วันที่ จันทร์ ธันวาคม 2563

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

กฎว่าด้วยความโง่เขลา The Basic Laws of Human Stupidity


คงไม่มีใครวิเคราะห์นามธรรมของ "ความไง่"ออกมาให้เห็น

เป็นรูปธรรมเชิงเปรียบเทียบได้เนียนเท่าศาสตรจารย์ทางเศรษฐศาสตร์ 

"คาร์โล เอ็ม ซิโปลลา" (1922- 2000) แห่ง UC Berkeley

ที่จำแนกมนุษย์ที่โดยธรรมชาติเมื่อตัดสินใจอะไรในชีวิต

ย่อมคำนึงถึงอรรถประโยชน์สูงสุดออกเป็น 4 กลุ่ม คือ

I=Intelligent people

H=Helpless people

B=Bandits

S=Stupid people

 

แลัวพบว่า

1. คนฉลาด (I) ได้ประโยชน์แห่งตน และผู้อื่นได้ประโยชน์ด้วย (++) 

2. แม่ยก (H) เสียประโยชน์ตน แต่ยังประโยชน์ให้ผู้อื่น (-+)

3. โจร (B) ได้ประโยชน์ตน ทำลายประโยชน์ผู้อื่น (+-)

4.  คนโง่ (S) เสียทั้งประโยชน์ตนและประโยชน์ผู้อื่น (--) 

สรุปได้ว่า คนโง่ (S) คือผู้ที่สร้างความสูญเสียให้กับบุคคลหรือกลุ่มคน

ในขณะที่ตัวเองเนื้อก็ไม่ได้กิน หนังก็ไม่ได้เอามารองนั่ง

แถมอาจต้องเอากระดูกมาแขวนคอ”

("A stupid person is a person who causes losses to another person or to a group of persons while himself deriving no gain and even possibly incurring losses."  ดู https://www.realclearscience.com/.../the_basic_laws_of...)

และนี่คือ "กฎเกณฑ์เบื้องต้นแห่งความโง่ของมนุษยชาติ"

(The Basic Laws of Human Stupidity)

(ดู https://www.realclearscience.com/blog/2016/09/the_basic_laws_of_human_stupidity.html) 

เพราะโจร (B) ยังรู้จักยังประโยชน์ให้ตัวเอง แม้จะด้วยวิถีของที่เอาเปรียบคนอื่น 

หรือพ่อพระ แม่พระ หรือแม่ยก (H) ยังได้บำเพ็ญตนเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น 

แม้ตัวเองจะไม่ได้อะไรตอบแทน

และคนฉลาด (I) รู้ว่าจะทำประโยชน์เพื่อส่วนรวมอย่างไรให้ตัวเอง

ได้อานิสงส์จากการเผื่อแผ่นั้นด้วย

ดังนั้น คนโง่จึงเป็นอันตรายที่สุดต่อมวลมนุษยชาติ

โดยเฉพาะถ้าคนนั้นเป็นผู้นำประเทศ 

แต่ไม่พบว่าศาสตราจารย์คาร์โล ซิโปลลา ตอบโจทย์ที่อาจมีบางคนถามว่า

"ทำไมในบางประเทศได้คนโง่เป็นผู้นำ?"

คิดว่าเป็นเพราะท่านเป็นนักเศรษฐศาสตร์ที่ไม่อยากล้ำเส้นคำอธิบายเชิง

รัฐศาสตร์ จึงละไว้ให้เข้าใจเอาเอง

อย่างที่ลอร์ดแอคตันยืนยันได้ยิ่งมีอำนาจมากก็ยิ่งโกงไม่รู้เรื่อง

โดย อารยา

 

กลับไปที่ www.oknation.net