วันที่ เสาร์ กรกฎาคม 2564

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ถ้ำพุหวาย...สถานที่ถ่ายทำละครนาคี (๒) เล่นเอาหายใจไม่ทั่วท้อง


 

                                                                                                    เครดิตภาพจากอินเตอร์เน็ต

 

ถ้ำพุหวาย...สถานที่ถ่ายทำละครนาคี (๒) เล่นเอาหายใจไม่ทั่วท้อง

 

เรามารู้จักถ้ำพุหวายกันก่อนนะคะ

            ถ้ำพุหวาย ตั้งอยู่ในเขาพุหวาย วนอุทยานถ้ำเขาวง อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี เป็นถ้ำขนาดใหญ่กว้างขวางทะลุถึงกัน ทางเข้าถ้ำอยู่บนไหล่เขาต้องเดินเข้าไป สามารถติดต่อคนนำทางได้บริเวณปากถ้ำ

            ภายในถ้ำมีโพรงทะลุถึงด้านตรงข้ามของภูเขา อากาศถ่ายเทได้สะดวก ด้านในก็จะมีหินงอก หินย้อย เป็นรูปร่างต่างๆ มากมาย มีจุดชมหินงอกหินย้อย อันสวยงามแปลกตา จำนวน ๒๑ จุดหลัก เช่น รูปเจดีย์ อ่างน้ำ จุดที่เป็นไฮไลท์ ก็คือ “น้ำตกหินปูน” มีลักษณะเป็นม่านน้ำตกลดหลั่นกันลงมาเป็นชั้นๆ เมื่อส่องแสงไฟไปที่ตัวหินงอกนี้ ก็จะเกิดเป็นประกายระยิบระยับ สวยงามจับตา อันเกิดจากการตกผลึกของแร่แคลเซียมคาร์บอเนต ซึ่งเป็นงานศิลปะของธรรมชาติรังสรรค์ขนานแท้

            ถ้ำพุหวาย ยังเป็นที่อยู่อาศัยของค้างคาวนับสิบชนิด บางชนิดหายากใกล้สูญพันธุ์อีกด้วย ทางด้านหลังของถ้ำพุหวาย มีถ้ำเทพมาล (ถ้ำพญานาค) เป็นถ้ำขนาดเล็กค่อนข้างลึกมีความสวยงามตามธรรมชาติของหินงอกหินย้อย

           ยอดเขาพุหวาย สูง ๗๐๐ เมตรจากระดับน้ำทะเล สามารถมองเห็นทัศนียภาพที่กว้างไกลอย่างสวยงาม บนสันเขาเป็นป่าเต็งรังที่ค่อนข้างสมบูรณ์

(ขอบคุณข้อมูลจากแผ่นป้ายที่ศาลาจุดบริการนักท่องเที่ยว)

 

                       -------------------------------------------------------------------

         วันนั้น ยามสายๆ กลางฤดูฝน ขณะที่ฉันกับสามีกำลังเที่ยวอยู่ที่วัดถ้ำเขาวง อำเภอบ้านไร่ จ. อุทัยธานี เพื่อนที่อยู่บ้านไร่โทรมาถามว่า ฉันอยู่ไหนตอนนี้ ฉันบอกว่า

 

  วัดถ้ำเขาวง       

 

          “อยู่ที่วัดถ้ำเขาวง ค่ะ”

         “ไปเที่ยวถ้ำพุหวายสิ สถานที่ถ่ายทำละครเรื่อง นาคี ๒ อยู่เลยวัดถ้ำเขาวงไปอีกราว ๒ กิโลเมตร” เพื่อนบอกมาตามสาย เพื่อนคนนี้ก็เป็นคนเดียวกับที่เคยบอกฉันให้ไปเที่ยวพุเตยนั่นแหละ

