วันที่ อาทิตย์ มิถุนายน 2564

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ดูต้นไม้อยู่ในบ้าน


26 พฤษภาคม
เดือนเมษายนทั้งเดือน ผมกักตัวอยู่แต่ในบ้านตามคำขอความร่วมมือของรัฐบาล และไม่ได้ออกไปวิ่งเหมือนอย่างที่เคยทำ แรก ๆ ก็ครั่นเนื้อครั่นตัวนิดหน่อย เคยคิดจะกระโดดเชือกแทนการออกไปวิ่ง แต่วิชาความรู้ทักษะในการกระโดดเชือกเมื่อสมัยเป็นวัยรุ่นนั้นหายไปหมดสิ้นไม่มีเหลือ ลองกระโดดอยู่พักใหญ่ ก็ไม่เข้าจังหวะ ปลายเชือกตีหลังเท้าครั้งแล้วครั้งเล่า กระโดดแล้วดูแข็งๆ ไม่อ่อนพริ้วเหมือนเมื่อในอดีต จำได้ว่าตอนยังหนุ่มนั้น กระโดดเชือกติดต่อกันได้เป็นชั่วโมง กระโดดขาเดียวสลับด้วยสองขา ทำได้อย่างคล่องแคล่วว่องไว พอเวลาผ่านไปแค่สี่สิบปีเท่านั้น ความเชี่ยวชาญดังกล่าวหายไปหมดไม่มีร่องรอยหรือเค้าเดิมให้เห็นแม้แต่นิด นึกสงสัยอยู่เหมือนกันว่า ถ้าขึ้นเวทีชกกับคนรุ่นเดียวกัน วันนี้จะยกแข้งยกขาเตะถึงบั้นเอวคู่ต่อสู้หรือเปล่าก็ไม่รู้ เรื่องชกต่อยนี่ก็เลี่ยงมาตลอด ออกจากสนามมวยแล้ว ควบคุมอารมณ์ได้ดี ไม่เคยท้าตีท้าต่อยใครเลย

ไม่ได้วิ่งมาสองเดือนเต็ม วันนี้เห็นท่าว่าจะรอให้โควิดหายเสียก่อนคงไม่ไหว หรือรอให้ได้ฉีดวัคซีนก็ดูเหมือนจะไม่มีอนาคต นอกจากไม่มีวัคซีนตามที่รัฐบาลได้ประกาศไว้ แอพหมอพร้อมหมอไม่พร้อมนั่นก็ใช้ไม่ได้ ข่าวสารที่ออกมาบอกว่า รัฐบาลไม่ได้มีวัคซีนอย่างที่โฆษณาชวนเชื่อ และไม่นานต่อมาก็ห้ามใครพูดถึงวัคซีนในทางเสีย ๆ หาย ๆ อีก ไม่งั้นอาจโดนฟ้องร้องหรือแจ้งจับได้

เดิมทีผมคิดว่า น่าจะไม่เกินสองเดือนรัฐบาลน่าจะจัดการเรื่องโรคระบาดครั้งนี้ได้อย่างเด็ดขาดเหมือนกับการระบาดครั้งแรกในปี 63 ตัวเลขของผู้ติดเชื้อมีแต่ลดลง ๆ และในที่สุดทางหน่วยงานศคบ.ก็ประกาศว่าเหลือ0 ไม่มีผู้ติดเชื้ออีก แต่การระบาดรอบสามนี้ สองเดือนผ่านมา ไม่มีทีท่าว่าตัวเลขของผู้ป่วยจะลดลง มีแต่เพิ่มขึ้นจากวันละพันเป็นสองพัน จากสองพันเป็นสามพัน และบางวันก็เกือบถึงห้าพัน ถูกแบ่งว่านอกคุกจำนวนหนึ่งและอีกจำนวนหนึ่งอยู่ในคุก ตัวเลขของคนตายก็มีทุกวันเช่นเดียวกัน

