วันที่ อาทิตย์ สิงหาคม 2564

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ขอให้ทำงานให้สมชื่อกระทรวงด้วยครับ


ขอให้ทำงานให้สมชื่อกระทรวงด้วยครับ

ตอนที่ผู้เขียนรับราชการอยู่นั้น ได้เห็นความพยายามในการปรับปรุงการทำงานของราชการเพื่อให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการให้บริการประชาชน

ช่วงสุดท้ายก่อนเกษียณอายุราชการ ได้ทำงานในฐานะประธานประชาสัมพันธ์ภายนอกของสำนักงาน ก.พ. ด้วย การทำงานประชาสัมพันธ์เชิงรุกเป็นไปอย่างสนุกสนานเป็นเวลานานถึง ๕ ปีเต็ม

เมื่อพ้นจากราชการเพราะครบเกษียณอายุก็ได้ไปทำงานในบริษัทเอกชนในฐานะที่ปรึกษาบ้างตามสมควร

เมื่อออกมาอยู่นอกระบบราชการและมองกลับเข้าไป กลับเห็นว่าสิ่งที่เราเคยเห็นว่าดี หลายแห่งไม่ได้ดีอย่างที่คิด

บางหน่วยงานโดยเฉพาะหน่วยงานที่ให้บริการประชาชนนั้นบางแห่งสักแต่ทำตามหน้าที่ ไม่ค่อยให้บริการด้วยใจ ครับ ก็โยกโย้ อืดอาด ยืดยาด สาเหตุที่เป็นเช่นนั้น นอกจากการทำงานทีไม่ค่อยมีระบบแล้ว คอร์รัปชันก็มีส่วนในการทำงานแบบนี้ด้วย

ผู้เขียนเข้าใจดีว่าคอร์รัปชั่นไม่ว่าที่ไหนในโลกนี้ไม่มีทางไม่มีได้หรอกครับ  มีแต่จะน้อยหรือมากเท่านั้น สำหรับในประเทศไทย แม้การปราบปรามคอร์รัปชั่นเป็นวาระแห่งชาติ แต่แทนที่จะลดลงกลับมีมากขึ้น

ที่จริงก็ต้องโทษผู้ให้ด้วยนะครับ ถ้าไม่ให้เขาก็รับไม่ได้ สมดังคำขวัญของมูลนิธิประเทศไทยใสสะอาดที่ว่า “ไม่รับ ไม่ให้”

แต่มีน้อยคนนักที่ไม่อาจรอการทำงานของเจ้าหน้าที่ของรัฐได้ เพราะแต่ละนาทีที่เสียไปหมายถึงรายจ่ายที่เสียไปมากขึ้นเช่นกัน จึงต้องจำใจจายเงินให้แก่เจ้าหน้าที่ที่อำนาจในการอนุญาต

สำหรับการประชาสัมพันธ์ของรัฐนั้น ก็คงต้องโทษกรมประชาสัมพันธ์ ที่ปัจจุบันทำประชาสัมพันธ์เชิงรุกไม่ค่อยเป็น เรียกว่าการประชาสัมพันธ์ของรัฐแพ้แตกจนหมอไม่รับเย็บ อ้อ แม้ประชาสัมพันธ์เชิงรับก็เห็นว่าล่าช้าไม่ทันการครับ

ทั้งหมดทั้งปวงข้างบนนั้นข้าราชการเก่าอย่างผู้เขียน ภาคเอกชนและประชาชนทั่วไปก็คงต้องอดทนกันต่อไป เพราะไม่อาจทำอะไรได้มากนัก หวังเพียงว่ารัฐจะปรับปรุงให้ดีขึ้น

แต่ที่ผู้เขียนทนไม่ได้ก็คือได้เห็นการทำงานของภาคประชาชนที่ก้าวล้ำไปจากการทำงานของเจ้าหน้าที่ของรัฐมากเกินไป ก็ยังดีที่เป็นเฉพาะบางส่วนราชการเท่านั้นนะครับ

ส่วนราชการแห่งนี้ชื่อว่ากระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (Ministry of Digital Economy and Society) หรือเรียกย่อๆ ว่ากระทรวงดีอีเอส

ชื่อเดิมคือกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Ministry of Information and Communication Technology) ครับ

ผู้เขียนเห็นว่าแม้ว่าคำว่า “ดิจิทัล” มีความหมายที่ลึกซึ้งกว่า แต่ประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจคำว่า “เทคโนโลยี” มากกว่า การเปลี่ยนชื่อกระทรวงแต่หน้าที่ความรับผิดชอบยังคงเหมือนเดิมและอาจครอบคลุมมากกว่าเดิมนิดหน่อย

ก็คำว่า “เทคโนโลยี” นี่แหละครับ ที่ผู้เขียนเห็นว่าเจ้าหน้าที่ของกระทรวงนี้ โดยเฉพาะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับ ๒ เรื่อง ข้างล่างนี้ ตามหลังภาคเอกชนหรือประชาชนมากจนสุดกู่

