วันที่ จันทร์ กุมภาพันธ์ 2564

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

When My Blue Moon Turns To Gold Again


  คืนที่ดาวบางตา จันทร์ครึ่งเสี่ยวที่แขวนอยู่กลางฟ้าก็ดูหม่นหมอง ถูกเมฆหนาครอบคลุมทับไว้ ชีวิตคนเราก็ไม่แตกต่างกับท้องฟ้าเวลานี้ มีดี มีร้าย แต่ไม่มีอะไรดีมาก ถ้าใจชัดเจนถึงความไม่เที่ยงแท้ของชีวิต และก็ไม่มีอะไรร้ายมากหรือร้ายที่สุด ถ้าใจเราเรียนรู้ได้ถึงวัฏจักรการเต็มดวงและเว้าแหว่งของดวงจันทร์ เพราะผมเข้าใจเรื่องแบบนี้พอสมควร ผมจึงอยู่มาจนบัดนี้

      ผมนั่งแช่อยู่บนชานบ้าน ไม่รู้ว่านานเท่าไรแต่ก็หมดเบียร์แอลกอฮอล์ 0% ยี่ห้อหนึ่งไปสิบกว่ากระป๋องแล้ว ใจไม่อยู่กับตัว มันลอยหายไปไหนผมรู้ดีแต่เมื่อมันโง่นักก็ปล่อยมันลอยไปตามสบาย

      ตอนผมเรียนมหาวิทยาลัย ผมรักผู้หญิงอยู่คนหนึ่ง เราเรียนคณะเดียวกัน แต่ในขณะนั้นคณะวิศวกรรมมีผู้หญิงน้อยกว่าผู้ชายหลายเท่า พวกผู้หญิงจึงมักจะรวมกลุ่มกันนั่งอยู่ข้างหน้าชั้น มีเพียงแต่ "เธอ" เท่านั้นที่มานั่งอยู่ท้ายชั้นกับพวกผม เราสนิทกันทั้งกลุ่ม แต่เธอสนิทกับผมมากที่สุด เราจับมือควงแขนกันเป็นเรื่องปกติ กับเพื่อนผู้ชายคนอื่นๆ เธอจะเลือกผมก่อนคนอื่นๆ เสมอไม่ว่าจะทำอะไร อย่างงี้จะให้ผมเข้าใจว่าเธอไม่รักผมก็คงไม่ได้ใช่ไหมครับ
      เพื่อนๆ บอกว่าผมโชคดีมากเพราะเธอทั้งสวย เธอรวย เธอไม่โง่ แต่ผมโง่หรือเปล่าก็คิดไม่ตก รู้แต่ว่าเธอไปอยู่ที่ไหน ใจผมก็ตามไปด้วยแค่นั้นพอ

You taught me how to love
And now you say that we are through
I'm a fool, but I'll love you dear
Until the day I die
(เพลง “A Fool Such As I” ศิลปิน : Elvis Presley )


      หลังเรียนจบ ผมกลับมาดูแลพ่อที่ป่วยหนักอยู่ที่ปลาย จ.กาญจน์ รอยต่อ จ.สุพรรณ ทำนาทำสวนแบบในหลวง ร.9 รดน้ำด้วยระบบสปริงเกอร์พลังงานแสงอาทิตย์ เก็บน้ำด้วยกังหันลม ทำนาด้วยปุ๋ยวัชพืชกับไร่ถั่ว สนุกมากๆ เผลอไปนิดเดียวก็ผ่านไป 3 ปีกว่าแล้ว

      ความรักของผมยังคงมีอยู่เช่นเดิม เธอน่ะเป็นแฟนผมแล้ว แต่ผมจะเป็นแฟนเธอหรือเปล่าเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ดังนั้นความรักของผมจึงเหมือนกับการไขว่คว้าจับสายลมที่รับรู้ได้ว่ามีและอยู่ใกล้ๆ ตัวเราแต่จับต้องไม่ได้ หรือเหมือนกับการเห็นแสงจันทร์สกาวผ่องแต่ก็จับไขว่คว้ามาไม่ได้ ซึ่งตรงกับคำว่า love ที่เป็น abstract noun รู้ว่ามีอยู่แต่จับต้องไม่ได้เช่นกัน ซึ่งคล้ายคลึงกัน สรุปแล้ว “รักเขาข้างเดียวไง” ใครๆ ก็เคยเป็นแบบนี้กันทั้งโลกจริงไหม  

Everyday may not be good, but there is something good in everyday
Everyday may not be good,but there is something good in everyday
(เพลง “Something Good” ศิลปิน : นั่งเล่นในบ้าน)   

