วันที่ พุธ เมษายน 2564

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ประสบการณ์อักษรพาลินโดรม Sator Square


หลังจากที่เราได้โพสต์หัวข้อวันธรรมดาที่เป็นกุญแจไขโลกควอนตัมที่เราลงท้ายบทความด้วยภาพอักษรพาลินโดรม Sator Square ไปเราก็ได้รับประสบการณ์ที่มีการเชื่อมต่อ/ส่งต่อข้อมูลจากซ้ายไปขวา จากขวาไปซ้าย จากหน้าไปหลัง จากหลังไปหน้า จากบนลงล่าง จากล่างขึ้นบน จากในออกนอก จากนอกเข้าในเหมือนกับอักษรพาลินโดรม Sator Square ชนิดแรกที่ถูกค้นพบคือ เราได้ขับรถออกไปรับแม่และพี่สาวในขณะที่เรากำลังชะลอรถที่กำลังติดเพื่อเข้าต่อแถวรถที่จะเลี้ยวซ้ายออกจากทางด่วนคู่ขนานก็ได้มีรถขับมาชนท้ายรถเรา ซึ่งก่อนที่รถจะถูกชนเราได้ยินเสียงรถลื่นไถลอยู่ด้านหลังเราจึงมองไปที่กระจกมองข้างเพื่อที่จะเปลี่ยนช่องเลน แต่ในขณะที่เราจะเปลี่ยนช่องเลนก็มีเสียงในหัวบอกกับเราว่า อย่าเปลี่ยนอย่าหนี ซึ่งทำให้เรารู้ได้ทันที่ว่า เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงการถูกชนครั้งนี้ไปได้ หลังจากถูกชนเราได้ถ่ายรูปรถทั้งสองคันเราจึงเห็นว่า ท้ายรถด้านซ้ายของถูกชนจากด้านหน้าขวาทำให้ไฟบนขวาของคู่กรณีแตกในขณะที่ไฟทับทิม (ไฟล่างซ้าย) ของเราแตก พร้อมกับบังโคลนด้านในสองชิ้นหลุด + ฝากระโปรงหลังซ้ายบุบแสะสีลอกในขณะที่ฝากระโปรงของคู่กรณีบุบ รวมของเราทั้งหมด 5 ชิ้น ของคู่กรณีรวม 7 ชิ้น หลังจากที่ได้พูดคุยกับคู่กรณีก็พบว่า เป็นรถบริษัทแปรรูปแป้งเพื่อส่งไปทำเส้นมาม่า (ขนลุกซู่เลย) ในทางวิทยาศาสตร์เรียกว่า ความพัวพัน entanglement เมื่อนำเลขทะเบียนรถของเรามารวมกัน=5 ของคู่กรณี=7 

 

