วันที่ อังคาร กุมภาพันธ์ 2564

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

วัดหนังราชวรวิหาร


วัดหนังราชวรวิหาร


“วัดหนัง” ... เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดราชวรวิหาร สร้างขึ้นประมาณปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา

วัดนี้เป็นวัดโบราณ เป็นวัดร้างมากว่า 200 ปีแล้ว ไม่ปรากฏว่าใครเป็นผู้สร้าง

ตั้งอยู่ ณ ฝั่งเหนือคลองด่าน แขวงบางค้อ เขตจอมทอง

วัดแห่งนี้ .. เดิมเป็นวัดราษฎร์ มีสืบมาแต่โบราณ มีนามว่า “วัดหนัง” มาแต่เดิม

ถือเป็นวัดเก่าแก่ที่สำคัญอีกวัดในฝั่งธนฯ มีประวัติว่าสร้างตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ในรัชกาลสมเด็จพระสรรเพ็ชญ์ที่ 9 (พระเจ้าท้ายสระ)

ก่อนหน้าที่จะมาเป็นวัดพระอารามหลวงนี้ “วัดหนัง” เป็นวัดร้างอยู่กว่า 200 ปี

จนมารุ่งเรืองขึ้นเมื่อสมเด็จพระศรีสุลาลัย พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ทรงสถาปนาวัดขึ้นเป็นพระอารามหลวงเมื่อปี พ.ศ. 2460 ...

ด้วยเหตุนี้เองที่วัดหนังไม่ได้เป็นสถาปัตยกรรมแบบไทยผสมจีนตามแบบพระราชนิยมของรัชกาลที่ 3 แต่เป็นวัดแบบไทยๆ เพราะพระบรมราชชนนีของพระองค์ทรงสถาปนาขึ้น

พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ทำการฉลอง “วัดหนัง” ณ วันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2380 นั่นเอง

การเริ่มสถาปนาคงอยู่ในระหว่าง พ.ศ. 2367 ถึง พ.ศ. 2378 และปรากฏเจ้าอาวาสมาจนถึงปัจจุบันถึง 9 พระองค์

วัดแห่งนี้ .. ได้อยู่ในพระบรมราชูปถัมภ์ของรัชกาลที่ 3

ซึ่งพระองค์ได้ทรงโปรดเกล้าฯให้สร้างสิ่งก่อสร้างต่างๆขึ้นภายในวัดอีกหลายสิ่งด้วยกันดังที่ได้เห็นกันในปัจจุบัน

พระอุโบสถ ... ก่ออิฐถือปูนขนาด 5 ห้อง มีเฉลียงโดยรอบ

หน้าเป็นประดับกระจกเป็นรูปดอกไม้สวยงาม

ภายในพระอุโบสถประดิษฐาน "พระพุทธปฏิมากร" พระพุทธรูปศิลปะสุโขทัยเป็นพระประธาน

ประดิษฐานอยู่บนฐานแว่นฟ้า 2 ชั้น ฐานพระ 1 ชั้น แบบชุกชีในพระอุโบสถวัดพระเชตุพนฯ แต่ย่อส่วนให้เล็กลง

พระวิหาร ... มีลักษณะคล้ายกับพระอุโบสถ

ภายในแบ่งเป็นสองห้อง มีประตูทางเข้าคนละด้าน

ด้านหนึ่งประดิษฐานพระพุทธรูปศิลาพอกปูนลงรักปิดทองปางมารวิชัยไว้

พระประธานองค์นี้สันนิษฐานว่าเดิมเป็นพระประธานของวัด รวมทั้งตัวพระวิหารก็สันนิษฐานว่าเป็นพระอุโบสถเก่าก่อนที่จะถูกบูรณะในสมัยรัชกาลที่ 3

ด้านหนึ่งประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัยเรียงเป็นแถว 5 องค์

พระปรางค์ ... องค์สูงใหญ่ที่ตั้งอยู่ระหว่างกลางระหว่างพระอุโบสถ และพระวิหาร 

เป็นพระปรางค์ที่มีความโดดเด่น ด้วยความสูง 22.30 เมตร และมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 13.60 เมตร

มีลานประทักษิณ 3 ชั้นเป็นรูปแปดเหลี่ยม ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้

บริเวณหน้าพระปรางค์นั้นมีแท่นหินประกอบเป็นรูปเก้าอี้จีนอยู่ 1แท่น เรือนไฟหิน 1 คู่ ตุ๊กตาหินนักรบจีนโบราณ 1 คู่

