วันที่ ศุกร์ มิถุนายน 2564

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

บ้านขุนชวงเลียง ศูนย์กลาง ชาวจีนมุสลิม ชุมชนบ้านฮ่อ เชียงใหม่




บ้านขุนชวงเลียง ศูนย์กลาง ชาวจีนมุสลิม ชุมชนบ้านฮ่อ เชียงใหม่

ที่ถนนเจริญประเทศซอย ๑ต้นถนนเจริญประเทศฝั่งทิศตะวันตกมีชุมชนใหญ่เรียกว่า บ้านฮ่อ ชุมชนนี้เป็นชาวจีนยูนนานมุสลิมที่อพยพมาจากประเทศจีน ผู้นำของชุมชนตั้งแต่เริ่มต้นมา คือ ขุนชวงเลียงฦๅเกียรติ

จากการศึกษาและรวบรวมของอาจารย์จีริจันทร์ วงศ์ลือเกียรติ ประทีปะเสน ขุนชวงเลียงฦาเกียรติ มีนามเดิมว่าเจิ้งชงหลิ่ง และนามในศาสนาอิสลามว่า อิบรอฮีม เกิดเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๑๖ ณ ตำบลหยีซี เมืองคุนหมิง มณฑลยูนนาน ประเทศจีน เป็นบุตรชายคนเดียวของคหบดีเมืองหยีซี ต่อมาได้สมรสกับหญิงสาวชาวจีนไม่ทราบนามและมีบุตรสาว ๒ คน

br />


ในปี พ.ศ. ๒๔๔๘ เมื่ออายุได้ ๓๒ ปี ได้เดินทางบุกป่าฝ่าดงนำพลพรรคประมาณ ๑๐ คน คุมกองคาราวานม้าต่างจำนวน ๑๐๐ ตัว เข้ามาค้าขายยังเมืองเชียงใหม่ผ่านทางสิบสองปันนา เชียงตุง เข้าสู่ประเทศไทยทางอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ลงมาลำปาง ขึ้นไปลำพูน เข้าสู่จังหวัดเชียงใหม่ในสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ และเจ้าอินทวโรรสสุริยวงษ์ เจ้าหลวงองค์ที่ ๘ ของเชียงใหม่ ระยะแรกที่อยู่เมืองเชียงใหม่ได้พักอยู่กับญาติที่สนิทสนมคุ้นเคยกับเจ้าหลวงเชียงใหม่ เมื่อเดินทางไปค้าขายที่เมืองระแหงหรือตาก ได้แต่งงานกับนางนพในปี พ.ศ. ๒๔๕๐ หลังจากนั้นปี พ.ศ.๒๔๕๒ ได้สร้างบ้านอยู่ที่เมืองเชียงใหม่ บริเวณถนนเจริญประเทศแห่งนี้ ที่ดินเนื้อที่ ๕ ไร่ได้รับประทานจากเจ้าแก้วนวรัฐ เจ้าหลวงเชียงใหม่องค์ที่ ๙

ขุนชวงเลียงฦาเกียรติและนางนพ มีบุตรธิดารวม ๑๐ คน คือ นายเจอ วงศ์ลือเกียรติ , นายสุขุม วงศ์ลือเกียรติ,นางเต็มดวง วงศ์ลือเกียรติ,นายชาญ วงศ์ลือเกียรติ,นาง วีรัจฉรี จันทน์ยิ่งยง,นายสุรินทร์ วงศ์ลือเกียรติ,คุณหญิงจันทร์เพ็ญ นาวีเสถียร,นายอโณทัย วงศ์ลือเกียรติ,นางสมบูรณ์ วงศ์ลือเกียรติและนางพวงเพ็ชร วงศ์ลือเกียรติ

ขุนชวงเลียงฦาเกียรติมีความสามารถทางด้านการค้าขายระหว่างชุมชนต่างๆ โดยนำสินค้าต่างๆ รวมทั้งวัสดุก่อสร้างบรรทุกม้าต่างวัวต่าง ระหว่างที่ทางราชการก่อสร้างทางรถไฟสายเหนือถึงลำปางในปี พ.ศ. ๒๔๕๙ ขุนชวงเลียงฦาเกียรติได้ช่วยเหลือทางราชการโดยใช้ม้าต่างรับบรรทุกวัสดุก่อสร้าง เช่น ปูนซีเมนต์ เหล็ก ฯลฯ ไปยังบริเวณขุนตานที่มีการขุดเจาะอุโมงค์ ซึ่งเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากเป็นถิ่นทุรกันดารและภูเขาสูงชัน

นอกจากนี้ยังช่วยเหลือทางราชการในการรับเหมาขนส่งพัสดุไปรษณีย์และจดหมายของทางราชการและการไปรษณีย์ของมณฑลพายัพ ต่อมาได้เปลี่ยนไปประกอบกิจการป่าไม้ที่บ้านแม่สะเกิบ อำเภอแม่สะเรียง จนเลิกกิจการไปเมื่อมีการยกเลิกสัมปทานป่าไม้ ความสามารถและความมุ่งมั่นนี้ส่งผลให้ขุนชวงเลียงฦาเกียรติและครอบครัวมีฐานะร่ำรวยระดับคหบดีคนหนึ่งของเมืองเชียงใหม่

ในช่วงที่ทางราชการได้เริ่มก่อสร้างสนามบินเชียงใหม่เมื่อปี พ.ศ.๒๔๖๗ ตรงกับสมัยของรัชกาลที่ ๖ ทางราชการได้ขอรับบริจาคที่ดินเพื่อพัฒนาสนามบิน ครั้งนั้นขุนชวงเลียงฦาเกียรติได้ร่วมบริจาคที่ดินจำนวนถึง ๒๒๕ ไร่ ๒ งานให้ทางราชการ ด้วยเหตุนี้ต่อมาพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานบรรดาศักดิ์ ขุนชวงเลียงฦๅเกียรติ เป็นบำเหน็จแห่งความดีเพื่อเป็นเกียรติแก่ตัวท่านและวงศ์ตระกูล นอกจากนี้ได้รับประทานนามสกุล วงศ์ลือเกียรติ จากเจ้าแก้วนวรัฐ เจ้าหลวงเชียงใหม่องค์ที่ ๙ อีกส่วนหนึ่งด้วย

เรื่องโดย. พ.ต.อ.อนุ เนินหาด ภาพโดย ชุมพล ศรีสมบัติ ถ่ายภาพเมื่อ 11 มิถุนายน. 2557

โดย บินมูซา

 

กลับไปที่ www.oknation.net