระพุทธศาสนา  สร้างเมื่อสมัยใดไม่มีใครทราบ

พระคันธารราษฎร์ และรอยพระพุทธบาทจำลอง  ... รอยพระพุทธบาทจำลองปรากฏชัด สันนิษฐานว่าโบราณวัตถุเหล่านี้น่าจะสร้างในยุคเดียวกับปราสาทหินพนมรุ้ง หรือมากกว่า 2,000 ปี ในปี  พ.ศ. 2471 หลวงพ่อก้อน ยโสธโร วัดโพธาราม บ้านผักหวาน ตำบลถนนหัก อำเภอนางรอง  ได้รับสมณศักดิ์เป็นพระครูโสภณธรรมคุต ตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอนางรองได้นำพระภิกษุสามเณรและญาติโยมบ้านผักหวาน มาสร้างศาลาเก็บรอยพระพุทธบาทจำลองเพื่อทำบุญเดือน 6 เป็นประจำทุกปี

ต่อมา ในพ.ศ. 2494  พระครูโสภณธรรมคุตได้มรณภาพลง  โบราณสถานวัตถุก็ขาการทะนุบำรุง  จะมีแต่ชาวบ้านในละแวกใกล้เคียง  เช่น  บ้านเจริญ  บ้านหนองสะแก  บ้านป่ารังมาทำบุญตักบาตรเพื่อทำพิธีบวงสรวงขอฝนทุกปี

มณฑปประดิษฐานพระพุทธรูป ...

โดย Supawan

 

กลับไปที่ www.oknation.net