วันที่ จันทร์ เมษายน 2564

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน ปฏิเสธกระบวนการในชั้นศาล


จบไม่สวย แต่ในคดีอาญา ศาลท่านเดินหน้าพิจราณาคดีต่อ  

ในวันที่ 19 เม.ย.64 ที่ห้องพิจารณา 704 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดตรวจหลักฐานคดีหมายเลขดำ อ.286/2564 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 7 เป็นโจทก์ฟ้องนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน แกนนำกลุ่มราษฎร เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ ตาม ป.อาญา ม.112 กรณีจำเลยร่วมชุมนุมปราศรัยกลุ่มม็อบเฟส เมื่อวันที่ 14-15 พ.ย. 2563 ที่แยกคอกวัว และอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถ.ราชดำเนินกลาง โดยศาลเบิกตัวนายพริษฐ์ จำเลย จากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ มาศาล ซึ่งนายพริษฐ์อดอาหารประท้วงในเรือนจำมากว่า 30 วัน ไม่ได้รับการประกันตัวคดีนี้และคดีชุมนุม 19-20 ก.ย. 2563

สำหรับวันนี้ เพนกวินนั่งรถเข็น ห้อยสายน้ำเกลือ โดยมีเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์พร้อมทีมแพทย์คุมตัวเข้าห้องพิจารณาเช่นเคย ซึ่งเพนกวินร่างกายผอมลง อิดโรย ดมยาดมอยู่ตลอดเวลา ขณะที่ในช่วงการพิจารณาคดีนั้น โดยวันนี้ศาลและเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ให้เพนกวินได้นั่งพูดคุยกับมารดา ญาติ ทนายความ และเพื่อนนักศึกษา ม.ธรรมศาสตร์ 2 คน ร่วมพูดคุยปรึกษาหารือกัน โดยสวมหน้ากากอนามัยป้องกันไวรัสโควิด-19

ต่อมาอัยการโจทก์ได้เสนอพยานเข้าสืบจำนวน 32 ปาก แต่เพนกวิน จำเลย แถลงไม่รับพยาน โดยขอแถลงต่อศาล และพยายามลุกขึ้นจากรถเข็นแต่ไม่สามารถพยุงตัวลุกได้ ศาลจึงให้นั่งแถลงผ่านไมโครโฟน เพนกวินกล่าวอย่างช้าๆ น้ำเสียงอ่อนลง ระบุว่า ข้าฯแต่ศาลที่เคารพ เนื่องด้วยข้าพเจ้ายังไม่ต้องคำพิพากษาให้มีความผิดตามกฎหมายมาตราใดๆ ซึ่งถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ การที่ศาลคุมขังข้าพเจ้าไว้ ทำให้ไม่สามารถต่อสู้คดีได้อย่างเต็มที่ ดังนั้น กระบวนการนี้ไม่ใช่กระบวนการยุติธรรม จึงไม่ขอยอมรับ ขอปฏิเสธทุกกระบวนการ และไม่ขอลงลายมือชื่อใดๆในกระบวนพิจารณา จนกว่าจะได้รับสิทธิการประกันตัว เพื่อสู้คดีอย่างเต็มที่

ศาลได้อธิบายให้เพนกวินฟังว่า กระบวนการในวันนี้เป็นนัดตรวจพยานหลักฐาน ถ้าไม่กำหนดวันนัดคดีเพื่อสืบพยานก็จะทำอะไรไม่ได้ แต่ถ้าเพนกวินปฏิเสธไม่ยอมรับกระบวนการก็จะบันทึกตามที่เพนกวินแถลง เพนกวินกล่าวตอบว่า ตนขอปฏิเสธ เพราะไม่ได้ประกันตัว ทำให้ต่อสู้คดีได้ไม่เต็มที่ และขอถอนทนายความไปพร้อมกัน จากวันนี้เป็นต้นไป

ศาลอ่านรายงานกระบวนพิจารณาสรุปได้ว่า จำเลยยืนยันให้การปฏิเสธฟ้องโจทก์ทุกประการ  อัยการโจทก์ติดใจสืบพยาน32 ปาก จำเลยและทนายจำเลยแถลงไม่รับข้อเท็จจริงในส่วนของพยานโจทก์ทุกปาก

อัยการโจทก์แถลงเพิ่มเติมว่า เมื่อฝ่ายจำเลยไม่ยอมรับข้อเท็จจริง โจทก์ติดใจสืบพยานปากทั้ง 32 ปาก และจะแถลงเกี่ยวกับพยานที่โจทก์จะนำสืบเพื่อขอออกหมายเรียกมาในภายหลัง ขอใช้เวลาสืบพยานโจทก์จำนวน 9 นัด