      วันนี้เธอคนนั้นจากผมไปกว่า 3 ปี 14 วันแล้ว แต่รอยขีดข่วนยังหลงเหลืออยู่ในหัวใจ มันบาดลึกและไม่ได้ตกสะเก็ดหลุดหายไปตามกาลเวลา เพราะเธอไม่เคยบอกว่ารักผม แต่ก็ไม่เคยปล่อยให้ผมเป็นอิสระ ทุกปีใหม่ ทุกวาเลนไทน์ ทุกวันเกิด เธอไม่เคยโทรมา ไม่มีไลน์ติดต่อ แต่ส่งจดหมายอวยพรมาจากอังกฤษ และถามผมว่า “แต่งงานหรือยัง” ทุกครั้งผมก็ตอบกลับไปทันทีว่า “ยัง” ต่อมาก็กล้ามากขึ้นตอบไปว่า “ยังรอคนรักอยู่” และในที่สุดผมก็บอกตรงๆ ว่า “ยังรอเธออยู่” แต่เธอก็ไม่ได้ตอบอะไรมาพอที่จะทำให้เห็นว่ามีแสงสว่างอยู่ที่ปลายอุโมงค์เลย

      ตามประสาคนมีตังค์จบวิศวะแล้วมักจะเรียนต่อปริญญาเอกทางเศรษฐศาสตร์ เมื่อจบแล้วเธอจึงกลับมาทำงานธุรกิจของตระกูล สวยขึ้น รวยขึ้น เหมือนจันทร์เพ็ญที่ลอยอยู่บนท้องฟ้า ส่วนผมยิ่งผิวดำคล้ำแดดแต่ก็รวยขึ้นๆ เหมือนกัน เพราะการทำไร่นาสวนผสมนั้นยิ่งนานวันยิ่งไม่มีต้นทุน ยิ่งนานไปก็ยิ่งสบาย กิจการขยายของมันไปเองอัตโนมัติ

      วันเลี้ยงรุ่นในกรุงเทพฯ ตรงกับวันเกิดของผม หรือบางปีก็เลยไปวันสองวัน ผมจึงมีเพื่อนมาร่วมฉลองวันเกิดหลายสิบคนทุกปี แต่ก็ยิ่งเจ็บช้ำกลับไปทุกปีเพราะมีแต่คนถามถึง “เธอ” หรือบอกให้ผมไปหาเธอที่บ้าน อะไรทำนองนี้มากมาย แยะเกินไปจริง

      เกือบ 4 ปีที่จากกัน รวมทั้งเวลาที่เรียนร่วมกันมาอีก 4 ปี รวมเป็น 8 ปี แล้วผมยังทนอยู่ได้ยังไง!! เอาละทนต่อไปอีกปีละกัน ผมให้คำมั่นกับพวงมาลัยรถอีกเป็นครั้งที่สอง ผมยังคงอยู่กระท่อมหลังเดิม นอกชานกว้างรับลมรับแดดและแสงจันทร์ได้เต็มที่ แต่เปลี่ยนรถที่ขับดีขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่อยากโก้ แต่กลัวตายไปบนถนนก่อนเธอเท่านั้น

      กว่าจะถึงบ้านสวนก็เกือบตี 2 แล้ว จันทร์สว่างเต็มท้องฟ้า ทั้งหิว ทั้งง่วง ผมผลักประตูบ้านที่ไม่เคยปิดมาก่อนเลยเพราะคนงานเต็มสวนไปหมด ผมปล่อยให้พวกเขาอยู่กันตามสบายเหมือนเพื่อน เหมือนพี่น้อง แต่คราวนี้ประตูกลับปิดอยู่ ผมเคาะประตูแรงๆ ประตูเปิดออก สว่างกระจ่างต่อหน้าผมด้วยรอยยิ้มที่ผมไม่เคยลืม "เธอ" ของผมยืนอยู่ตรงหน้าผม ยังสวยสงบ อ้วนขึ้นนิดหน่อย ด้านหลังเธอมีเพื่อนผู้หญิงกลุ่มหนึ่งนั่งกินเบียร์ของผมเกลื่อนห้องไปหมด ดีใจได้วูบเดียว ผมนึกในใจว่ามันต้องมีอะไรสักอย่างแน่ แต่ก็ถลาเข้ากอดเธอไว้เบาๆ เธอกระซิบให้กำลังใจบอก “กอดแรงๆ ก็ได้”

When my blue moon turns to gold again
When the rainbow turns the clouds away
When my blue moon turns to gold again
You'll be back in my arms to stay
(เพลง “When My Blue Moon Turns To Gold Again” ศิลปิน : Elvis Presley)

