วันที่ จันทร์ สิงหาคม 2564

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

“ธนินท์” แนะ 4 กระตุ้น ปากท้อง-ป้องกัน-รักษา-อนาคต


ธนินท์” แนะ 4 กระตุ้น ปากท้อง-ป้องกัน-รักษา-อนาคต

ชี้รัฐต้องเร็ว ควรนำเข้าวัคซีนหลายยี่ห้อ ยิ่งฉีดเร็ว ยิ่งมีโอกาสฟื้นเร็วขึ้น

แจงชัดซีพีไม่เกี่ยวสั่งซื้อซิโนแวค

 

 

สรุปเนื้อหา สุทธิชัย หยุ่น สัมภาษณ์ ธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ ในรายการสุทธิชัยไลฟ์ หัวข้อ “มุมมอง ธนินท์ เจียรวนนท์ โควิดกับทางออกของประเทศไทย” เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2564

 

ปรับตัวได้ รอดได้

 

-       วิกฤตโควิดเป็นเหมือนสงครามโลก (โรค) ครั้งที่ 3 เพราะทุกประเทศในโลก ทุกหย่อมหญ้าได้รับผลกระทบอย่างเท่าเทียมกัน ประเทศไหนปรับตัวได้ ก็จะก้าวกระโดด ส่วนประเทศไทย หากขาดนโยบายที่มีความพร้อม และการปรับตัวเปลี่ยนแปลงไม่เร็วพอ ก็อาจจะตกขบวนตามหลังประเทศอื่นได้

-       สิ่งที่ได้เรียนรู้จากวิกฤตครั้งนี้ คือ ความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงและการปรับตัว หากใครไม่สามารถปรับตัวได้ ก็จะไม่สามารถอยู่รอดได้ ไม่ว่าบริษัทจะใหญ่หรือเล็ก หรือประเทศที่ปรับตัวได้ มีโอกาสเป็นผู้นำใหม่ ส่วนประเทศที่เคยเป็นผู้นำ หากปรับตัวไม่ได้ ก็จะกลายเป็นผู้ตาม

 

 

 

แนะ 4 ประเด็นสำคัญ

 

-       4 ประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญ ได้แก่ 1. ปากท้อง 2. ป้องกัน 3. รักษา 4. อนาคต

-       ปากท้อง : คนเมืองที่ต้องกักตัว อาหารเป็นเรื่องใหญ่ ภาครัฐต้องมีมาตรการดูแล เอกชนทำได้เพียงช่วยแบ่งเบาภาระ

-       เครือซีพีทำโครงการครัวปันอิ่ม แจกอาหาร 2 ล้านกล่อง ในเวลา 2 เดือน ร่วมกับ 100 พันธมิตรอาสาสมัครไปแจกให้กับชุมชน โดยอาหารจำนวน 1 ล้านกล่องสั่งซื้อจากร้านอาหาร ขนาดกลาง ขนาดเล็ก และขนาดจิ๋ว เพื่อช่วยเหลือร้านค้าที่ถูกปิด พอมีรายได้อยู่รอด และช่วยชุมชนที่ลำบากเข้าถึงอาหาร และหน้ากากอนามัย พร้อมโปรโมทร้านอาหารไปในตัว

-       ป้องกัน : วัคซีนฉีดให้ครอบคลุมรวดเร็วมากที่สุด โดยต้องนำเข้าวัคซีนทุกยี่ห้อ วัคซีนยี่ห้อไหนดี ต้องพยายามนำเข้ามาทั้งหมด ให้มีทางเลือกมากขึ้น ประชาชนจะได้มั่นใจ และฉีดวัคซีนได้เร็วขึ้น หากเอกชนจะช่วยนำเข้า รัฐควรรีบสนับสนุน

-       วัคซีนทุกยี่ห้อ หากผู้ผลิตกล้าฉีดให้คนในประเทศของเขา ก็มั่นใจได้ว่า มีความปลอดภัยระดับสูง


 

-       ยืนยันชัดเจนว่า ตนเองหรือซีพีไม่มีส่วนในการนำเข้าวัคซีนซิโนแวคของรัฐบาล เพราะการผลิตวัคซีนทั้งหมดของซิโนแวคต้องส่งให้กับรัฐบาลจีน และเอกชนซื้อเองไม่ได้ แม้แต่พนักงานเครือซีพีในประเทศจีน ยังไม่สามารถซื้อซิโนแวคมาฉีดให้พนักงานได้เลย เพราะขึ้นอยู่กับรัฐบาลจีนทั้งหมด

