วันที่ จันทร์ สิงหาคม 2564

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ธรณีมหัศจรรย์…แคนยอนน้ำหนาว


จังหวัดเพชรบูรณ์  เริ่มแรกเขาประกาศให้พื้นที่ทั้งเขาจังหวัด เป็นอุทยานธรณีเพชรบูรณ์   ซึ่งเริ่มแรกนั้นเขาเลือกสถานที่ที่มีความโดดเด่นทางธรณี 22 แห่ง เป็นตัวชูโรง   ในการเปิดตัวให้เป็นอุทยานธรณีระดับจังหวัด (  การจะเป็นอุทยานธรณี จะมีอยู่ 4 ระดับ คือ ระดับท้องถิ่น  ระดับจังหวัด ระดับประเทศ และระดับโลก ที่เราเข้าใจกันว่าเป็นมรดกโลกทางธรณีนั่นเอง ซึ่งยูเนสโกจะเป็นคนรับรอง)   ซึ่งในการเสนอตัวขึ้นมาระดับประเทศและไประดับโลกจะมีแหล่งเพิ่มขึ้นมา ครอบคลุมทั้งวิถีชีวิต วัฒนธรรม   แต่ต่อมาเห็นว่าพื้นที่ทั้งจังหวัดนั้น ใหญ่เกินไป  บริหารจัดการไม่ได้ เขาเลยให้เหลือแค่ 3 อำเภอคือ อ.เมือง อ.หล่มสักและ อ.น้ำหนาว    เนื้อที่ 4,430 ตร.กม. ซึ่งเงื่อนไขของอุทยานธรณีนั้นเขาจะต้องให้ชุมชนมาเกี่ยวข้องด้วยหรือชุมชนในพื้นที่ได้ประโยชน์ด้วย แล้วเขาอาจจะประกาศทับพื้นที่อุทยานแห่งชาติด้วย  ประกาศทับอำเภอ  บ้านเรือนที่ดินทำกินของชาวบ้านก็ได้ แต่อย่าไปสนใจ เพราะเขาจะไม่ได้เข้ามายุ่งเกี่ยวในเรื่องการจัดการ เขาจะเน้นไปในเชิงให้ความรู้และประชาสัมพันธ์มากกว่า    ในส่วนของอุทยานธรณีเพชรบูรณ์ที่ว่านี้แม้จะเหลือแค่ 3 อำเภอ  แต่เขาก็ยังมีหลายแหล่ง แต่ที่น่าสนใจและอยากนำมาเล่าก็คือที่ที่เขาเรียกว่า  แคนยอนน้ำหนาว


สำหรับเรื่องการเดินทาง  เริ่มจากสามแยกคอนสาร(ที่จะไปเมืองเลยไปผานกเค้านั่นเอง) ไปตามถนนหมายเลข 12  มุ่งหน้าไปหล่มสัก  จนมาถึงสามแยกบ้านห้วยสนมทราย  จะมีทางแยกขวามือเข้าไปตามถนนหมายเลข 2216 ไปยัง อ.น้ำหนาว  พอขึ้นเนินเขาไปก็จะเจอชุมชนแรก คือ บ้านโคกมน จะเห็นวัดโคกมนอยู่ทางขวามือ ให้เข้าไปในวัด แล้วขับเลยพระอุโบสถเข้าไปตามทางไปหลังวัดราว 500 เมตรจนถึงลานจอดรถ ใกล้บริเวณน้ำตกนาคราชตาดหมอก   หรือที่ถูกขนานนามว่าเป็นแคนยอนน้ำหนาว  โดยเขาให้นิยามบริเวณนี้ว่าเป็นความมหัศจรรย์ของเปลือกโลก

 

บริเวณของแคนยอนน้ำหนาว จะเป็นเวิ้งหน้าผาหินชั้น   กว้างแทบจะเป็นครึ่งวงกลมขนาดใหญ่    มีหุบเหวข้างล่างสูงกว่า 300 เมตร   หินที่ประกอบเป็นหน้าผา มีทั้งหินปูน  หินทราย และหินดินดาน ซึ่งล้วนเป็นหินตะกอน(หรือหินชั้น) ทั้งสิ้น  นี่คือแผ่นดินที่ถูกยกตัวสูงขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของเปลือกโลก

ถ้ามาจากชุมแพมุ่งหน้าขึ้นน้ำหนาวจะไปหล่มสักตามถนนหมายเลข 12  ให้สังเกตดูว่าทางมันจะขึ้นเนินไปเรื่อยๆ  แล้วก็จะไปสุดเป็นเหวลึกที่สะพานห้วยตอง   ที่เขาบอกว่าตรงนั้นเป็นสุดปลายแผ่นเปลือกโลก  เพราะจริงๆแล้ว แผ่นดินน้ำหนาวมันเป็นแผ่นดินที่ถูกยกตัวสูงขึ้น อันเป็นผลมาจากการเบียด ชนกันของแผ่นเปลือกโลก   พื้นที่ย่านนี้ทั้งหมดเป็นหินตะกอน หรือหินชั้น   อาจจะเคยเป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ หรือธารน้ำโบราณ   ที่น้ำพัดพาตะกอนสารต่างๆมาทับถมกันเป็นชั้นๆ จนกระทั่งกลายเป็นหิน เมื่อราว 200 ล้านปีก่อน  เมื่อแผ่นเปลือกโลกเคลื่อนที่เบียดดันกัน ทำให้พื้นที่เกิดจากการยกตัวขึ้น  ชั้นหินที่เคยทับกันในธารน้ำโบราณ  พอถูกดันให้ยกตัวขึ้นก็เกิดการโก่งงอและแตกหักเป็นแนวยาวตามทิศทางการโก่งตัวของชั้นหิน  ต่อมามีการผุพังโดยน้ำ ลม และแสงแดดจนกลายเป็นหน้าผาในที่สุด


ชั้นของสารต่างๆที่สะสมกันเป็นชั้นๆ ปรากฏให้เห็นเด่นชัดข้างหน้าผาน้ำตกตาดหมอกนาคราช

หน้าผาดังกล่าว เกิดจากชั้นหินที่มีความทนทานต่อการผุพังที่แตกต่างกัน    โดยชั้นหินทรายและทรายแป้งจะมีความทนทานจากการผุพังและกัดกร่อนได้ดี จึงยังคงสภาพ    ขณะที่ชั้นหินดินดานที่แทรกสลับอยู่จะเกิดการผุพังและถูกกัดกร่อนได้ง่ายกว่า     ชั้นหินดินดานที่ผุพังและเกิดการกัดกร่อน   จะถูกพัดพาไปตามแรงโน้มถ่วงของโลกตามกระแสน้ำ ลม  เกิดเป็นช่องว่างเว้าเข้าไปในผาหิน ชั้นหินทรายที่อยู่ด้านบน    แล้วเกิดการแตกหักเนื่องจากน้ำหนักของชั้นหินที่ไร้สิ่งรองรับ ทำให้หน้าผาดังกล่าวขยายกว้างออกไปเรื่อย ๆ แคนยอนน้ำหนาวแห่งนี้    จึงมีลักษณะเป็นเวิ้งหน้าผาสูงชัน  มีความสวยงามคล้าย “แกรนด์แคนยอน” ที่มีชื่อเสียงระดับโลกของประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ถูกย่อส่วนลงมาเท่านั้น ตรงน้ำตกตาดหมอกนาคราชนี้จะเห็นชั้นหนที่ผมบอกมาให้เห็นชัดเจนว่าหินอะไรซ้อนทับอะไร ในแนวทิศทางไหนจำลองให้เห็นภาพของธรณีสัณฐานของย่านนี้ได้เป็นอย่างดี 

ชั้นของน้ำตกตาดใหญ่ที่เป็นชั้นหินชั้นขนาดใหญ่ ที่เวลาสึกกร่อนก็จะสึกไปเป็นชั้นๆ

ในฤดูฝนจะมีสายน้ำลำธารเล็กๆ ไหลตกลงไปในหุบเวิ้งเบื้องล่าง  อย่างเช่นน้ำตกนาคราชตาดหมอก  สายน้ำตกเล็กๆ  ที่เคยไหลตกลงไปอยู่ชั่วนาตาปี ทำหน้าที่รังสรรค์ธรรมชาติจนเกิดเป็นปรากฏการณ์ทางธรณีดังกล่าว   สายน้ำเพิ่งจะมาเหือดแห้งเมื่อผืนป่าด้านบนถูกแผ้วถางจนป่าต้นน้ำสูญสิ้นไปพร้อมกับสายน้ำที่เคยตกดิ่ง  จะปรากฏให้เห็นอีกครั้งก็เมื่อเข้ากลางฤดูฝนแล้วเท่านั้น  