      แฮปปีเบิร์ธเดย์ “กก” (ชื่อเล่นผม) ทุกคนพูดพร้อมกันแล้วร้องเพลงแฮปปีเบิร์ธเดย์ให้ผมฟัง ผมชนกระป๋องเบียร์กับเพื่อนทุกคน แต่อีกมือหนึ่งก็ยังจับมือเธออยู่ ผมมีความสุขที่สุดในโลก เราสองคนจูงมือกันออกมานั่งนอกชาน
      ผมบอกเธอว่า “คิดถึงมาก” เธอตอบว่า “เหมือนกัน” ผมถามว่า “ทำไมเราไม่อยู่ด้วยกันล่ะ” เธอยิ่มเศร้าๆ ถอดวิกผมออกแล้วพูดว่า “กกจะอยู่กับเดือนไหม...อีกไม่ถึงปีแล้ว...เดือนไม่อยากให้กกจมทุกข์อยู่คนเดียวตลอดชีวิต”
      “แม้แต่อยู่กันวันเดียวผมก็ยินดี ผมจะไปสู่ขอกับพ่อของเดือนทันที” เราแต่งงานกันได้ 3 เดือน “เดือนก็ลับฟ้า” ไปด้วยโรคมะเร็ง แต่เดือนยังสว่างอยู่เต็มใจผม ผมได้แต่ฝันให้เหมือนกับเหตุการณ์ในภาพยนตร์หลายๆ เรื่อง ที่นางเอกตายแล้วกลับมาเกิดใหม่แต่ยังมีใจระลึกถึงพระเอกได้

      ปัจจุบันผมอายุ 70 กว่าแล้ว ถ้าเธอเกิดใหม่จริงๆ ก็น่าจะอายุ 20 กว่าปีได้ ผมยังคงเดินตามหา “เธอ” ไปเรื่อยๆ จนวันหนึ่ง ผู้จัดการไร่พาลูกสาวที่เพิ่งเรียนจบวิศวกรรมหุ่นยนต์มาของานทำ ผมสะดุ้งตั้งแต่เห็นทรงผมที่ม้วนเข้ายาวเคลียบ่าลงมาถึงดวงตา เหมือน "เธอ" ยังกับแกะออกมา
      “หนูชื่อปลายฟ้าค่ะ” ได้ยินเสียงเธอ ผมจึงตั้งหลักได้ ถามว่าชื่อเล่นอะไร เธอบอกว่า “ไอน้ำค่ะ” ผมนึกในใจว่าผ่านมาเกือบ 50 ปีแล้ว เด็กรุ่นใหม่ใครจะชื่อ “เดือน” ได้อย่างไรกัน
      เธอทำงานที่ไร่ได้ 3 เดือน ผมก็ส่งเธอพร้อมคนงานชายอีก 2 คนไปเรียนต่อที่เนเธอร์แลนด์

      ความเหงานั้นใครอาจเห็นว่าเป็นความทุกข์ชนิดหนึ่ง แค่ถ้าคิดให้ลึกซึ้งแล้วจะพบว่าในความเหงานั้นมีความสงบสุขที่แท้จริง ซึ่งจะหาไม่ได้ในความสุขทั่วๆ ไป ผมจึงสุขใจที่จะอยู่กับมันต่อไป ประกอบกับอายุขนาดนี้แล้วจะพาใครมาร่วมเป็นทุกข์อีกทำไมกัน

 

เพลง “ฉันจะฝันถึงเธอ” ศิลปิน : สุภัทรา อินทรภักดี
คำร้อง/ ทำนอง/ เรียบเรียง : ดนู ฮันตระกูล

เมื่อตะวันลับลา ฟ้าก็หมองมืดหม่น ทนเงียบเหงาอ้างว้าง
เมื่อเธอลาลับไกล กลับอุ่นไอไม่สร่าง ใจฉันค้างเคียงเธอ
รู้หรือไม่ว่าภายในดวงตาสองนั่น ฉันได้พบความอบอุ่นใจ
รู้หรือเปล่าว่าข้างใน รอยยิ้มของเธอ
ฉันแอบเพ้อ ละเมอคร่ำครวญ
อิ่มอบอวลไอ
อยากจะบอกซักคำ ฉันได้ถลำหัวใจ ตกอยู่ในความรัก
เมื่อตะวันนิทรา ฟ้าจะรอพบจันทร์ ฉันจะฝันถึงเธอ
รู้หรือไม่ว่าภายในดวงตาสองนั่น ฉันได้พบความอบอุ่นใจ
รู้หรือเปล่าว่าข้างใน รอยยิ้มของเธอ
ฉันแอบเพ้อ ละเมอคร่ำครวญ
อิ่มอบอวลไอ
อยากจะบอกซักคำ ฉันได้ถลำหัวใจ ตกอยู่ในความรัก
เมื่อตะวันนิทรา ฟ้าจะรอพบจันทร์ ฉันจะฝันถึงเธอ

ขอบคุณ https://www.youtube.com/channel/UC8Ft37CKqtdSH_VNas3d-qg
Facebook : Dnu Huntrakul Official https://www.facebook.com/dnunet/

 

 

โดย พล.ท.นันทเดช

 

กลับไปที่ www.oknation.net