วันที่ พฤหัสบดี มิถุนายน 2564

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ซีพียกทัพช่วยเอสเอ็มอีในซัพพลายเชนต่อเนื่อง


ธุรกิจเอสเอ็มอีถือเป็นฟันเฟืองเล็ก ๆ ที่สำคัญมากในระบบเศรษฐกิจ หากขาดเอสเอ็มอี เศรษฐกิจไทยจะขับเคลื่อนได้ลำบากหรือมีสภาพติด ๆ ขัด ๆ ซึ่งที่ผ่านมาเอสเอ็มอีสร้างรายได้ให้กับประเทศคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 43 ต่อผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) และเป็นแหล่งจ้างงานสำคัญของประเทศ โดยมีแรงงานกว่า 14 ล้านคน หรือร้อยละ 85 ของแรงงานทั้งประเทศ ที่ส่วนใหญ่อยู่ในภาคการค้าและบริการ

 

แต่ในช่วงเวลาการระบาดของไวรัสโควิด-19 ธุรกิจเอสเอ็มอีจำนวนมาก ได้รับผลกระทบอย่างหนัก เพราะเป็นกลุ่มธุรกิจเปราะบางสายป่านสั้น ทำให้ธุรกิจไม่สามารถเดินหน้าได้อย่างเต็มที่ รายได้ไม่เข้า ขณะที่ต้องแบกรายจ่ายหลายด้าน เงินสดหมุนเวียนจึงไม่เพียงพอ แต่ก็ยังต้องประคองไม่ให้ธุรกิจล้มหายตายจากหรือเสียหายมากเกินไป จนเกิดหนี้สินก้อนโต

 

 

 

 

ที่ผ่านมาผู้ประกอบการรายใหญ่อย่างเครือซีพี ที่มีโลตัส แม็คโคร เซเว่นอีเลฟเว่น ได้ให้ความช่วยเหลือเอสเอ็มอีที่อยู่ในซัพพลายเชนอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการรับซื้อสินค้ามากขึ้น การเปิดชั้นวางจำหน่ายหรือช่องทางการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น การช่วยเหลือในการเป็นตัวกลางระหว่างเอสเอ็มอีกับธนาคารพาณิชย์ในการปล่อยสินเชื่อ ตลอดจนถึงการให้องค์ความรู้เพิ่มเติมในการดำเนินธุรกิจและพัฒนาศักยภาพ ซึ่งช่วยต่อลมหายใจของเอสเอ็มอีได้จำนวนหนึ่ง

 

ล่าสุด เซเว่น อีเลฟเว่น และ เซเว่น ดีลิเวอรี่ ได้เปิดตัว “SME Shelf” ชั้นวางสินค้าเอสเอ็มอีโดยเฉพาะ ในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ที่เป็นสาขาขนาดใหญ่ จำนวน 2,300 สาขาทั่วประเทศ ส่วนในสาขาขนาดกลางและขนาดเล็ก ที่มีข้อจำกัดเรื่องพื้นที่ ได้จัดทำป้ายพิเศษ “ร่วมอุดหนุนสินค้า SME” เพื่อไฮไลต์สินค้าของเอสเอ็มอีที่วางอยู่บนชั้นต่างๆ ให้โดดเด่น 

 

นอกจากนี้ยังเป็นกองหนุน SME ใน 3 ส่วนหลัก คือ

 

  1. กองหนุนองค์ความรู้ โดยจัดอบรมและถ่ายทอดความรู้ที่จำเป็นสำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ทั้งเรื่อง คุณภาพสินค้า การออกแบบผลิตภัณฑ์ การตลาด การจัดการต้นทุน การผลิต ตลอดจนความรู้เฉพาะทางตามประเภทธุรกิจ
  2. กองหนุนความร่วมมือ เป็นสะพานสร้างความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการเอสเอ็มอีกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เช่น ธนาคาร หน่วยงานราชการ คู่ค้า รวมถึงแหล่งวัตถุดิบสำคัญ
  3. กองหนุนช่องทางขาย เพิ่มช่องทางให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีนำเสนอสินค้า เพื่อจำหน่ายในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น และผ่านช่องทางออนไลน์ เช่น ออลล์ ออนไลน์ (ALL Online) และเซเว่น ดีลิเวอรี่ (7 Delivery) เพื่อขยายโอกาสกระจายสินค้าให้เป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศ

 

ด้านโลตัส ได้นำสินค้าเอสเอ็มอีไปจำหน่ายผ่านสาขาทั่วประเทศและช่องทางออนไลน์ นอกจากดำเนินการตามแผนงานในการเพิ่มการรับซื้อสินค้าเอสเอ็มอีทุกปีอย่างน้อย 10% ทุกปีเป็นระยะเวลา 5 ปี รวมถึงปรับปรุงกระบวนการการจัดจำหน่ายสินค้าเอสเอ็มอีให้กระชับและรวดเร็วขึ้นกว่าเดิม เพื่อให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี สามารถกระจายสินค้าผ่านโลตัส และมียอดขายเร็วขึ้นกว่าเดิม ยังไม่นับรวมการร่วมพัฒนาศักยภาพของเอสเอ็มอีในฐานะคู่ค้า ให้สามารถปฏิบัติตามมาตรฐานด้านคุณภาพ ความปลอดภัย และการผลิต ตามหลักสากล เพื่อทำให้สินค้าเอสเอ็มอีตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น และเพิ่มขีดสามารถการแข่งขันทั้งในประเทศและในตลาดต่างประเทศได้

 

ส่วนแม็คโครก็มีมาตการช่วยเหลือเอสเอ็มอีและเกษตรคู่ค้าหลายด้านเช่นกัน

 

  1. โครงการจับคู่ธุรกิจ Business Matching ส่วนของโครงการบิ๊กบราเธอร์ ที่แม็คโคร ให้ความร่วมมือกับ หอการค้าไทย
  2. จัดตั้งศูนย์กระจายสินค้าย่อยในภูมิภาคต่าง ๆ 6 แห่ง เพื่อรับซื้อผลผลิตโดยตรงจากกลุ่มเกษตรกร ซึ่งในปี 2564 ตั้งเป้าหมายรับซื้อผักและผลไม้จากเกษตรกรไทย เพิ่มขึ้น 20%
  3. การพัฒนามาตรฐานการเพาะปลูก ด้วยการจับมือกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีเป้าหมายพัฒนามาตรฐาน GAP จาก 1,200 ราย เพิ่มเป็น 1,500 รายในปี 2564
  4. การส่งเสริมสภาพคล่อง ด้วยการกำหนดระยะเวลาการชำระสินค้า (Credit Term) ให้ SMEs ส่วนใหญ่ ไม่เกิน 30 วัน
  5. การส่งเสริมเอสเอ็มอี และเกษตรกรรายย่อยให้มีศักยภาพขยายธุรกิจสู่ตลาดอาเซียน

 

เอสเอ็มอีผู้เป็นลมหายใจของเศรษฐกิจกำลังสั่นสะเทือน ทั้งคู่ค้าและทุกฝ่ายต้องช่วยกันประคับประคอง เพื่อต่อลมหายใจ เป็นเพื่อนร่วมทุกข์ร่วมสุข เคียงข้างและพากันเติบโต

โดย pigkypink

 

กลับไปที่ www.oknation.net