เดือนแรก ๆ นั้นผมกลัวเสียจนแทบจะไม่อยากก้าวขาออกจากบ้าน แต่พอเดือนที่สองเริ่มชาชิน ทั้ง ๆ ที่โรคระบาดนี้วนเวียนอยู่รอบตัว จังหวัดนนทบุรีที่ผมอยู่เป็นพื้นที่สีแดง เดี๋ยวมีข่าวว่าตลาดนนท์คนติดเชื้อเป็นจำนวนมาก เดี๋ยวก็มีประกาศออกมาว่าตลาดบางใหญ่ก็มีผู้ติดเชื้อจนต้องปิดตลาด ไม่กี่วันก็มีข่าวว่าห้างเซ็นทรัลเวตเกตที่อยู่หน้าหมู่บ้านก็มีคนติดโควิดไปเดินจับจ่ายซื้อของ สรุปความแล้ว โควิดมันเฉียดไปเฉียดมาอยู่ใกล้นิดเดียว นึกอยากจะฉีดวัคซีนให้จบ ๆ เสียที แต่ไม่รู้ว่าเมื่อไรจะได้สมหวัง

อยู่บ้านก็พยายามหาอะไรทำให้ตัวเองยุ่งทั้งวัน เริ่มจากตื่นเช้าพาหมาออกไปฉี่ เดินวนรอบบ้านสองสามรอบ เอากรรไกรเล็มกิ่งไม้ เดินไปนับลูกมะนาวที่ดกจนนับไม่ไหว แหงนหน้ามองกล้วยน้ำว้าของเพื่อนบ้าน สงสัยว่าเมื่อไรจะสุกเสียที เดินมาส่องดูมะเขือที่ปลูกไว้ เริ่มออกลูกให้ได้กินบ้างแล้ว และก็วนมาชื่นชมต้น “เบาบับ” ที่ทนุถนอมดังดวงใจ ลากสายยางมาฉีดน้ำให้เป็นฝอยให้ทั่วทั้งต้น ภาวนาขอให้รอดปลอดภัย ตอนนี้มันโตและสูงขึ้นเกือบสองเมตรแล้ว เข้าไปยืนเทียบกัน มันสูงกว่าผมไปสักคืบหนึ่ง เดือนหน้าคงจะสูงได้อีก พอมันโตขึ้นก็เริ่มคิดกังวลว่าจะขนกลับไปตรังยังไงดี คงต้องให้มันนอนยาวไปตามพื้นกระบะ ห่อโคนต้นไว้ให้ดีด้วยกระสอบป่าน รดน้ำให้ชุ่ม ให้นอนตากแดดไปสักวันคงไม่ตาย ไปถึงก็จะได้หาที่สวย ๆ ปลูกลงดินไว้อย่างถาวร อีกไม่เกินสิบปี คงใหญ่โตและสูงลิบลิ่ว ถึงตอนนั้นถ้าไม่ตายก่อนคงจะได้มานั่งชื่นชมก้อนเมฆที่ลอยอยู่บนท้องฟ้าอยู่ใต้ร่มเงาของมัน

ดูต้นเบาบับแล้วมีความหวัง พอมีความหวังก็มีความสุข นึกถึงใครก็ไม่รู้เขียนว่า “ถ้าอยากมีความสุขสามปีให้มีเมีย แต่ถ้าอยากสุขตลอดชีวิตให้ปลูกต้นไม้”