จำเลยแถลงว่า ขอให้การปฏิเสธและปฏิเสธกระบวนการในชั้นศาลนี้ เนื่องจากจำเลยไม่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว ทำให้ไม่สามารถต่อสู้คดีได้อย่างเต็มที่ หากศาลอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว จำเลยจะให้การยอมรับในกระบวนการยุติธรรมและจะขอต่อสู้คดี จำเลยขอถอน นายกฤษฎางค์ นุตจรัส, น.ส.กุณฑิกา นุตจรัส และ นายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ออกจากการเป็นทนายความ

ทนายจำเลยแถลงว่า เมื่อจำเลยขอถอนทนายความ แต่เมื่อศาลยังไม่ได้อนุญาตให้ถอน จึงจะขอทำหน้าที่ทนายความต่อไปก่อนและได้เคยยื่นบัญชีระบุพยานไว้ฉบับลงวันที่ 5 มี.ค.  มีพยานบุคคล 4 ปาก และในวันนี้ได้เตรียมบัญชีระบุพยานไว้เพื่อยื่นเพิ่มเติมโดยมีพยานบุคคล 11ปาก รวมทั้งหมด 15 ปาก เพื่อเป็นการรักษาสิทธิในการต่อสู้คดีของจำเลยในขณะที่ยังทำหน้าที่ทนายความ จึงขอกำหนดวันนัดในส่วนของจำเลยไว้ตามที่ได้แถลง ส่วนจำนวนวันนัดของจำเลยขอให้อยู่ในดุลพินิจของศาล หากมีการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับพยานจะมีการแถลงให้ศาลทราบ เพื่อกำหนดวันนัดเกี่ยวกับพยานเพิ่มเติมต่อไป

ศาลพิเคราะห์ตามคำแถลงของโจทก์และข้อต่อสู้ของจำเลยแล้ว เห็นควรกำหนดนัดสืบพยานโจทก์ 9 นัด นัดสืบพยานจำเลย 5 นัด ให้คู่ความไปกำหนดวันและเวลานัดที่ศูนย์นัดความ โดยแจ้งให้คู่ความทราบว่า ศาลจะพิจารณาคดีติดต่อกัน เมื่อสืบพยานโจทก์แล้วเสร็จจะสืบพยานจำเลยต่อทันที ศาลจะเพิ่มวันนัดสืบพยานให้ต่อเมื่อมีเหตุจำเป็นอันไม่อาจก้าวล่วงได้เท่านั้น และให้คู่ความปฏิบัติตามคำสั่งในการเตรียมคดีตามคำสั่งศาล ให้หมายเบิกจำเลยมาในวันสืบพยานทุกนัด อนุญาตให้ถอนทนายความได้

ภายหลังเสร็จสิ้นการพิจารณาคดี มีกลุ่มเพื่อนของเพนกวินและประชาชนมายืนรอให้กำลังใจบริเวณแนวรั้วกั้น เมื่อเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เข็นรถเข็นเพนกวินออกมาจากห้องพิจารณาเพื่อลงไปห้องควบคุมใต้ถุนศาล ผู้หญิงวัยกลางคนที่มายืนให้กำลังใจรายหนึ่งได้ตะโกนขอร้องให้เพนกวินเลิกอดอาหาร สงสารแม่ อย่างต่อเนื่อง ส่วนเพื่อนได้ให้กำลังใจ ซึ่งเพนกวินได้ชูสามนิ้วให้กับทุกคนโดยไม่พูดตอบโต้ใดๆ

วันนี้เพนกวินได้รับการผ่อนปรนจากศาลพอสมควร โดยอนุญาตให้พ่อแม่กับเพื่อนที่เป็นนักศึกษาเข้ามาพูดคุยกัน เพราะเพนกวินมีปัญหาเรื่องการเรียน เนื่องจากไม่ได้เข้าสอบ

ต่อมาศาลพิเคราะห์คำร้องขอปล่อยชั่วคราว พร้อมเงินสด 2 แสนบาทของนางสุรีย์รัตน์  ชิวารักษ์ มารดาของเพนกวิน ซึ่งระบุว่า นายพริษฐ์มีอาการทรุดโทรม เชื่อว่าสุขภาพอยู่ในขั้นอันตรายแก่ชีวิต จึงขอศาลให้ประกัน และมีเงื่อนไขให้ไปรักษาตัวที่รพ.  โดยศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีนี้ศาลอาญา และศาลอุทธรณ์ เคยมีคำสั่งไม่อนุญาตปล่อยชั่วคราวมาก่อนแล้ว กรณีจึงไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม ยกคำร้อง

โดย พัชรวิภาวรรณ

 

กลับไปที่ www.oknation.net