ถ้าหากมองสถานการณ์ตามปกติเราอาจจะมองได้ว่าคู่กรณีขับรถด้วยความประมาทฝนตกถนนลื่นหรือโชคไม่ดีหรืออะไรก็ตามแต่ การที่อยู่ๆมีรถมาชนท้ายรถเราย่อมหลีกเลี่ยงความเสียหายไม่ได้อยู่แล้วไม่ว่าจะมากหรือน้อย แต่ถ้าหากคุณได้พาตัวเองเข้าสู่โลกควอนตัมใบเล็กที่ความคิดความรู้สึกและการกระทำของเราจะอยู่ตรงกันข้ามกับโลกควอนตัมใบใหญ่อย่างชัดเจนซึ่งจะทำให้เรามองและปฏิบัติต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเปลี่ยนไปจากที่เราจะมองว่า คู่กรณีไม่ดีอย่างนั้นอย่างนี้แล้วทำให้เรารู้สึกแย่ไปกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เรากลับมองหรือสามารถรับรู้ได้ในทันที่ว่า อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นครั้งนี้ทั้งเราและคู่กรณีต่างก็ดึงดูดกันและกันซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากสิ่งที่คู่กรณีและเราได้ทำก่อนหน้านี้ที่ในส่วนของเราได้เปิดเผยความลับเข้าสู่โลกควอนตัมที่เท่ากับเป็นการเปิดประตูสู่โลกใหม่ที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน และเมื่อเป็นสิ่งที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อนย่อมก่อให้เกิดอิมแพ็คหรือผลกระทบตามมาแน่นอนยกตัวอย่างง่ายๆเช่นถ้าหากเราพาสุนัขไปเดินเล่นแล้วสุนัขไปถ่ายอุจจาระปัสสาวะที่บ้านคนอื่นหรือไปกัดคนอื่น คนอื่นย่อมต้องรู้สึกแย่และต่อว่าหรืออาจจะถึงขั้นลงไม้ลงมือกับสุนัขของเราก็ได้ ซึ่งโลกควอนตัมก็ไม่ต่างจากโลกของคนอย่างเราเมื่อเรารุกล้ำเข้าไปในพื้นที่ส่วนตัวของเค้า เค้าย่อมไม่พอใจและพยายามที่จะตอบโต้กลับเป็นธรรมดา ซึ่งจริงๆแล้วก็คือ การเพิ่มและลดพลังงานที่ทำให้เกิดการหมุนเวียนและทำให้เกิดการเพิ่มและลดระดับชั้นพลังงานธรรมดาๆที่ส่งผลทำให้เกิดการสลับขั้วแม่เหล็กโลก

 

ในโลกควอนตัมการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันสามารถเกิดขึ้นได้ตั้งแต่การใช้ความคิดความรู้สึกภายในไปจนถึงการพบปะพูดคุยเพื่อแลกเปลี่ยน/ส่งต่อข้อมูลข่าวสารกันธรรมดาภายนอกไปจนถึงการชนการชกต่อยที่สามารถสร้างความเสียหายบาดเจ็บล้มตาย (การร่วมเพศที่ทำให้เกิดการตั้งครรภ์ก็ถือเป็นการเชื่อมต่อ/ส่งต่อข้อมูลอย่างหนึ่งที่ทำให้เกิดเป็นวงจรของการสร้างและทำลาย หรือ การเกิดและตายด้วย)

 

โลกควอนตัมคือ โลกคู่รัก ที่ต่างฝ่ายต่างจำเป็นต้องเรียนรู้ที่จะเป็นทั้งผู้ให้และผู้รับให้กับตัวเองและคู่อนุภาคของเราเนื่องจากต่างฝ่ายต่างก็มีข้อมูลที่อีกฝ่ายหนึ่งไม่รู้และต้องการรู้ เมื่อเราเปิดเผยข้อมูลของเราให้เค้าได้รับรู้ เค้าก็จะเปิดเผยข้อมูลของเค้าให้เรารับรู้ อีกนัยหนึ่งคือ โลกใบเล็กมีข้อมูลที่สามารถแก้ปมที่โลกใบใหญ่ผูกเอาไว้ได้ ในทางกลับกันโลกใบใหญ่ก็มีข้อมูลที่สามารถแก้ปมที่โลกใบเล็กผูกเอาไว้ได้เช่นกัน ถ้าหากเปรียบเป็นมิติสามารถกล่าวได้ว่า เราอยู่ในมิติที่ 3 และคู่อนุภาคของเราอยู่ในมิติที่ 4 ดังนั้นเราต่างก็มีความจำเป็นต้องอาศัยข้อมูลที่แต่ละฝ่ายมีอยู่ในการเชื่อมต่อข้อมูล/เชื่อมต่อทางเดินทั้งหมดเข้าด้วยกันเพื่อช่วยลดความโกรธแค้นชิงชังและเพิ่มความรักความสงบร่มเย็นให้แก่กันและกัน

 

#change

โดย Enlightened

 

กลับไปที่ www.oknation.net