เรื่องแรกคือเรื่องข่าวปลอม ซึ่งสร้างความสับสนและวุ่นวายให้สังคมไทยในปัจจุบันนี้


ภาพจากอินเทอร์เน็ต

เรื่องที่สองคือเรื่องการปล่อยให้มิจฉาชีพหลอกลวงประชาชน


ภาพจากอินเทอร์เน็ต

สำหรับเรื่องแรกนั้น เท่าที่เห็นเป็นส่วนใหญ่ กระทรวงดีอีเอสได้ออกข่าวให้ประชาชนทราบว่าข่าวใดเป็นข่าวปลอมหรือไม่เท่านั้น แต่ที่น่าขำมากกว่านั้นก็คือตอนที่ดีอีเอสประกาศว่าข่าวใดเป็นข่าวปลอมนั้นประชาชนทราบกันทั่วบ้านทั่วเมืองไปแล้ว

 

ภาพจากอินเทอร์เน็ต

ผู้เขียนเข้าใจว่าประชาชนต้องการเห็นกระทรวงดีอีเอสติดตามนำตัวผู้ปล่อยข่าวปลอมหรือผู้ที่แชร์ข่าวปลอมมารับโทษด้วยความรวดเร็วมากกว่า แต่เท่าที่เห็นและทราบข่าวก็มีอยู่บ้างแต่ไม่มากมายนัก

ที่สำคัญต้องประชาสัมพันธ์ทั้งการจับกุม การดำเนินคดี และผลของคดีในทุกๆ ระยะ เพื่อเป็นการปรามไม่ให้ผู้อื่นนำไปเป็นเยี่ยงอย่างด้วย

ส่วนการปล่อยให้มิจฉาชีพหลอกลวงประชาชน โดยการส่งข้อความ (SMS) ให้ประชาชนกดลิงค์เพื่อรับประโยชน์ตามแต่จะสรรค์หา เช่น แจกเงิน ให้คูปอง แต่ต้องกรอกข้อมูลหลายอย่างเพื่อมิจฉาชีพนำไปใช้ประโยชน์ส่วนตน ได้ข่าวว่าบางคนเมื่อความโลภบังเกิด ทำตาม เงินก็หมดบัญชีเลยทีเดียว

 

ภาพจากอินเทอร์เน็ต

สิ่งเหล่านี้กระทรวงดีอีเอสน่าจะรีบสืบค้นหาเจ้าของลิงค์ได้ไม่ยากนัก แต่ก็ไม่เคยทราบว่ากระทรวงดีอีเอสได้ดำเนินการไปมากน้อยแค่ไหน เพราะยังมีข่าวทำนองเดียวกันนี้ให้เห็นอยู่บ่อยๆ ผู้เขียนยังเคยได้รับข้อความเหล่านี้ด้วย

ทั้งนี้ นอกจากรีบดำเนินการในเรื่องนี้แล้ว กระทรวงดีอีเอสก็ต้องใช้การประชาสัมพันธ์เชิงรุกให้เป็นประโยชน์ด้วย

การที่กระทรวงดีเอสไอทำงานทั้งสองเรื่องข้างต้นล่าช้าและไม่ทันการดังกล่าวแล้ว ไม่ทราบว่ามีปัญหาเรื่องอัตรากำลังไม่เพียงพอหรือไม่ หรือเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบมีความสามารถสู้เขาได้หรือไม่

หากกระทรวงดีอีเอสต้องการแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง ในเรื่องอัตรากำหลังก็ขอคณะรัฐมนตรีให้อนุมัติให้อัตรากำลังเป็นกรณีพิเศษเพื่อการนี้โดยเฉพาะ เพราะมีตัวอย่างจากหลายส่วนราชการแล้ว

สำหรับความสามารถของเจ้าหน้าที่นั้น ก็อาจทำได้ ๒ ทาง คือนอกจากพัฒนาเจ้าหน้าที่ให้มีความรู้ความสามารถให้มากยิ่งขึ้นแล้ว

หากพัฒนาไม่ทันใช้ก็อาจสรรหาผู้มีความสามารถสูงบรรจุเข้ารับราชการเป็นพิเศษตามมาตรา ๕๖ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนพ.ศ. ๒๕๕๑ ก็ย่อมได้ 

เพราะมาตรา ๕๖ ได้บัญญัติให้ส่วนราชการบรรจุบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ และความชำนาญงานสูง เข้ารับราชการได้ ตามหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขที่ ก.พ. กำหนด

ซึ่ง ก.พ. ก็ได้กำหนดแล้วตามหนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร ๑๐๐๔/ว ๒๔ ลงวันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๕๓ ดูรายละเอียดได้ที่

https://www.ocsc.go.th/circular?combine=%E0%B8%A724&field_year_buddhist_value=2553

ครับ กระทรวงดีอีเอสช่วยรีบดำเนินการเรื่องนี้โดยด่วนเถิดครับ เพื่อให้ไอ้โม่งซึ่งนั่งอยู่หลังฉากสร้างข่าวปลอมและลูกมือผู้ปั่นข่าวปลอม รวมทั้งมิจฉาชีพสร้างเพจหลอกลวงประชาชนจะได้เข้าไปชดใช้กรรมในคุกเสียที

บ้านเมืองของเราจะได้สงบมากกว่านี้

พุธทรัพย์ มณีศรี

โดย พุธทรัพย์

 

กลับไปที่ www.oknation.net