โดยของเหล่านี้เป็นของพระราชทานจากรัชกาลที่ 3 นั่นเอง

วิหารหลวงปู่ ... ตั้งอยู่ใกล้กับศาลาการเปรียญ เป็นที่ตั้งรูปปั้นของ หลวงปู่เอี่ยม หลวงปู่ฉัตร และหลวงปู่ผล โดยหลวงปู่ทั้งสามองค์นี้ก็ถือเป็นเกจิชื่อดังแห่งวัดหนัง

โดยเฉพาะหลวงปู่เอี่ยม หรือพระภาวนาโกศลเถระนั้น ถือเป็นพระสงฆ์ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงให้ความเคารพศรัทธาเป็นอย่างสูง

เพราะเมื่อครั้งที่พระองค์เสด็จประพาสยุโรปไปที่ประเทศฝรั่งเศส พระองค์จะต้องทรงขึ้นขี่ม้าพยศตัวหนึ่งซึ่งไม่มีใครปราบได้ แต่พระองค์ได้ทรงใช้คาถาของหลวงปู่เอี่ยมเสกหญ้าให้ม้ากินจนม้าเชื่องสงบ และสามารถประทับขี่บนหลังม้าตัวนั้นได้อย่างสง่างาม

ศาลาการเปรียญ .. ศาลาการเปรียญวัดหนังราชวรวิหาร ชาวบ้านมักจะเรียกว่า "ตึกดิน" สันนิษฐานว่ามีมาแต่ครั้งอยุธยา แต่ได้รับการปฏิสังขรณ์ในสมัยรัชกาลที่ ๓

ว่ากันว่า ... แต่เดิมเป็นอาคารชั้นเดียวต่อมาได้ปรับโครงสร้างโดยยกพื้นอาคารให้เป็น ๒ ชั้น

 

เมื่อเดินขึ้นไปชั้นบน สิ่งที่โดดเด่นที่มองเห็นสิ่งแรก คือ เสาไม้ที่มีงานเขียนสีลายรดน้ำสีทองบนพื้นสีดำ ฝีมืองช่างโบราณ สวยมาก

ภายในศาลาการเปรียญมีงานจิตรกรรมที่งดงามมากปรากฏอยู่ แต่น่าเสียดายที่ปัจจุบันบางส่วนได้ลบเลือนไปจนเกือบจะหมด

ภาพจิตรกรรมบนแผ่นไม้ที่ติดกับส่วนของเพดาน .. ด้านในสุด (ติดกับธรรมมาสน์)

มองเห็นเฉพาะภาพของพระพุทธเจ้า และพระแม่ธรณีบีบมวยผม ซึ่งคล้ายกับคติของภาพในวัดอื่นๆ ที่เกี่ยวกับพระพุทธเจ้าเสด็จจากดาวงดึงส์ และพระแม่ธรณ๊ชีบีบมวยผม ในส่วนของพิชิตมาร ..

ภาพจิตรกรรมบนแผ่นไม้ที่ติดกับส่วนของเพดาน ..

ในฝั่งตรงข้าม ด้านหนึ่ง ดูเหมือนจะเป็นภาพ นรก อีกภาพ เป็นสวรรค์

ภาพจิตรกรรมบนแผ่นไม้ที่ติดกับส่วนของเพดาน ..

ที่อยู่รอบๆ คล้ายกับเป็นภาพชุมนุมเทวดา

ภาพเขียนที่ยังคงสภาพดี ... มีเพียงภาพเขียนดาวเพดานฝีมือช่างสมัยรัชกาลที่ ๔

เป็นลวดลายที่วิจิตรบรรจงยิ่งนัก

 

ภาพเขียนสีบนบานประตู ลวดลายวิจิตร

สิ่งที่น่าสนใจภายในวัดหนังแห่งนี้นอกจาก ศิลปกรรมที่งดงามภายในเขตพุทธาวาสแล้ว ภายในวัดแห่งนี้ยังมี"พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษาวัดหนังราชวรวิหาร"  

เก็บรวบรวม วัตถุโบราณ  ข้าวของเครื่องใช้โบราณ ตำรายาโบราณ  และสิ่งต่างๆ ในการจัดแสดงเพื่อการเรียนรู้มากมาย ... เสียดายที่ในวันที่เราไปเยือน พิพิธภัณฑ์ปิด เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ Covid 19

โดย Supawan

 

กลับไปที่ www.oknation.net