-       เล่าถึงที่มาของประเด็นซิโนแวค : ตอนที่บริษัทซิโนแวคตั้งต้นทำวิจัยวัคซีนป้องกันโควิด อยู่ในช่วงหัว-เข้าไปช่วยลงทุน ต่อมาซิโนแวคให้เป็นหุ้นบริษัทคืน 15% ในอัตราเท่ากับนักวิจัยที่มีหุ้นคนละ 15% ซึ่งในช่วงนั้นเป็นการช่วยเหลือนักวิจัยในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ แต่ไม่มีสิทธิสั่งการ จะขอซื้อวัคซีนก็ทำไม่ได้ ในประเทศไทยซีพียังต้องสั่งซื้อวัคซีนซิโนฟาร์มมา 1 แสนโดส มาดูแลพนักงานของบริษัทเอง ผ่านราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ไม่สามารถซื้อตรงเองได้ เพราะวัคซีนถูกควบคุมทั้งหมด

-       รักษา : การรักษาต้องเร็ว แม้ว่าผู้ป่วย 90% หายได้ด้วยการดูแลตัวเอง แต่การที่ผู้ป่วยต้องอยู่บ้านเป็น Home Isolation มากขึ้น ยังจำเป็นต้องดำเนินการคู่กับหมอทางไกล Telehealth และต้องเข้าถึงยาโดยเร็ว หากคนไข้ได้ปรึกษาอาการกับหมอ มีหมอออนไลน์ จะมีกำลังใจ

-       การเข้าถึงยามีความสำคัญอย่างมาก อย่ารอให้คนไข้มีอาการหนัก และควรกระจายยาอย่างรวดเร็ว ลดขั้นตอน ยุคนี้ต้องเร็วและมีคุณภาพ

-       เครือซีพีช่วยได้บ้างในเรื่องการปลูกฟ้าทะลายโจร ในโครงการปันปลูก ฟ้าทะลายโจร แจกฟรี 30 ล้านเม็ด ในพื้นที่ 100 ไร่ ใน 100 วัน เพราะตอนนี้ฟ้าทะลายโจรขาดตลาดมาก โดยเป็นเพียงการเข้าไปเสริมในตลาด ผู้ประกอบการเดิมไม่กระทบ แต่เป็นการเติมซัพพลายเข้าไป เพื่อลดความขาดแคลนเท่านั้น ซึ่งเป็นการแจกฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายอย่างแน่นอน การปลูกอย่างควบคุมเป็นแบบปลอดสารพิษทั้งหมด และจะถ่ายทอดองค์ความรู้ให้เกษตรกร ชาวบ้าน ซึ่งมีอิสระในการปลูก การขาย และขยายผล ส่วนการบริโภคฟ้าทะลายโจร ต้องรับประทานในปริมาณที่เหมาะสมตามคำแนะนำของสาธารณสุข

 

-       อนาคต : ประเทศไทยเสี่ยงต่อการถดถอย หากภาครัฐไม่มีมาตรการรองรับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ปัจจุบันธุรกิจขนาดจิ๋ว เล็ก กลาง ใหญ่ ได้รับผลกระทบ และหากต้องล้มหายตายจากไป หลังพ้นวิกฤต บริษัทที่จะจ่ายภาษีให้ประเทศได้จะมีจำนวนลดน้อยลง และเครื่องจักรเศรษฐกิจ เช่น ท่องเที่ยว ส่งออก หากมีการปิดกิจการไปแล้ว จะใช้เวลาฟื้นตัวช้า ดังนั้นต้องดูแลให้ธุรกิจทุกระดับอยู่รอด และปรับตัวสู่ธุรกิจอนาคต โดยเฉพาะธุรกิจ 4.0 และที่สำคัญต้องเตรียมพร้อมเรื่องคน

-       วันนี้ประเทศไทยแข่งเรื่องแรงงานราคาถูกกับประเทศเพื่อนบ้านไม่ได้แล้ว เพราะเรายังต้องใช้แรงงานจากประเทศเพื่อนบ้าน ดังนั้น ไทยต้องขยับไปสู่ธุรกิจไฮเทค ซึ่งเรายังมีคนไม่พร้อม ยังขับเคลื่อนได้ช้า จึงต้องออกไปเชิญชวนการลงทุน มาเพื่อสร้างงานในประเทศไทย ดึงดูดนักลงทุนให้มาลงทุนอุตสาหกรรมใหม่ในประเทศไทย ไม่ใช่ไปประเทศเพื่อนบ้าน ทุกบริษัทระดับโลกด้านไฮเทค ล้วนเนื้อหอม ทุกประเทศอยากดึงบริษัทเหล่านี้ไปลงทุนในประเทศกันทั้งนั้น ประเทศไทยควรจะมีมาตรการเชิงรุกในการไปดึงบริษัทเหล่านี้เข้ามา ดึงคนเก่งทั่วโลกมาอยู่เมืองไทย มาใช้จ่ายที่ประเทศไทย มาจ่ายภาษีให้ประเทศไทย เหมือนเช่นอเมริกาหรือสิงคโปร์ที่ดึงคนยุโรป จีน อินเดีย ญี่ปุ่น ไปอยู่ในประเทศตน เศรษฐกิจใหม่ก็จะเกิดขึ้น

 

 

-###-

 

โดย pigkypink

 

กลับไปที่ www.oknation.net