วันที่ พุธ ธันวาคม 2563

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

รักเลย ณ เชียงคาน 2563


รักเลย ณ เชียงคาน 2563


เชียงคาน … ส่วนประกอบเล็กๆบนรอยหยักของแผนที่ประเทศไทย ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของจังหวัดเลย ตรงข้ามกับเมืองสานะคาม ของลาว ..

ที่นี่เป็นจุดที่แม่น้ำโขงไหลเข้าสู่ดินแดนอีสานของประเทศไทยและบรรจบกับสายน้ำเหือง ก่อนที่จะไหลลัดลำพรมแดนแผ่นดินรูปขวานด้านตะวันออกเฉียงเหนือเป็นระยะทางแสนไกล แล้วไหลวกเข้าสู่ประเทศลาวที่อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี …

ตลอดแนวอำเภอเชียงคาน-ปากชม มีถนน 211 เลียบเลาะแม่น้ำโขง ซึ่งหากมีเวลา และมีพาหนะ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ มอเตอร์ไซด์ หรือจักรยาน ก็จะได้สัมผัสบรรยากาศสวยๆตลอดทางทีเดียวค่ะ

หากสนใจประวัติศาสตร์ อาจจะเคยรู้มาบ้างว่า เชียงคานนั้นสร้างโดย ขุนพัน บุตรชายของขุนคัว เจ้าแห่งอาณาจักรล้านช้าง เมื่อปี พ.ศ. 1400

หลังจากที่มีการรบพุ่ง เกิดศึกสงครามแย่งดินแดน และโยกย้ายไปมาหลายครั้งหลายหน จนกระทั่ง ปี พ.ศ. 2484 จึงมีหารตั้งรกรากเป็น “เชียงคาน” จนถึงทุกวันนี้

เสน่ห์ของเชียงคาน ...

บางคนบอกว่าอยู่ที่การได้เดินชมอาคารบ้านเรือนที่ซุกตัวอยู่ตามซอกซอย ที่ยังมีกลิ่นอายของวันวานอยู่มาก

… บ้านที่มีการฉาบปูนฝาขัดแตะจากไม้ไผ่

 

รวมถึงบ้านไม้โบราณเบียดตัวกันเป็นแถว ที่ปัจจุบันได้ดีดแปลงมาเป็นโฮมสเตย์ เกสต์เฮ้าส์ ร้านอาหาร

เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่ถาโถมเข้ามายลเสน่ห์ของเมืองเล็กๆแห่งนี้

หลังจากที่การท่องเที่ยวบูม และมีการพูดแบบปากต่อปาก

การท่องเที่ยวในเชียงคาน เป็นอะไรที่ง่ายๆ ...

หากรักเชียงคาน แค่มาปั่นจักรยานชมวัดวาอารามที่เปี่ยมคุณค่าของศิลปะล้านนาและภาพเขียนจากช่างโบราณ จากนั้นอาจจะชมบ้านเรือนริมโขงกันก็ได้

ได้อนุรักษ์วิถีชีวิตดั้งเดิม และรักษ์โลกด้วยการไม่เพิ่มมลภาวะให้โลกรับภาระหนักมากกว่าที่เป็นอยู่ …

จะเลือกพักกาย พักใจนอนเล่นกินลมชมวิวแม่น้ำ

หรือจะเดินถ่ายภาพสวยๆ เข้าวัด หามุมสงบ ... ย่อมทำได้ทั้งนั้น

 

“ร้านเฮือนหลวงพระบาง”… เป็นร้านที่เราเลือกมารับประทานอาหารเย็น

บรรยากาศของร้าน .. มีกลิ่นอายของสถาปัตยกรรมลาวผสมอีสานที่ได้รับการปรุงแต่งแล้ว

อาจจะมองผาดและเผินได้ ไม่ต้องลึกซึ้งอะไรมากมาย

อาหารที่เราสั่ง ..

  

หลังอาหารเย็น จะมีอะไรน่าทำไปมากกว่าการได้ออกมาเดินเที่ยว ช้อปปิ้ง 

… แวะฟังเพลงริมทาง เพลงไทยที่ไพเราะมากมาย ที่ถนนคนเดินหน้าที่พักนี่เองค่ะ

สินค้าที่เห็นวางข่ายมีมากมาย ส่วนใหญ่จะเป็นงานหัตถกรรมท้องถิ่น ของที่ระลึกที่ออกแนวที่มีคำว่า “เชียงคาน” ปะปนอยู่ …

ทั้งเสื้อผ้าฝ้ายทอมือ ผ้าขาวม้า กางเกงเล ผ้าห่มและผ้าทอจากฝ้ายแท้ เสื้อยืด ผ้าพันคอ กระเป๋าผ้า ถุงผ้าเท่ๆ เครื่องเขียน สติ๊กเกอร์ แม่เหล็กติดตู้เย็น พวงกุญแจ และของฝากชิ้นเล็กๆอีกมากมายจากเชียงคาน