เวิ้งผาน้ำตกตาดใหญ่ ที่หักตกลงไปด้วยการแตกร้าวจากการถูกบับอีดและน้ำช่วยพังทลาย

ถ้าหากยังนึกภาพไม่ออกว่าหลุมลึก และหน้าผาของแคนยอนน้ำหนาว เกิดขึ้นได้อย่างไร ให้เลยจากวัดโคกมนออกมาแล้วใช้ถนน หมายเลข 2216 ไปทางน้ำหนาว ราว 300 เมตร จะเห็นแยกทางเข้าบ้านโคกมน-บ้านดงมะไฟ  ทางขวามือ  เข้าไปตามทางจนถึงบ้านดงมะไฟ   แล้วเลยทะลุออกไปท้ายหมู่บ้าน เป็นทางลำลองไปจนถึงริมน้ำตกตาดใหญ่   จอดรถแล้วจึงเดินไปดูคำอธิบายนั้น


เมื่อแผ่นดินยกตัวขึ้น แผ่นเปลือกโลกก็ยังเคลื่อนไหว บีบอัดกันจนแนวหินชั้นโค้งเว้า

น้ำตกตาดใหญ่ เป็นน้ำตกที่จะเห็นสายน้ำที่กัดเซาะภูเขาหินที่ถูกเบียดดันจนเป็นร่องลึกขนาดใหญ่ น้ำตกแห่งนี้ เป็นน้ำตกหินดินดาน  ซึ่งเป็นประเภทหนึ่งของหินตะกอน(เพราะเกิดจากการสะสมทับถมกันของชั้นตะกอนต่างๆ)หรือหินชั้น (เพราะสะสมตัวเป็นชั้นๆ)ที่ซ้อนทับกันเป็นแผ่นๆ   ต่อมาถูกยกตัวขึ้นมาจากการเบียด อัด ชน โดยแผ่นเปลือกโลกทำให้เกิดการคดโค้งและรอยแตกบนพื้นหินเกิดขึ้น  ต่อมาน้ำจึงไหลลงตรงบริเวณนั้น  นานเข้าๆ ก็กัดกร่อนร่องแตกเล็กๆจนเป็นร่องธารกว้างและลึกลงไป    เมื่อลองเดินลงไปตามลานหินในร่องหุบห้วยนั้น ก็จะเห็นว่าหินดินดานที่ซ้อนทับกันเป็นแผ่นๆ ชั้นๆนั้น มรความคดโค้งอย่างเด่นชัด    และเมื่อน้ำไหลไปจนสุดทางที่เป็นหน้าผาสูงชัน ตกลงไปในแนวดิ่งสูงราว 60  เมตรนั้น  จะเห็นบริเวณหน้าผาก็เป็นแนวโค้งเช่นกัน   ร่องธารน้ำที่ไหลลงมานั้นค่อยๆ กัดเซาะหินกร่อนไปทีละน้อยๆ ใช้เวลานับล้านๆ กว่าจะเป็นน้ำตกตาดใหญ่ จะเป็นสิ่งมหัศจรรย์ได้เช่นนี้


 นี่คือบางส่วนของอุทยานธรณีเพชรบูรณ์ ที่อยากเอามาเล่าสู่กันฟัง หากมีโอกาสผ่านไปผ่านมาจะได้เข้าไปพิสูจน์ความมหัศจรรย์ทางธรณีของที่นี่ได้ แล้วจะเห็นว่าบ้านเมืองของเรานั้นไม่ธรรมดา 

 

 

ขอบคุณ  :  https://blog.tawanyimchang.com  ,  FB PhetchabunskyNews เพชรบูรณ์สกายนิวส์ และ https://www.youtube.com

โดย konsilaat

 

กลับไปที่ www.oknation.net