         ปกติฉันไม่ใช่คนที่พิสมัยในการเที่ยวถ้ำสักเท่าไหร่ เพราะฉันกลัวความมืด แคบ อึดอึด อับชื้น เหม็นกลิ่นขี้ค้างคาว หายใจไม่ออก แต่พอฉันได้ยินเพื่อนบอกว่า “สถานที่ถ่ายทำละครเรื่อง นาคี ๒” ซึ่งเป็นละครดังและเพิ่งออกอากาศไปไม่นาน ฉันไม่ได้ติดตามละคร แต่ก็พอจะนึกถึงภาพชุดไทยโบราณสวยอลังการที่นางเอกแสดงโดย “แต้ว ณฐพร”สวมใส่ในเรื่องได้ตอนดูโฆษณาทางทีวี ทำให้ฉันอยากเห็นสถานที่ถ่ายทำละครขึ้นมา ยิ่งรู้ว่าอยู่ใกล้แค่ไปอีก ๒ กิโลเมตรก็ถึงแล้ว บนเส้นทางเดียวกันกับทางไปวัดถ้ำเขาวง ฉันจึงบอกสามีว่า

          “งั้น ต่อจากวัดถ้ำเขาวง..เราไปเที่ยวถ้ำพุหวายกันเถอะ”

            เรามาถึงวนอุทยานถ้ำเขาวง จอดรถแล้วก็เดินขึ้นไปตามทางที่บอกว่า “ทางไปถ้ำพุหวาย ๒๐๐ เมตร”

  “ใกล้มาก ไม่ต้องเดินไกล แค่ ๒๐๐ เมตรเอง” ฉันคิดในใจว่า  ทำไมถ้ำอยู่ใกล้จังเลย 

         เมื่อเราเดินขึ้นบันไดมาราวห้าสิบเมตรที่ตีนเขา ก็เจอกับจุดบริการนักท่องเที่ยว เป็นศาลาโล่งโปร่งไม่มีฝา เสาไม้ทั้งต้น หลังคามุงกระเบื้อง มีเจ้าหน้าที่วนอุทยานนั่งเฝ้าดูแลและอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวอยู่ ๑ คน ขณะที่สามียืนพินิจพิเคราะห์ดูไซส์เสื้อยืดของที่ระลึกที่แขวนขายโชว์อยู่

ฉันเดินดูภายในศาลา อ่านแผ่นป้ายแสดงข้อมูลเกี่ยวกับแผนผังในถ้ำและภาพภายในถ้ำพุหวาย

 

นั่นไง...มีภาพถ้ำที่เป็นฉากในละครนาคี ๒ ด้วย

      นอกจากนี้ ที่บนโต๊ะยังมีไฟฉายบริการให้เช่า อันละ ๒๕ บาท เจ้าหน้าที่ได้แนะนำให้นำไฟฉายไปสำหรับใช้ในการเข้าไปเที่ยวในถ้ำ สามีจึงเช่าไปอันเดียวเอาไว้ใช้ด้วยกันเพื่อเป็นการประหยัด ฉันกวาดสายตาไปทั่ว ๆ มองเห็นมีไม้ไผ่กลมใหญ่พอเหมาะมือ ยาวประมาณเมตรครึ่งหลายอัน ปักอยู่ในกล่องตะกร้าไม้ที่วางอยู่ที่พื้น แต่ฉันก็นึกไม่ออกว่า ไม้ไผ่เหล่านี้มีเอาไว้ทำอะไร

         ระหว่างที่เรายืนดูเสื้อยืดอยู่ที่ศาลาจุดบริการนักท่องเที่ยว ก็มีวัยรุ่นเดินขึ้นมา ๔ คน ชายสองหญิงสอง ทั้งสี่แวะเช่าไฟฉายแล้วเดินนำหน้าไป เราดีใจได้โอกาสมีเพื่อนเดินถ้ำด้วยกัน ก็เลยเดินตามไปติด ๆ

 

