วันที่ อังคาร กุมภาพันธ์ 2564

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

การซ้อนทับ ในระดับควอนตัม


การมองเห็นกับการเข้าถึงหลักการซ้อนทับ (superposition principle) สามารถกล่าวได้ว่า เป็นเรื่องเดียวกัน หรือ เป็นคนละเรื่องกันเลยก็ได้ สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เนื่องมาจากทั้งสอง

ต่างก็มีกระบวนการทำงานอยู่บนระบบไม่เชิงเส้น (nonlinear system) ที่ระบบมีความไวต่อสภาวะเริ่มต้นกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ระบบ 2ระบบที่มีสภาวะการเริ่มต้นเหมือนกันหรือมีความแตกต่างกันเพียงเล็กน้อยเมื่อระบบได้มีการเปลี่ยนไปสักระยะหนึ่ง สภาวะของระบบทั้งสองที่เราสังเกตได้เมื่อเวลาผ่านไปจะแตกต่างกันอย่างสังเกตเห็นได้ชัด เรียกปรากฎการณ์นี้ว่า "เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาวหรือ "ผีเสื้อขยับปีกทำให้เกิดพายุ" (butterfly effect) 

 

ระบบไม่เชิงเส้น (nonlinear system) สามารถมองได้สองด้านคือ ภายในและภายนอก แต่ละด้านจะมีกระบวนการทำงานอยู่บนระบบแบบสุ่มหรือไร้ระเบียบ random/stochastic (ขั้วลบขั้วบวกและระบบแบบไม่สุ่มหรือระบบที่มีระเบียบ deterministic (ขั้วบวกขั้วลบจะเห็นได้ว่าทั้งสองระบบต่างก็มีกระบวนการทำงานอยู่บนขั้วบวกขั้วลบเหมือนกัน แต่กลับด้านกัน  ในทางวิทยาศาสตร์เรียกว่า หลักการเติมเต็ม(complementarity principle) หรือ CPT Symmetry

 

ยกตัวอย่างเช่น การมองเห็นภาพ กับ ภาพการฉายสิ่งเร้าเข้าไปในสมองซีกซ้ายและซีกขวาที่ทำให้เราเห็นว่า จริงๆแล้วการมองเห็นภาพภายนอกกับการมองเห็นภาพภายในสมองซีกซ้ายและซีกขวาของเรามีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ซึ่งสิ่งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับการมองเห็นภาพเท่านั้น แต่เกิดขึ้นกับทุกสิ่งทุกอย่าง (ความคิดและความรู้สึกซึ่งการรู้ไม่เท่าทันการมองเห็นหรือการไม่สามารถเข้าถึงรับรู้การมองเห็นที่แท้จริงของเราได้นั้นสามารถส่งผลโดยตรงอย่างใหญ่หลวงต่อการดำเนินชีวิต ยกตัวอย่างเช่น กลุ่มคณะราษฏร์ที่กำลังมองว่า รัฐบาลชุดปัจจุบันที่มาจากการเลือกตั้งนั้นเป็นรัฐบาลเผด็จการ แต่ไม่ได้มองว่าการกระทำของตัวเองที่มีต่อรัฐบาลเผด็จการนั้นเป็นการกระทำที่สามารถมองได้ว่า เป็นออกมาการเรียกร้องตามสิทธิ เสรีภาพ ในระบบประชาธิปไตย หรือ เป็นเผด็จการที่เชื่อว่า สิ่งที่เราคิดและทำเป็นสิ่งที่ถูกต้อง และคนอื่นทำไม่ถูกต้อง/ผิด ซึ่งทั้งสองส่วนมีจุดเริ่มต้นมาจากจุดเดียวกัน แต่เมื่อเวลาผ่านไปถ้าหากเรามองย้อนกลับไปเราจะเห็นได้ว่า การกระทำของเรานั้นล้นหรือเลยออกจากขอบเขตของคำว่า สิทธิเสรีภาพในระบอบประชาธิปไตยเข้าสู่การเป็นเผด็จการมากขึ้นทึกที่ ดังตัวอย่างของการมีความพยายามที่จะละเมิดกฎหมายหรือกฏข้อบังคับ หรือ มีความพยายามที่จะใช้จำนวนคนหมู่มากเพื่อกดดันและเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ต้องการ ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวสามารถมองได้สองทางคือ ทางบวกหรือลบก็ได้ ซึ่งระบบควอนตัมจะแสดงคุณสมบัติด้านใดก็ขึ้นอยู่กับผู้สังเกตว่า ต้องการให้ระบบแสดงคุณสมบัติด้านใด ซึ่งจริงๆแล้วระบบไม่ได้แสดงคุณสมบัติด้านใดด้านหนึ่งเท่านั้น (ควอนตัมยากที่จะเป็นสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยสมบูรณ์แต่ระบบควอนตัมจะมีการแสดงคุณสมบัติทั้งสองด้านพร้อมๆกันเพียง (อดีต ปัจจุบัน อนาคตแต่เราไม่เคยเรียนรู้และฝึกฝนการมองเห็นการแสดงคุณสมบัติทั้งสองด้านของระบบในสิ่งเดียวกันในเวลาเดียวพร้อมๆกันมาก่อน ซึ่งสาเหตุก็เนื่องมาจากขอบเขตของความสามารถทางกายภาพของเรานั่นเอง แต่ขอบเขตความสามารถทางกายภาพสามารถทำให้มีเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้โดยความสามารถทางชีวภาพ(ความคิดและความรู้สึก)