เชียงคานมีร้านกิ๊บเก๋อยู่หลายร้าน แต่ละแห่งสรรหาของเก่าของสะสมที่หาดูได้ยากมาตกแต่งร้าน

จึงเป็นร้านที่หลายคนเลือกที่จะมาถ่ายรูปเป็นที่ระลึก

 

หรือมานั่งเล่นชมร้านเพลินๆ ดื่มเครื่องดื่ม ไม่ว่าจะเป็นกาแฟสด ชานมน้ำผึ้ง ชามะนาวน้ำผึ้ง  โอวัลตินภูเขาไฟ อิตาเลียนโซดา และทานของว่างอร่อยๆ อาทิ วาฟเฟิลเนยน้ำผึ้ง โอศครีมกะทิ ฯลฯ

... หรือจะทานของกินเล่นๆ ที่มีให้เลือกมากมาย ก็เป็นสิ่งที่ทำได้เพลินๆ

กุ้งตัวเล็กๆเสียบไม้ย่าง … ไม่เคยเห็นที่ไหนที่คนขายมีความมานะพยายามในการเสียบกุ้งหลายสิบตัวกว่าจะได้สักหนึ่งไม้ ก่อนจะนำไปย่างให้หอมๆ …

ที่บ้านฉันแถวบ้านนอก เราจะนำกุ้งแบบนี้มาคั่วเกลือ หรือนำมายำเป็นกุ้งเต้นรสจัดจ้านกินอร่อยๆ

“กุ้งอะไรจ๊ะ” ฉันถามแม่ค้า

“กุ้งแม่น้ำโขง มีที่เดียวในโลกที่จับกุ้งมาเสียบไม้ คือที่นี่นะคะ” แม่ค้าตอบ

และนั่นเป็นการไขปริศนาของลูกหมูโดยชัดแจ้ง … เย้ๆๆๆๆ ได้คำตอบแล้ว

เราแวะทานไอศกรีมที่หน้าตาดูเชิญชวนมากมาย …

ชอบไอเดียที่นำแคนตาลูปลูกเล็กๆ นำมาคว้านเป็นลูกกลมๆ ท๊อปปิ้งด้วยไอศครีมธรรมดาๆรสชาติกะทิ ราดด้วยนมสด ผสมผสานออกมาเป็นรสชาติที่ยอดเยี่ยมมากค่ะ

เช้าวันใหม่ … ฉันเฝ้ามองพระสงฆ์ที่ออกมารับบิณฑบาตเป็นแถวเป็นแนว โดยมีนักท่องเที่ยวจำนวนหนึ่งนั่งพับเพียบหน้าห้องแถวไม้ เพื่อรอร่วมทำบุญกับคุณตาคุณยายแห่งเชียงคาน

ศรัทธาในพุทธศาสนายังดำเนินไปอย่างเหนียวแน่นและเงียบเชียบ ประเพณีการตักบาตรข้าวเหนียวจึงถูกสืบทอดมาชั่วกาลเวลาจากอดีตจนถึงปัจจุบัน …

ไม่มีใครกังวลกับการถูกถ่ายรูปจากนักท่องเที่ยว ขณะปั้นข้าวเหนียวก้อนแล้วก้อนเล่าใส่ลงไปในบาตรอย่างนิ่มนวล จนกระทั่งพระสงฆ์เดินลับหายไปกับมุมหนึ่งของถนน

คนเชียงคานสอนนักท่องเที่ยวที่มาเยือนให้รู้จักความหมายของคำว่า “เรียบง่าย” ชัดเจนยิ่งขึ้น … ผ่านรอยยิ้ม และอัธยาศัยอันอบอุ่น และวิถีชีวิตจริงๆที่พวกเขาเป็น

แม้จะไม่ใช่วิถีชีวิตที่ดอกผล รายได้ ไม่ขึ้นกับฤดูกาลมาก เหมือนกับชาวอีสานอื่นๆเคยชิน … แต่ชาวเชียงคานก็ขายวิถีชีวิตธรรมดาๆ ที่เคยดำเนินมาเป็นปกติตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษ

เสน่ห์ของเชียงคาน คือความเรียบง่าย ไม่ฟุ้งเฟ้อ ความไม่มีอะไรอย่างที่เมืองใหญ่มีกัน … ฉันหวังว่าจะไม่มีผับ บาร์ คาราโอเกะ Street show แผงสินค้าบนถนนคนเดิน จนล้นเมือง … ฉันเห็นสิ่งเหล่านี้มากมายแถวๆบ้านจนเกินพอ และไม่มีเหตุผลที่จะไปดูสิ่งเดียวกันที่เชียงคานอีก

ฉันหวังว่าชาวเชียงคานจะเข้มแข็งพอที่จะรักษารูปแบบของวิถีชีวิตชนบทที่เรียบง่ายเอาไว้ได้นานๆ …

โดย Supawan

 

กลับไปที่ www.oknation.net