ดูต้นเบาเบาแล้วเดินไปดูอ่างบัวที่หน้าบ้าน นั่งยองดูบัวกำลังบาน ช่วงนี้แดดส่องถึงทุกวัน บัวขยันบานวันละดอกสองดอก บางวันออกถึงสี่ดอก ปลาหางนกยูก็ส่ายห่างกระดุ๊กกระดิ๊กอยู่เต็มไปหมด ต้องคอยเปลี่ยนน้ำใหม่ให้อยู่เรื่อย ๆ และเอามือลงไปกวาดใบไม้ที่ก้นบ่อออกให้หมด เวลาใบไม้เน่าจะมีกลิ่น คิดเอาเองว่าปลาคงไม่ชอบสักเท่าไร ทำความสะอาดบ่อปลาอยู่พักใหญ่ แล้วไปหยิบไม้กวาดทางมะร้าวมากวาดลานหน้าบ้าน ใบมะยมมันร่วงลงมาทั้งวันทั้งคืน กวาดทีหนึ่งเอาไปทิ้งเป็นเช่ง ๆ เวลากวาดลานแล้วนึกถึงสมภารบ้านนอก หลังจากบิณฑบาตเสร็จแล้วกลับมาก็จะกวาดลานวัดจนเตียนโล่ง แต่สมภารในกรุงเทพฯคงไม่จำเป็นต้องลงมือเอง ในวัดมีคนงานนับสิบ ๆ แบ่งหน้าที่กันไปเรียบร้อยว่าคนไหนต้องรับผิดชอบอะไรบ้าง สมภารในกรุงเทพส่วนใหญ่ก็จะมีกิจธุระมากมายเหลือเกินแทบไม่มีเวลาว่าง คิดว่าถ้าจะบวชก็จะไปบวชที่บ้านนอก เลือกวัดที่มีบริเวณกว้าง ๆ จะได้เอาแรงที่มีเหลือไปกวาดลานวัดให้เป็นประจำทุกเช้า เวลากวาดลานแล้วรู้สึกมีสมาธิ เห็นหน้าบ้านสะอาดเอี่ยมอ่องแล้วมีความสุข บางเช้าที่รู้สึกขยัน ก็จะหิ้วไม้กวาดออกไปกวาดถนนหน้าบ้านด้วย กวาดเสียจนเกลี้ยงแล้วก็ยืนดูผลงานของตัวเองด้วยความอิ่มเอมใจ แล้วก็เดินเข้าบ้าน จัดการล้างไม้ล้างมือ แล้วก็เข้าครัว

ตั้งแต่โควิดระบาด ลูกสาวก็ต้องเวิคฟอร์มโฮม ผมมีหน้าที่สำคัญอีกอย่างคือการเป็น “เชฟกระทะเหล็ก” ประจำอยู่ในครัวทั้งสามมื้อ ลูกอยากกินอะไร แม่อยากกินอะไรก็ให้แจ้งมาแต่เนิ่น ๆ ผมทำได้ทุกอย่าง แม่ลูกคู่นี้กินของจืด ๆ ไม่กินเผ็ด แม่ก็หนักไปทางต้มจืดผัดกาดขาวไก่สับ ใส่เต้าหู้หลอด โรยด้วยต้นหอมผักชี ต้มหม้อหนึ่งนั่งซดด้วยความสุขสำราญ ส่วนลูกสาวนั้นกินง่ายกว่าแม่ ได้ไก่กระเพราไข่ดาวราดข้าวสักจานก็พอแล้ว ตอนเช้าก็กินกาแฟที่ลงมาชงเองกับขนมปังปิ้งทาแยมส้ม เที่ยงตรงถึงได้ลงมากินอาหารจานเดียว แต่บางวันคงรู้สึกเกรงใจหรือว่าพ่อทำอาหารไม่อร่อยก็ไม่แน่ใจ ลูกมักจะโทรสั่งให้ไลน์แมนมาส่งถึงหน้าบ้าน อาหารก็เป็นก๋วยเตี๋ยว ผัดไทย ปีกไก่ทอดข้าวเหนียว กินง่าย ๆ อิ่มแล้วก็นั่งพักผ่อน เล่นกับหมา ถึงเวลาบ่ายโมงก็ขึ้นชั้นบนไปนั่งทำงานต่อจนถึงเย็นย่ำ หรือบางวันถ้างานยุ่งก็ต่อไปถึงทุ่มหรือสองทุ่มถึงจะลงมากินข้าวที่ผมทำเตรียมไว้ให้

อยู่ในครัวนี่ก็สนุกตั้งแต่เริ่มเตรียมอุปกรณ์ ทั้งไก่ ไข่ ปลา หมู ทั้งผักกาดหอม ต้นหอม ผักชีต้องมีไว้อย่าให้ขาด พริก กระเทียม หอมใหญ่ก็ถือเป็นของสำคัญ บางมื้อผมก็ต้มจับฉ่าย สองแม่ลูกนี่ชอบกินกันเป็นพิเศษ บอกว่าทั้งอร่อยและมีประโยชน์ต่อสุขภาพ ส่วนผมเองก็ง่ายยิ่งกว่าง่าย ลูกกินอะไร ผมก็กินตามลูก อาหารจานเดียวนั้นหลับตาทำก็ได้ เตรียมของให้พร้อม ใช้เวลาปรุงไม่เกินสี่ห้านาทีก็เสร็จสรรพ ยกเข้าไปตั้งโต๊ะกินได้เลย