 

ความคิดและความรู้สึกในระดับเซลล์จะมีการแยกส่วนกันอย่างชัดเจน ซึ่งสามารถดูได้จากขนาด จำนวนและปริมาณของเซลล์สมองและเซลล์เส้นประสาทที่มีไม่เท่ากันภายในสมองทั้งสามส่วนและมีไม่เท่ากันในแต่ละคนและมีไม่เท่ากันระหว่างผู้ชายและผู้หญิง 

 

ขนาด จำนวนและปริมาณของเซลล์สมองและเซลล์เส้นประสาทสามารถสร้างและทำลาย (เพิ่มและลดความคิดและความรู้สึกได้ และในขณะเดียวกันและหรือในทางกลับกันความคิดและความรู้สึกก็สามารถสร้างและทำลาย (ลดและเพิ่มขนาด จำนวนและปริมาณของเซลล์สมองและเซลล์เส้นประสาทได้เช่นเดียวกัน ถ้าหากกล่าวในระดับมหภาคจะบอกว่า ทั้งหมดขึ้นอยู่กับเรา แต่ถ้าหากกล่าวในระดับจุลภาคจะบอกว่า ทั้งหมดขึ้นอยู่กับเราและไม่ได้ขึ้นอยู่กับเราในสิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกัน ซึ่งคำว่า ไมได้ขึ้นอยู่กับเราก็จะมีสองความหมายคือ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเราและขึ้นอยู่กับเรา และคำว่าขึ้นอยู่กับเราก็จะมีสองความหมายคือ ขึ้นอยู่กับเราและไม่ได้ขึ้นอยู่กับเรา (ควอนตัมยากที่จะเป็นสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยสมบูรณ์)

 

มีคำกล่าวที่ว่า สภาวะโลกร้อนเกิดขึ้นจากฝีมือมนุษย์ แต่ในความเป็นจริงสภาวะโลกร้อนเกิดจากฝีมือมนุษย์และไม่ได้เกิดจากฝีมือมนุษย์ในเวลาเดียวกัน ใช่คือไม่ใช่ แต่ไม่ใช่คือใช่ 

 

ชีวิตก็เหมือนกับการตีเทนนิสที่มีการตีโต้กลับไปกลับมาซึ่งคู่ตีของเราสามารถเปลี่ยนรูปไปเป็นอะไรหรือใครก็ได้ แต่แมสเสจหรือข้อความที่ส่งต่อจะมีอยู่แค่สองส่วนเท่านั้นคือ อดีตหรืออนาคต

 

ในระดับจุลภาคความร้อนสามารถเป็นได้ทั้งผู้สร้างและผู้ทำลายในสิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกัน ในทางกลับกันความเย็นก็สามารถเป็นได้ทั้งผู้สร้างและผู้ทำลายในสิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกัน

 

#change

โดย Enlightened

 

กลับไปที่ www.oknation.net