 โดยมีฉันเดินรั้งท้ายอย่างไม่รีบร้อน พลางถ่ายรูปเก็บภาพเส้นทางเดินสวยๆ เส้นทางแบบนี้โดนใจเพราะฉันชอบเดินป่า ระหว่างทางฉันยังเจอดอกแคป่าสีเหลืองอ่อนระเรื่อร่วงอยู่ ฉันหยิบดอกแคป่าขึ้นมาดู ยังจำคำที่เพื่อนชาวบ้านไร่บอกได้ว่า

         “เนี่ย ดอกแคป่า กินได้นะ เอาไปแกงหรือทำห่อหมก”

 ไหนบอกว่า ไกล แค่ ๒๐๐ เมตร ทำไมรู้สึก ไกลจัง  

         ในไม่ช้าเราก็เดินขึ้นเขามาถึงปากทางที่จะเข้าถ้ำ ทุกคนหยุดยืนทัศนารอบๆ บริเวณเป็นการหยุดพักเหนื่อยไปในตัว ที่ปากถ้ำฉันเห็นศาลเจ้าที่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ตั้งอยู่ จึงยกมือไหว้ทำความเคารพเจ้าที่เจ้าทางก่อน

แล้วเราทั้งหกคนก็เดินไปที่ปากถ้ำพุหวาย ซึ่งยังมีแสงสว่างส่องลงไปให้เห็นในถ้ำเบื้องล่างได้ระยะช่วงปากถ้ำไม่ไกลนัก

 

         เราเจอกับคนกลุ่มหนึ่งราวเจ็ดแปดคนมีทั้งผู้ใหญ่ ผู้สูงวัย เด็กวัยรุ่น และเด็กเล็ก เดินสวนทางกลับขึ้นมาที่ปากถ้ำ พวกเขาเดินเที่ยวภายในถ้ำเสร็จแล้ว ดูเหมือนคนกลุ่มนี้ได้มีมัคคุเทศก์น้อยนำทางด้วย แต่กลุ่มเราหกคนไม่มีคนนำทางและเราก็ไม่ได้ร้องขอด้วย เราจะเดินกันเองแบบชิลๆ

 

         ฉันยืนรอให้คนกลุ่มนั้นเดินขึ้นมาก่อน มีคนหนึ่งในนั้นยื่นไม้ไผ่ลำขนาดยาวเมตรครึ่งให้ฉัน แล้วบอกว่า

         “เอาไม้เท้านี่ไป เวลาเดินขึ้นเขาลงเขา ไม้เท้าจะช่วยได้มาก มีประโยชน์”

         “แล้วคุณไม่ใช้หรือคะ” ฉันถาม

         “ผมไม่ได้ใช้แล้ว คุณเอาไปเถอะ” เขาบอกฉัน

         ฉันรับไม้ไผ่ “ไม้เท้า” มาถือไว้แล้วก็ยันกับพื้นดินหรือหินเวลาที่เดินลงไปในถ้ำ อา...ฉันเข้าใจแล้ว ไม้ไผ่หลายลำที่ปักไว้อยู่ในกล่องตะกร้าไม้ที่จุดบริการนักท่องเที่ยว ก็คือ ไม้เท้า นั่นเอง ทำไมฉันโง่เช่นนี้นะ

 นักท่องเที่ยวกลุ่มนั้นเดินขึ้นมาจากในถ้ำหมดแล้ว เราหกคนก็เดินลงไปเข้าถ้ำตรงทางที่บอกว่า

ทางเข้าถ้ำ”

ฉันเก็บภาพได้อีกสองสามภาพเฉพาะที่ยังมีแสงสว่างพอ

ตรงด้านหน้าที่มีพระพุทธรูป หลังจากนั้น เมื่อเข้าไปในถ้ำแล้ว ทุกอย่างรอบๆ ตัวก็มืดมิดสนิทราวกับกลางคืน นอกจากแสงไฟจากไฟฉายที่เห็นวับ ๆ แวมๆ เท่านั้น