กินเสร็จก็ยกจานช้อนเข้ามาเก็บในอ่างล้าง ผมจัดการเองหมดทั้งปรุง ทั้งเก็บ ทั้งล้าง ทำทุกอย่างจนชิน มีความสุขที่ได้ทำ เวลาทำก็นึกถึงแต่คำพูดของอาจารย์ประมวล เพ็งจันทร์ที่ว่า “ทุกครั้งที่ได้ล้างจานก็จะนึกขอบคุณภรรยาที่อยู่กันมาจนถึงกระทั่งบัดนี้ ขอบคุณที่ให้ได้ช่วยเหลือล้างจานหรือได้ทำสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้”

ล้างจานทำความสะอาดครัวทีไร ผมก็จะพูดในใจอยู่ทุกครั้ง ว่าขอบคุณนะที่อยู่ด้วยกันมานาน ขอบคุณที่เปิดโอกาสให้ได้ทำในสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้ เวลาพูดขอบคุณแล้วทำให้ไม่เครียด ไม่รู้สึกว่าเป็นงานน่าเบื่อ ทำได้ก็รีบทำเสีย ผู้ชายบางคนไม่ชอบทำครัว ไม่ชอบล้างจานหรือซักผ้า หุงข้าว เดิมทีผมก็ไม่ใคร่จะชอบนัก แต่ต่อมาก็เห็นว่า ตลอดชีวิตที่ผ่านมาก็มีแต่เขาที่ช่วยเรา ทั้งซักผ้า รีด หุงข้าว ล้างจาน มาวันนี้ควรจะให้เราได้มีโอกาสตอบแทนบ้างแล้ว คิดอย่างนี้ทีไรก็ลงมือทำงานได้ด้วยความสุขใจทุกหน

ตอนเย็นผมขอ 1ชั่วโมงเป็นเวลาส่วนตัว สวมรองเท้า แล้วออกไปวิ่ง ช่วงนี้วิ่งมากไม่ได้ เกรงใจคนอื่นที่เขาไม่ใช่นักวิ่ง เพราะมีการด่าว่ากันทางโลกโซเชียลตลอดว่า โควิดระบาดขนาดนี้แล้วยังคิดจะไปวิ่งแพร่เชื้อให้ชาวบ้านชาวช่องอีก ผมก็วิ่งหลบอยู่แถวหน้าบ้านไม่รบกวนสายตาใคร จากต้นซอยไปยังท้ายซอยความยาวไปกลับสักสามร้อยเมตร วิงไปวิ่งมาพอได้สักครึ่งชั่วโมงหรือสี่สิบห้านาทีก็หยุด กลับเข้าบ้าน ยืดเหยียดกล้ามเนื้อตามที่เรียนรู้มาแล้วก็ขึ้นห้อง อาบน้ำให้สดชื่นแล้วก็ลงมากินอะไรนิด ๆหน่อย ๆ เช่นขนมปังสักแผ่น นมอุ่น ๆ สักแก้ว แล้วก็เล่นกับหมา เข้าไปเก็บครัวให้เรียบร้อยอีกรอบ ดูประตูรั้วว่าปิดหรือยัง ปิดประตูลงกลอน เช็คแก๊ส เช็คไฟ จนเรียบร้อยแล้วก็เชิญน้องหมาตัวโปรดนั่งดูหนังสักเรื่อง หรืออ่านหนังสือต่ออีกสักหน่อย ก่อนจะชวนกันขึ้นนอนหลับบนเตียงเดียวกัน

ชีวิตช่วงโควิดระบาดก็เวียนอยู่แต่กับสิ่งเหล่านี้

---
#บ้านหนังสือ
http://bannangsue.lnwshop.com

โดย johnrit

 

กลับไปที่ www.oknation.net