 ขอสักรูปก็ยังดี มีแสงสว่างไม่มาก

สามีเป็นคนส่องไฟฉาย

 เห็นเลือนลางในความมืด

         เราพยายามเดินเกาะกลุ่มไปด้วยกันเพื่อความอุ่นใจ ฉันรู้สึกว่าไม่เห็นมีหินงอกหินย้อยที่สวยๆ ดังในภาพเลย หรือว่า...เรายังเดินไม่เจอหินที่สวยๆ ทว่า...เรารู้สึกเหมือนเราเดินวนไปวนมาอยู่ในบริเวณนั้น ไม่ได้ไปไหน เพราะซอกหินในถ้ำดูเหมือนกันไปหมด หนึ่งในวัยรุ่นพูดขึ้นมาว่า

         “เราจะติดอยู่ในถ้ำเหมือนทีมสิบสามหมูป่าไหมเนี่ย”

         “เฮ้ย อย่าพูดสิ” ฉันพูดบ้าง รู้สึกใจไม่ค่อยจะดีเลยตัวเย็นวาบแต่เหงื่อเริ่มตก

         เราทุกคนพยายามช่วยกันหาทางออก ไม่มีใครมีกะจิตกะใจที่จะเดินลึกเข้าไปเพื่อจะชมหินงอกหินย้อยภายในถ้ำอีก ทั้ง ๆ ที่เรายังไม่ได้เห็นหินงอกหินย้อยสวยๆ เลยสักจุด

         “มาทางนี้” เสียงคนหนึ่งพูดขึ้นมาจากทางข้างหน้า

         “แต่ เอ..ไม่ใช่ทางออก” เสียงหนึ่งในวัยรุ่นบอกในความมืด

         “เมื่อกี๊ เรามาทางนี้นี่นา” ฉันเห็นหลืบหินคล้ายเหมือนทางที่เดินเข้ามาจึงเดินไปที่ตรงนั้น เพราะคิดว่า เมื่อเราเข้ามาได้ เราก็ต้องออกได้สิ แต่ปรากฏว่า เป็นทางตัน ไม่ใช่ทางที่เราเข้ามา แล้วฉันก็รีบเดินไปสมทบเกาะกลุ่มกันไว้กับเด็กวัยรุ่นทั้งสี่ ไม่กล้าแยกตัวไปหาทางออกอีกกลัวพลัดหลงกัน

         “เจอแล้ว ทางออก” เสียงวัยรุ่นคนหนึ่งพูดขึ้น 

         ฉันรู้ว่าทุกคนโล่งอกรวมทั้งฉันด้วย แล้วเราก็พากันเดินออกมาจากถ้ำพุหวาย ฉันรู้สึกโล่งใจ เช่นเดียวกับสามี ถึงแม้เขาจะไม่พูดแต่ฉันก็รู้

         สรุปว่า... ฉันยังไม่ได้เห็นหินงอกหินย้อยที่ว่าสวยๆ ในถ้ำเลย และถ้าหากจะให้ฉันเข้าไปในถ้ำอีกครั้ง คราวหน้าฉันขอให้มีคนนำทาง ฉันถึงจะเข้าไป

เมื่อออกมาจากถ้ำ วัยรุ่นทั้งสี่ก็เดินลงเขาไปก่อน ส่วนฉันและสามีเดินลงมาอย่างช้า ๆ ไปตามทาง

ฉันอยากจะกล่าวขอบคุณคนที่ยกไม้เท้าให้ฉันคนนั้นอีกครั้ง หากเขาได้อ่านเรื่องนี้ เพราะไม้เท้าที่เขาให้ไว้ มันมีประโยชน์จริงๆ อย่างที่เขาบอก เวลาที่เดินขึ้นและลงเขาตามทางที่ลดหลั่น มันช่วยพยุงตัวเราให้เดินสะดวกและไม่ให้ล้มด้วย ทำให้ฉันนึกถึงหนังจีนกำลังภายในขึ้นมาทันที รู้สึกเหมือนเป็นนักพรตเฒ่าแห่งสำนักเส้าหลินกำลังเดินลงจากเขาปานนั้น

         กระทั่งมาถึงทางแยกเป็นทางเดินขึ้นไปอีกด้านหนึ่ง เราก็เดินขึ้นไป คราวนี้เราเจอกลุ่มคนแปดคนที่เราเจอที่ปากถ้ำอีกครั้ง พวกเขากำลังเดินลงมาจากด้านหนึ่งของภูเขา หนึ่งในนั้นบอกว่า

         “ไปถึงยอดเขาอีกด้านมาแล้ว วิวสวยมาก ขึ้นไปดูสิคะ” แล้วก็เดินลงเขาจากไปดูพวกเขามีความสุขมากและไม่เหนื่อยกันเลย

         เราเดินมาถึงจุดชมวิวแล้วแวะพักเหนื่อย ยืนชมธรรมชาติที่ห้างไม้ไผ่ ลมภูเขาเย็นสดชื่นพัดแรงเพิ่มพลังให้แก่ชีวิตเสมอฉันรู้สึกเช่นนั้น

สามีนั่งพักที่ขอบราวไม้ไผ่ ในขณะที่ฉันยืนสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ มองดูเทือกเขาเขียวที่สลับซับซ้อนอยู่เบื้องหน้าตัดกับขอบฟ้าหม่นของฤดูฝน ส่วนเบื้องล่างที่เป็นพื้นที่ราบนั้นก็ช่างงดงามยิ่งนัก

         “พอแค่นี้ เดินกลับกันเถอะ ไม่ต้องเดินขึ้นไปหรอกบนโน้น คงไม่มีอะไร” สามีบอก เพราะเกรงว่าฉันจะเดินต่อตามที่คนกลุ่มนั้นบอกว่า บนยอดเขาวิวสวย

         ฉันเดินกลับลงจากเขาอย่างมีความสุข เพราะฉันชอบการเดินป่าไปตามทางดินเล็ก ๆ ต้องเดินอย่างระมัดระวังเพราะมีก้อนหินเรี่ยรายทาง

         ทว่า...ระหว่างทางในใจฉันยังนึกถึงเหตุการณ์ในถ้ำพุหวาย...ถ้ำนาคี.. ทำเอาหายใจไม่ทั่วท้อง นึกถึงคำโปรยโฆษณาในหนังที่ว่า

         “สิ่งที่มองไม่เห็น ไม่ได้หมายความว่า ไม่มีอยู่จริง”

         เขียนเรื่องเอ็นทรีนี้จบ เห็นทีจะต้องเปิดดูละคร “นาคี ๒” ทางยูทูปเสียแล้วหละ เพราะไม่เพียงอยากรู้เรื่องราวในละครแล้ว แต่อยากดูภาพถ้ำพุหวายจากฉากในละครด้วย...นั่นเอง

        ขออนุญาตนำภาพจากละครเรื่อง "นาคี ๒" มาให้ชม เครดิตภาพ จากในอินเตอร์เน็ตค่ะ

 ฉากพระพุทธรูปที่ในถ้ำ ก่อนจะเดินเข้าไปด้านในที่มืดมิด

 

มองเห็นหินงอก หินย้อย เป็นฉากหลังที่สวยงาม

 ฉากม่านน้ำตกหินย้อย ที่งดงามมาก เป็นไฮไลท์

 ทีมดารานักแสดงฝ่ายชาย ถ่ายภาพ ที่หน้าปากทางเข้าถ้ำ

         คุณสนใจอยากไปชมถ้ำพุหวายแล้วใช่ไหมคะ...แต่ช่วงนี้ ...อุทยานปิด เนื่องจากสถานการณ์ป้องกันโควิดค่ะ

ขอบคุณค่ะ

โดย Chaoying

 

กลับไปที่ www.oknation.net